fb
สภาวะตลาดสินค้าเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกในญี่ปุ่น

สภาวะตลาดสินค้าเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกในญี่ปุ่น

โดย
Pannee
ลงเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 10:00
สำนักงานตัวแทนส่งเสริมการค้า ณ เมืองฮิโรชิมา (ญี่ปุ่น)
4

สภาวะตลาดสินค้าเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกในญี่ปุ่น

สตท. ณ เมืองฮิโรชิมา

 

ปัจจุบันกระแสความใส่ใจกับสุขภาพและสภาวะแวดล้อม มีผลต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆอย่างกว้าง ขวางซึ่งไม่เพียงแต่สินค้าประเภทอาหาร แต่ยังแผ่ขยายไปถึงสินค้าอื่นๆ ซึ่งรวมถึงสินค้าเครื่องสำอางซึ่งผู้ใช้ต้องสัมผัสโดยตรง จึงทำให้เกิดความต้องการสินค้าเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกเพิ่มมากขึ้น โดยญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดขนาดใหญ่สำหรับผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามจึงมีศักยภาพสูงในการขยายตัว

ภาพรวมของตลาด

ในปีงบประมาณ 2024 ตลาดเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิก่ในญี่ปุ่น มียอดจำหน่าย (มูลค่าการจัดส่งสินค้าของผู้ผลิต) สูงถึง 1.83 แสนล้านเยน (ประมาณ 3.87 หมื่นล้านบาท)   เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.1 โดยแสดงแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยมาตามลำดับ และประมาณการว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.88 แสนล้านเยนในปี 2025

เมื่อพิจารณาสินค้าตามประเภท ในปี 2024 เครื่องสำอางธรรมชาติมีสัดส่วนร้อยละ 73.8 คิดเป็นมูลค่า 1.39 แสนล้านเยน  ในขณะที่เครื่องสำอางออร์แกนิกมีสัดส่วนร้อยละ 26.2  มูลค่า 4.85 หมื่นล้านเยน

ในปี 2024 สำหรับเครื่องสำอางธรรมชาติ แม้ว่าการขยายตัวของยอดจำหน่ายในกลุ่มบริษัทชั้นนำของตลาดจะชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ตลาดโดยรวมยังมีแนวโน้มการเติบโตอยู่เนื่องจากได้รับแรงขับเคลื่อนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทและแบรนด์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ในขณะที่เครื่องสำอางออร์แกนิก แม้ว่าตลาดจะเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก โดยแบรนด์เกิดใหม่ที่เคยเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดมีผลประกอบการต่ำกว่าตัวเลขของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตามผลประกอบการที่คงที่ของบริษัทชั้นนำซึ่งเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมได้ช่วยสนับสนุนการเติบโตในระดับปานกลางในปีงบฯ 2024

ปัจจัยส่งเสริมความต้องการสินค้าเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกในตลาดญี่ปุ่น

  1. ในช่วงที่ผ่านมา การขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิก เป็นผลจากความต้องการของผู้บริโภคซึ่งให้ความสำคัญกับสุขภาพ สุขภาวะ (wellness) และความยั่งยืน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้บริโภคสตรีวัยรุ่นและวัยทำงานในเมืองใหญ่ๆ นิยมเครื่องสำอางออร์แกนิกเนื่องจากเห็นว่ามีความปลอดภัย ดีต่อผิวพรรณและดีต่อสภาวะแวดล้อม อีกทั้งพบว่ากระแสของ Clean Beauty  มีมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคญี่ปุ่นปัจจุบันซึ่งแสดงพฤติกรรมความสนใจและใช้วิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) สอดคล้องกับแนวคิดเกี่ยวกับ Sustainable Beauty ในระดับสากล

  2. ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการตลาดปัจจุบัน การเป็นเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกเพียงเท่านั้นไม่เพียงพอที่จะดึงดูดผู้บริโภค แต่ต้องมีฟังก์ชันการใช้งานที่ดียิ่งขึ้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานการใช้วัตถุดิบธรรมชาติให้เข้ากับฟังก์ชั่น (Function) หรือการทำงานของผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มุ่งหวังผลด้านต่างๆ จากการใช้เครื่องสำอาง โดยเฉพาะปัญหาด้านผิวพรรณ เช่น การทำให้ผิวขาวกระจ่างใส การต่อต้านริ้วรอย และการปกป้องรังสียูวี เป็นต้น การพัฒนาและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมและหมวดหมู่ใหม่ๆ โดยแบรนด์ต่างๆ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานหรือฟังก์ชั่นที่สูงขึ้นผ่านการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ทำให้เกิดความต้องการเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกมากขึ้น เนื่องจากใช้ได้เทียบเท่ากับเครื่องสำอางทั่วไป

