
บริษัทไอทีอินโดนีเซียสองแห่งได้ประกาศความร่วมมือเพื่อให้บริการโซลูชันซอฟต์แวร์ (ระบบดิจิทัลที่ใช้ในการจัดการข้อมูลและการดำเนินธุรกิจ) สำหรับองค์กรที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นแก่พันธมิตรทางธุรกิจและลูกค้าในอินโดนีเซีย
ความร่วมมือระหว่างบริษัท Tech Data Indonesia ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ TD Synnex ผู้จัดจำหน่ายโซลูชันไอทีระดับโลก และบริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีแบบครบวงจร PT Sangfor Technologies Indonesia มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอินโดนีเซีย ในช่วงเวลาที่องค์กรต่าง ๆ มีความต้องการระบบไอทีที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และรองรับบริการคลาวด์เพิ่มมากขึ้น
นาย William Buyung ผู้จัดการประจำของ Tech Data Indonesia กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างระบบนิเวศของพันธมิตรทางธุรกิจในอินโดนีเซีย “โซลูชันด้านคลาวด์และความปลอดภัยไซเบอร์ของSangfor ผ่านการพิสูจน์และใช้งานจริงในตลาดแล้ว ช่วยเสริมความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยี ข้อมูลเชิงลึก และความเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้กับลูกค้า”
เขายังเสริมว่า “การผสานศักยภาพด้านการพัฒนาตลาดและการสนับสนุนพันธมิตรของ Tech Data เข้ากับนวัตกรรมของ Sangfor จะช่วยให้พันธมิตรสามารถนำเสนอโซลูชันที่มีความปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเชื่อถือได้แก่บริษัทในอินโดนีเซีย ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล”
ด้านนาย David Li ผู้จัดการประจำของ Sangfor Technologies Indonesia กล่าวว่า ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์ของบริษัท ทำให้สามารถนำเสนอโซลูชันที่ใช้งานได้จริง และการสนับสนุนเชิงกลยุทธ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยความร่วมมือนี้คาดว่าจะช่วยผลักดันนวัตกรรมดิจิทัล เสริมสร้างความปลอดภัย ความสามารถในการขยายตัว และประสิทธิภาพขององค์กรในอินโดนีเซีย
ภายใต้ความร่วมมือนี้ Tech Data จะเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงเทคโนโลยีระดับองค์กรของ Sangfor พร้อมการสนับสนุนผ่านโครงการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะอย่างครบวงจร ขณะเดียวกัน กระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซียได้ประกาศความมุ่งมั่นในการเร่งรัดโครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลระดับชาติในปี 2026 โดยจะให้ความสำคัญกับการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยตรง ภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่ การเชื่อมต่อ (Connectivity) การเติบโต (Growth) และความมั่นคงปลอดภัย (Security)
นาย Nezar Patria รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซีย กล่าวว่า “รัฐบาลได้วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งแล้ว และถึงเวลาที่จะต้องเดินหน้าอย่างรวดเร็วและจริงจัง เพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจะต้องสามารถขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับทรัพยากรมนุษย์ได้”
ความเห็นจากสำนักงาน (Office Comment)
Tech Data Indonesia ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ TD Synnex จากสหรัฐอเมริกา และ Sangfor Technologies Indonesia ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Sangfor Technologies จากจีน ประกาศความร่วมมือเพื่อให้บริการโซลูชันซอฟต์แวร์ (ระบบดิจิทัลที่ใช้ในการจัดการข้อมูลและการดำเนินธุรกิจ) สำหรับองค์กรที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นแก่พันธมิตรทางธุรกิจและลูกค้าในอินโดนีเซีย ความร่วมมือดังกล่าวเป็นที่กล่าวถึงในอินโดนีเซียเนื่องจากต้นสังกัดของทั้ง 2 บริษัทเป็นประเทศที่มีความขัดแย้งด้านการพัฒนาเทคโนโลยี แต่กลับมีความร่วมมือที่ดีในตลาดอินโดนีเซีย สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการด้านโซลูชันดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ และบริการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอินโดนีเซีย และการเปิดรับเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลระดับชาติของรัฐบาลอินโดนีเซีย แนวโน้มดังกล่าวเปิดโอกาสให้บริษัท ICT (บริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) จากต่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วมในระบบนิเวศดิจิทัลของอินโดนีเซียมากขึ้น
ในส่วนนี้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงจาการ์ตา ได้ดำเนินการสนับสนุนบริษัท ICT ของไทยในการเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและการอำนวยความสะดวกด้านความร่วมมือ เช่น สำนักงานฯ ได้สนับสนุนบริษัท Predictive จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทด้านวิเคราะห์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ของไทย ในการสำรวจโอกาสความร่วมมือกับบริษัท ICT ชั้นนำของอินโดนีเซีย ได้แก่ PT Astragraphia Information Technology (AGIT), PT Mastersystem Infotama, PT Multipolar, PT CTI (Anabatic Technologies) และ PT PGI Data
กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงผู้ให้บริการเทคโนโลยีของไทยกับพันธมิตรในอินโดนีเซีย เพื่อรองรับความต้องการในการพัฒนาและปรับเปลี่ยนองค์กรให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น และเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้บริษัทไทยในอุตสาหกรรม ICT รายอื่น ๆ เข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียผ่านรูปแบบความร่วมมือทางธุรกิจ โดยเฉพาะในสาขา การบูรณาการระบบ (System Integration), บริการคลาวด์, โซลูชันความปลอดภัยไซเบอร์, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูงในตลาดอินโดนีเซีย