fb
เวียดนามจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ E10 ทั่วประเทศ เริ่มในวันที่ 1 มิถุนายน 2569

เวียดนามจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ E10 ทั่วประเทศ เริ่มในวันที่ 1 มิถุนายน 2569

โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 04 มิถุนายน 2569 11:41
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))
3

เวียดนามจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ E10 ทั่วประเทศ เริ่มในวันที่ 1 มิถุนายน 2569

image.png

 ภายใต้แผนงานที่กำหนดโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (Ministry of Industry and Trade: MoIT) ระบุว่า เวียดนามเริ่มจำหน่ายน้ำมันเบนซินชีวภาพ E10 ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ วันที่ 1 มิถุนายน 2569 โดยจะเข้ามาแทนที่น้ำมันเบนซินธรรมดา RON95 ในเครือข่าย       ค้าปลีกอย่างเป็นทางการ

ตามข้อกำหนดปัจจุบัน น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วสำหรับเครื่องยนต์เบนซินจะต้องถูกนำไปผสมเป็นเชื้อเพลิง E10 ขณะที่น้ำมัน ERON92 จะยังคงมีจำหน่ายควบคู่กันไปจนถึงสิ้นปี 2573

ตลาดเชื้อเพลิงทั่วประเทศยังคงมีเสถียรภาพในช่วงการเปลี่ยนผ่าน โดยไม่มีรายงานการขาดแคลนน้ำมันหรือ        การกักตุนสินค้าแต่อย่างใด

ในกรุงฮานอย สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งในเขตใจกลางเมืองได้ทยอยเปลี่ยนจาก RON95 มาเป็น E10 เช่นเดียวกัน ในขณะที่จังหวัดสำคัญ เช่น กว๋างนิงห์ (Quang Ninh) ด่งนาย (Dong Nai) และเลิมด่ง (Lam Dong) ต่างรายงานสถานการณ์การจัดหาน้ำมันที่เป็นปกติและเพียงพอต่อความต้องการ สำหรับในนครโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ยอดขายที่สถานีบริการน้ำมันของ Petrolimex, PVOIL, Saigon Petro และผู้จัดจำหน่ายรายอื่นๆ ดำเนินไปตามปกติ ผู้บริโภคคุ้นเคยกับ E10 ผ่านโครงการนำร่องก่อนหน้านี้ และโดยทั่วไปแสดงความมั่นใจในน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดนี้ ตามที่ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันระบุ

นครโฮจิมินห์ยังเป็นหนึ่งในพื้นที่แรกที่ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานรองรับการจำหน่าย E10 ได้แล้วเสร็จ     ทั้งระบบคลังเก็บน้ำมัน การผสมเชื้อเพลิง และระบบจ่ายน้ำมัน ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม สถานีบริการส่วนใหญ่ในเมือง   ได้เปลี่ยนมาจำหน่าย E10 แล้ว เหลือเพียงบางสถานีในพื้นที่ชานเมืองที่ยังคงระบายสต็อก RON95 ที่คงเหลืออยู่

ผู้ขับรถบรรทุก รถแท็กซี่ และธุรกิจขนส่งนักท่องเที่ยวระบุว่า ยานพาหนะยังคงสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่พบปัญหาสำคัญหลังเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิง E10

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่า ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เป็นผลจากการเตรียมความพร้อม                     อย่างรอบด้านของผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ หลังจากเริ่มโครงการนำร่องในเดือนสิงหาคม 2568 บริษัท Petrolimex ได้ขยายการจำหน่าย E10 ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ในขณะที่ PVOIL ได้นำ E10 เข้าจำหน่ายในสถานีบริการเกือบ 1,000 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทั้งปรับปรุงระบบคลังเก็บ อุปกรณ์ผสมเชื้อเพลิง และระบบขนส่งให้รองรับ                   ความต้องการที่เพิ่มขึ้น

นาย Do Van Dung รองศาสตราจารย์ ประธานสมาคมยานยนต์และเครื่องจักรไฟฟ้ากล่าวว่า หากผู้ใช้รถพบปัญหาเครื่องยนต์สตาร์ทยากหรือทำงานผิดปกติหลังจอดรถทิ้งไว้นาน ควรตรวจสอบชิ้นส่วนสำคัญ เช่น หัวเทียน ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง และหัวฉีดน้ำมัน มากกว่าพึ่งพาสารเติมแต่งเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ผู้ที่ใช้งานรถไม่บ่อยรักษาระดับน้ำมันในถังไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของถัง เพื่อลดการสะสมของความชื้น รวมถึงหมั่นตรวจสอบระบบเชื้อเพลิงและเปลี่ยนไส้กรองตามระยะเวลาที่กำหนด

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามระบุว่า ปัจจุบันมีมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลกที่นำเชื้อเพลิงชีวภาพมาใช้ในภาคการขนส่งทางถนน โดย E10 สามารถใช้งานได้กับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินส่วนใหญ่ในเวียดนาม ซึ่งได้รับ       การยืนยันจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์เวียดนาม สมาคมผู้ผลิตรถจักรยานยนต์เวียดนาม และผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำหลายราย

นาย Bui Ngoc Bao ประธานสมาคมปิโตรเลียมเวียดนามกล่าวว่า ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และประสบการณ์จากนานาประเทศชี้ว่า น้ำมัน E5 และ E10 ไม่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ ปัญหาที่ผู้ใช้บางรายพบส่วนใหญ่มักเกิดจากระบบเชื้อเพลิงที่เสื่อมสภาพ การสะสมของคราบสกปรก หรือการบำรุงรักษารถยนต์ที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ E10 ผลิตผ่านระบบผสมอัตโนมัติที่ควบคุมสัดส่วนเอทานอลและน้ำมันเบนซินให้เป็นไปตามมาตรฐานทางเทคนิคอย่างเคร่งครัด เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าได้สั่งการให้ผู้ค้าส่ง ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายเชื้อเพลิง                 เร่งจัดหาแหล่งวัตถุดิบ เพิ่มกำลังการผสม และเร่งกระบวนการกระจายสินค้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอุปทาน

นาย Nguyen Sinh Nhat Tan รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้ากล่าวว่า การนำ E10 มาใช้     ทั่วประเทศถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเติบโตสีเขียวของเวียดนาม

(จาก https://vneconomy.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

การที่เวียดนามเริ่มจำหน่ายน้ำมันเบนซินชีวภาพ E10 ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ มิถุนายน 2569   ถือเป็นก้าวสำคัญของนโยบายพลังงานสีเขียวและการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลของประเทศ โดยสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลเวียดนามในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ  การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านจากน้ำมัน RON95 ไปสู่ E10 เป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากภาครัฐและผู้ประกอบการรายใหญ่ได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้าทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคลังเก็บ       การผสมเชื้อเพลิง และการกระจายสินค้า ประกอบกับการดำเนินโครงการนำร่องในช่วงก่อน ทำให้ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยและเกิดความเชื่อมั่นต่อเชื้อเพลิงชนิดใหม่ ส่งผลให้ไม่เกิดปัญหาการขาดแคลนหรือความผันผวนของตลาดในช่วงเริ่มต้นนอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นความต้องการเอทานอลภายในประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญต่อภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป โดยเฉพาะผู้ผลิตวัตถุดิบสำหรับผลิตเอทานอล เช่น มันสำปะหลัง อ้อย และพืชพลังงานอื่นๆ ส่งผลให้เกิดมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศและช่วยลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบาย E10 จะขึ้นอยู่กับการรักษาเสถียรภาพของแหล่งวัตถุดิบเอทานอล การควบคุมคุณภาพเชื้อเพลิงให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้งานและการบำรุงรักษายานพาหนะที่เหมาะสม เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลกระทบต่อเครื่องยนต์ ซึ่งการขยายการใช้น้ำมัน E10         ทั่วประเทศถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกของเวียดนาม ทั้งในด้านความมั่นคงทางพลังงาน การพัฒนาอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพ และการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งอาจเป็นต้นแบบสำคัญให้กับประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่ต้องการ                ลดการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดในอนาคต

เวียดนามจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ E10 ทั่วประเทศ เริ่มในวันที่ 1 มิถุนายน 2569.pdf
Share :
Instagram