  3. นอกจากนั้น ทัศนคติเกี่ยวกับความงามของผู้บริโภคบุรุษก็มีส่วนช่วยผลักดันความต้องการเครื่อง สำอางธรรมชาติและออร์แกนิกให้เพิ่มมากขึ้นด้วย ปัจจุบันผู้บริโภคบุรุษในญี่ปุ่นให้ความใส่ใจเกี่ยวกับการดูแลรูปลักษณ์ผิวพรรณของตนให้ดูดี มีผลการสำรวจระบุว่าในระยะสองปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคบุรุษซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมากขึ้นร้อยละ 30   และความต้องการจากกลุ่มผู้บริโภคบุรุษเหล่านี้ก็มีแนวโน้มเช่นเดียวกันกับผู้บริโภคสตรีคือส่วนใหญ่มุ่งไปยังผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติหรือออร์แกนิก

  4. อิทธิพลของอินฟลูเอนเซอร์มีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคมีความสนใจและต้องการเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิก มีผลสำรวจระบุว่าผู้บริโภคหนุ่มสาวกว่าร้อยละ 60 รู้จักผลิตภัณฑ์ความงามใหม่ๆผ่านอินฟลูเอน-เซอร์ทางสื่อโซเชียล สถิตินี้ยืนยันว่าอินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มของตลาด โดยภาพลักษณ์ของสินค้าที่ดึงดูดใจ ผนวกกับความน่าเชื่อถือของอินฟลูเอนเซอร์ช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกสินค้า

แนวโน้มใหม่ในตลาดเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกในญี่ปุ่น

  1. ผู้ผลิตญี่ปุ่นหลายบริษัทใช้กลยุทธ์การสร้างความหลากหลายและความแตกต่างให้กับสินค้า เช่น  การพัฒนาสินค้าที่ใช้ส่วนผสมพืชสมุนไพรดั้งเดิมของญี่ปุ่นดั้งเดิม เช่น มัจฉะ รำข้าว ยูซุ และ น้ำมันคามิเลีย (Camellia Oil) ที่ได้รับใบรับรองออร์แกนิก โดยเฉพาะการใช้ส่วนผสมจากพืชที่มีเฉพาะในท้องถิ่นก็กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

  2. การใช้ส่วนผสมออร์แกนิกที่ผลิตขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ก็กำลังได้รับความสนใจ เช่น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้สามารถใช้จุลินทรีย์ในการสังเคราะห์ส่วนผสมที่หาได้ยากตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้ได้ส่วนผสมที่บริสุทธิ์และเสถียรยิ่งขึ้น 

  3. การใช้วัตถุดิบอัพไซเคิล (Upcycled ingredients) ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ผ่านการแปรรูปจากของเหลือทิ้ง เช่น ข้าวออร์แกนิกที่ปลูกในนาที่ปล่อยว่าง หรือผลผลิตการเกษตรที่ตกมาตรฐานและจำหน่ายไม่ได้ในตลาด เพื่อนำมาใช้ในการผลิตเครื่องสำอางค์ออร์กานิก กำลังเป็นที่สนใจเนื่องจากเป็นแนวทางการผลิตที่ยึดหลักความยั่งยืนและมีผลต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ตัวอย่างเช่น บริษัท Fermenstation Co.,Ltd. (https://fermenstation.co.jp/)   ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบสำหรับเครื่องสำอางออร์แกนิก ได้นำผลผลิตการเกษตรอัพไซเคิลไปผ่านกระบวนการหมักเพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมและประสิทธิภาพของเครื่องสำอาง โดยใช้เทคโนโลยีพิเศษของบริษัทฯ มีสินค้าที่ผลิต เช่น สารสกัดจากกากข้าว (Rice Ferment Extract Filtrate) ซึ่งเป็นกากข้าวที่เหลือจากการกลั่นด้วยยีสต์และมอลต์ (Malt) สารสกัดดังกล่าวใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตโลชั่น ครีมบำรุงผิวและมือ ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ฯลฯ 

  4. ผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่ายและมีส่วนประกอบที่จำเป็นเท่านั้นกำลังเป็นที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มอย่างต่อเนื่องในการผลิตเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิคที่ไม่ใช้สารเคมีและสารเติมแต่ง หรือใช้ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และใช้เฉพาะส่วนผสมที่สะอาดและปลอดภัยเท่านั้น

