
ความไม่แน่นอนของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก นโยบายกีดกันทางการค้าของประเทศมหาอำนาจ และปัญหาชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการฟื้นตัวของภาคการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ของกัมพูชา ในปี 2568 ตามรายงานของธนาคารแห่งชาติกัมพูชา (NBC)
NBC ระบุว่า ในปี 2568 ภาคการก่อสร้างของกัมพูชาเติบโตประมาณ 0.4% เมื่อเทียบกับปี 2567 การเติบโตที่อยู่ในระดับต่ำนี้ มีสาเหตุมาจากอุปสงค์ที่อ่อนแอและภาวะอุปทานที่ล้นตลาด ขณะเดียวกัน การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในภาคการก่อสร้าง ลดลง 7.7% เมื่อเทียบกับปี 2567
NBC ระบุว่า การปะทะด้วยอาวุธระหว่างทหารไทยและกัมพูชา 2 รอบ เมื่อปี 2568 มีผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
NBC ชี้ว่า แม้อุปสงค์จะอ่อนแอ แต่อุปทานโครงการก่อสร้างใหม่ยังคงมีอยู่ รวมถึงการนำเข้าวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นถึง 40.1% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567
ภาคอสังหาริมทรัพย์คาดว่าจะเติบโตเพียง 0.5% ในปี 2568 ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากยอดขายบ้านที่เพิ่มขึ้น และการมีอุปทานคอนโดมิเนียมราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกรุงพนมเปญ แม้ว่าราคาทรัพย์สินโดยรวมจะปรับลดลง
ยอดขายบ้านเพิ่มขึ้นประมาณ 30.5% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความต้องการที่อยู่อาศัยราคาถูกและเงื่อนไขการวางเงินดาวน์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอดขายคอนโดมิเนียมลดลง 19.6% เมื่อเทียบกับปี 2567
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. การเติบโตของภาคก่อสร้าง 0.4% และอสังหาริมทรัพย์ 0.5% สะท้อนว่าภาคส่วนนี้ยังไม่เข้าสู่ภาวะฟื้นตัว แม้ตัวเลขจะเป็นบวก แต่ระดับการขยายตัวต่ำมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด สะท้อนทั้งปัญหาอุปสงค์ที่ลดลงในประเทศและแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก
2. ยอดขายบ้านและการนำเข้าวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงความต้องการจริง (real demand) ยังมีอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มราคาที่เข้าถึงได้
3. การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในภาคการก่อสร้าง ลดลง 7.7% สะท้อนถึงความระมัดระวังของนักลงทุนต่างชาติ โดยที่ภาคการก่อสร้างของกัมพูชายังคงพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศในสัดส่วนค่อนข้างสูง ดังนั้น คาดว่า ภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ของกัมพูชามีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป (gradual recovery)
______________________________________________________________
ที่มา The Phnom Penh Post
3 มีนาคม 2569