ระบบการรับรองสินค้าเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิก

         นอกเหนือจากระบบการรับรองสินค้าเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกในระดับสากล เช่น COSMOSและระบบการรับรองของญี่ปุ่นสำหรับสินค้าเครื่องสำอางออร์แกนิกของญี่ปุ่น โดยสมาคม JOCA (Japan Organic Cosmetics Association https://joca.jp/oc/ ) ซึ่งจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2007 แล้ว  มีระบบการรับรองอีกหนึ่งระบบที่จัดตั้งเมื่อปี 2020 บริหารโดยสมาคมเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกญี่ปุ่น  (Japan Natural and Organic Cosmetics Association- JNOCA  https://jnoca.or.jp/)  โดยมีเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้

 

เกณฑ์การรับรองเครื่องสำอางธรรมชาติ

  1. ต้องมีส่วนผสมจากธรรมชาติเท่านั้น โดยต้องเกินกว่าร้อยละ 90  ทั้งนี้ ธรรมชาติ" หมายถึงส่วนผสมที่ไม่ใช่ส่วนผสมที่มาจากปิโตรเลียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเป็นส่วนผสมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการรบกวนสมดุลทางธรรมชาติ เช่น พืช ดินเหนียว และแร่ธาตุ

  2. ไม่ใช้ส่วนผสมที่ได้จากปิโตรเลียม (รวมถึงน้ำมันแร่

  3. ไม่ใช้สารลดแรงตึงผิวสังเคราะห์ที่ได้จากปิโตรเลียม

  4. ไม่ใช้โพลิเมอร์สังเคราะห์ (เช่น คาร์โบเมอร์) หรือน้ำมันซิลิโคน (เช่น ไซโคลเมทิโคนและไดเมทิโคน)

  5. ไม่ใช้สารสกัดจากพืชที่สกัดด้วยตัวทำละลาย BG (Butylene Glycol) ซึ่งได้จากปิโตรเลียม หรือ PG (Propylene Glycol)

  6. ไม่ใช้วัตถุดิบสำหรับสีย้อมทา ซึ่งเป็นสีสังเคราะห์ที่ได้จากปิโตรเลียม

  7. ไม่ใช้น้ำหอมสังเคราะห์

  8. ไม่ใช้สารกันเสียสังเคราะห์ (เช่น พาราเบนและฟีนอกซีเอทานอล)

  9. ไม่ใช้พืชดัดแปลงพันธุกรรม (GMO)

  10.  ไม่ทำการทดสอบกับสัตว์ในกระบวนการผลิต

  11.  ไม่ใช้แอลกอฮอล์ (เช่น เอทานอล แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ หรือแอลกอฮอล์ที่ทำให้เสียสภาพ)

เกณฑ์การรับรองเครื่องสำอางออร์แกนิก

  1. ต้องมีส่วนผสมจากธรรมชาติเท่านั้น โดยต้องเกินกว่าร้อยละ 90  ทั้งนี้ ธรรมชาติ" หมายถึงส่วนผสมที่ไม่ใช่ส่วนผสมที่มาจากปิโตรเลียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเป็นส่วนผสมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการรบกวนสมดุลทางธรรมชาติ เช่น พืช ดินเหนียว และแร่ธาตุ

  2. มากกว่า 5% ผลิตจากส่วนผสมออร์แกนิกที่ได้รับการรับรอง 

  3. ไม่ใช้ส่วนผสมที่ได้จากปิโตรเลียม (รวมถึงน้ำมันแร่) 

  4. ไม่ใช้สารลดแรงตึงผิวสังเคราะห์ที่ได้จากปิโตรเลียม

  5. ไม่ใช้โพลิเมอร์สังเคราะห์ เช่น คาร์โบเมอร์ หรือน้ำมันซิลิโคน (เช่น ไซโคลเมทิโคนและไดเมทิโคน) 

  6. ไม่ใช้สารสกัดจากพืชที่สกัดด้วยตัวทำละลาย BG (Butylene Glycol) ซึ่งได้จากปิโตรเลียม หรือ PG (Propylene Glycol)

  7. ไม่ใช้วัตถุดิบสำหรับสีย้อมทาร์ ซึ่งเป็นสีสังเคราะห์ที่ได้จากปิโตรเลียม 

  8. ไม่ใช้น้ำหอมสังเคราะห์

  9. ไม่ใช้สารกันเสียสังเคราะห์ (เช่น พาราเบนและฟีนอกซีเอทานอล) 

  10.  ไม่ใช้พืชดัดแปลงพันธุกรรม (GMO)

  11.  ไม่มีการทดสอบกับสัตว์ในกระบวนการผลิต

  12.  ไม่มีการใช้สารดูดซับรังสียูวีหรือไมโครพลาสติกซึ่งมีรายงานว่าส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลและระบบนิเวศ

อนาคตของตลาดเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกในญี่ปุ่น

           คาดการว่ากระแสความนิยมเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกในญี่ปุ่นจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ผู้คนมีความกังวลเกี่ยวกับมลพิษที่มีอยู่รอบตัว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจกับสุขภาพและสุขภาวะ   นอกจากนั้น ในปัจจุบันการเลือกใช้เครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกนั้น ไม่เพียงเพราะอ่อนโยนกับผิว แต่ผู้บริโภคยังต้องการให้ได้ประโยชน์อื่นๆจากเครื่องสำอางด้วย เช่น การลดริ้วรอยและเพิ่มความกระจ่างใส หรือป้องกันแสงยูวี ฯลฯ ทำให้บริษัทผู้ผลิตต่างพยายามพัฒนาสินค้าให้มีการทำงาน หรือฟังชั่นที่ผู้บริโภคมุ่งหวัง นอกจากนั้นยังเน้นให้เห็นถึงความใส่ใจกับสภาวะแวดล้อม เช่น การใช้กระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามระดับราคาของเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกสูงกว่าเครื่องสำอางทั่วไปค่อนข้างมาก เนื่องจากวัตถุดิบธรรมชาติและออร์กานิกมีราคาสูง กระบวนการผลิตก็มักจะต้องใช้กระบวนการที่ซับซ้อนมีต้นทุนสูง  บรรจุภัณฑ์อาจจำเป็นต้องใช้ระดับพรีเมี่ยมเพื่อคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ความท้าทายของอุตสาหกรรมนี้คือการลดระดับราคาเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์กานิกเพื่อให้ไม่ต่างจากเครื่องสำอางปกติมากนักก็จะสามารถกระตุ้นความต้องการให้เพิ่มมากขึ้นได้

ข้อคิดเห็นสำหรับผู้ผลิตผู้ส่งออกไทย

           นอกจากการใช้วัตถุดิบธรรมชาติและออร์แกนิกแล้ว การสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตผู้ส่งออกไทยควรศึกษา โดยเฉพาะการพัฒนาสินค้าที่มีฟังก์ชั่นหรือการทำงานที่เทียบเท่าหรือมากกว่าเครื่องสำอางปกติเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคในปัจจุบันมุ่งหวังจากเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิก ซึ่งจะช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้า นอกจากนั้นควรสร้างแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ของการให้ความใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม ทั้งในกระบวนการผลิตและการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การมีแนวคิดที่ชัดเจนของแบรนด์ ประวัติความเป็นมาของการพัฒนา และกระบวนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นสิ่งที่สร้างความเข้าใจและความนิยมต่อแบรนด์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่และกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำของลูกค้าเดิม 

 

กุมภาพันธ์ 2569

 

 ที่มาข้อมูล 

  1. รายงานเรื่อง “The natural and organic cosmetics 2025” (自然派・オーガニック化粧品市場 2025โดย Yano Research Institute 18 ธค. 2025 (https://www.nikkei.com/article/DGXZRSP700313_U5A201C2000000/ )

  2. Japan Natural and Organic Cosmetics Association (一般社団法人日本ナチュラル・オーガニックコスメ協会 https://jnoca.or.jp/

  3. รายงานเรื่อง “The trend of raw materials for natural and organic cosmetics” (ナチュラル・オーガニック化粧品原料の動向・トレンドまとめโดย Syukan Syogyo Publishing Co.,Ltd. https://www.syogyo.jp/matome/2018/03/post_020632

  4. รายงานเรื่อง “The output report on sustanable cosmetics in Japan and in the world in 2026 (2026年における日本および世界の「サステナブルコスメ 市場に関する展望レポート ) โดย Mother Earth Co., Ltd   4 มค. 2026  https://www.motherearth-jp.com/ 

  5. รายงานเรื่อง “The market size of Japanese organic marketin 2035” (日本オーガニック化粧品市場規模 2035 โดย KD Market Inside Co., Ltd.  2025_10_02  https://www.kdmarketinsights.jp/report-analysis/japan-organic-cosmetics-market/700 

  6. รายงานเรื่อง “Japanese natural and organic cosmetics market is expected to grow to 2.26 billions US dollars by year 2032 (日本自然派およびオーガニック化粧品市場は2032年までに22.6億米ドルに達する見込み โดย NEWSCAST  18 มค. 2025  https://www.atpress.ne.jp/news/7325129 

  7. รายงานเรื่อง “The size of Japanese organic cosmetics market, estimation for 2025-2033” (日本のオーガニック化粧品市場規模  ) โดย Panorama Data Insights  https://www.panoramadatainsights.jp/industry-report/japan-organic-cosmetics-market

สภาวะตลาดสินค้าเครื่องสำอางธรรมชาติและออร์แกนิกในญี่ปุ่น.pdf
Share :
Instagram