fb
ADB อนุมัติเงินสนับสนุน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์

ADB อนุมัติเงินสนับสนุน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์

โดย
kanthima
ลงเมื่อ 30 กันยายน 2569 09:51
สคต. ณ กรุงมะนิลา (ฟิลิปปินส์) (TTC, Manila (Philippines))
2

    ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) อนุมัติวงเงินสนับสนุนทางการเงินจำนวน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อช่วยรัฐบาลฟิลิปปินส์บรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และรองรับช่องว่างทางการคลังที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดย ADB ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงมะนิลา ระบุว่า การสนับสนุนทางการเงินภายใต้โครงการช่วยเหลือเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและบรรเทาความยากจน (Assistance for Greater Resilience and Alleviation of Poverty) จะสนับสนุนโครงการ Unified Package for Livelihoods, Industry, Food and Transport (UPLIFT) ของฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ การสนับสนุนทางการเงินดังกล่าวดำเนินการผ่านกลไกให้ความช่วยเหลือเพื่อรับมือกับภาวะวิกฤต (Countercyclical Support Facility) ของ ADB โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคสามารถรองรับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ เงินทุนดังกล่าวจะช่วยให้รัฐบาลสามารถเสริมสร้างความมั่นคงด้านเชื้อเพลิง ควบคุมค่าไฟฟ้าและค่าบริการสาธารณสุขให้อยู่ในระดับที่ประชาชนเข้าถึงได้ ตลอดจนรักษาความมั่นคงในการเข้าถึงอาหารและยารักษาโรค รวมถึงให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการนำแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ (Overseas Filipino Workers: OFWs) ที่ได้รับผลกระทบกลับประเทศ รวมถึงให้ความช่วยเหลือแก่แรงงานดังกล่าวในระหว่างการเดินทางกลับประเทศ นาย Masato Kanda ประธาน ADB กล่าวว่า การสนับสนุนทางการเงินครั้งนี้เป็นการสนับสนุนความมุ่งมั่นของฟิลิปปินส์ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน และกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศด้วยตนเอง
    การประกาศการสนับสนุนทางการเงินดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจาก ADB ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเศรษฐกิจฟิลิปปินส์กำลังเผชิญกับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ การใช้จ่ายภาครัฐที่อยู่ในระดับต่ำ และผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ จากรายงานแนวโน้มการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Outlook) ซึ่งเป็นรายงานเศรษฐกิจหลักของ ADB ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของฟิลิปปินส์ลงเหลือร้อยละ 3.3 จากเดิมร้อยละ 3.8 หากอัตราการเติบโตเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราดังกล่าว ฟิลิปปินส์จะมีอัตราการเติบโตต่ำกว่าประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ADB คาดว่าเศรษฐกิจฟิลิปปินส์จะฟื้นตัวและขยายตัวร้อยละ 5.1 ในปี 2570 โดยได้ปรับลดประมาณการจากเดิมที่ร้อยละ 5.3 ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์มีความเปราะบางต่อวิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นพิเศษ เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเกือบทั้งหมด และพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยในสัดส่วนสูง ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศมีความเสี่ยงต่อการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาสินค้าในตลาดโลก    

ที่มา: Inquirer.net
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
•    การอนุมัติวงเงินสนับสนุนทางการเงินจำนวน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) จะช่วยเสริมความสามารถของรัฐบาลฟิลิปปินส์ในการรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะแรงกดดันจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อาหาร และปุ๋ย ตลอดจนช่วยรักษาการให้บริการสาธารณะที่จำเป็นและสนับสนุนรายได้ของกลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีแนวโน้มช่วยพยุงกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศในระยะสั้น และเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าไปยังฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะสินค้าอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร และสินค้าที่ใช้ในภาคการผลิต เนื่องจากมาตรการช่วยเหลือด้านรายได้และค่าใช้จ่ายจำเป็นอาจช่วยลดแรงกดดันต่อการบริโภคและอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะเดียวกัน การสนับสนุนด้านเชื้อเพลิงและปุ๋ยอาจช่วยลดต้นทุนการขนส่งและต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการฟิลิปปินส์ ซึ่งเอื้อต่อการรักษาความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทานและการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การที่ ADB ปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ (GDP) ในปี 2569 เหลือร้อยละ 3.3 จากเดิมร้อยละ 3.8 สะท้อนว่าเศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันจากการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐที่อ่อนตัว รวมถึงต้นทุนพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจระมัดระวังการใช้จ่ายและการลงทุนมากขึ้น และอาจจำกัดการเติบโตของความต้องการนำเข้าสินค้าจากไทยในบางกลุ่ม โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือยและสินค้าที่ไม่จำเป็นในระยะสั้น นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเกือบทั้งหมดและพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยในสัดส่วนสูง ทำให้ผู้ประกอบการไทยที่นำเข้าสินค้าหรือวัตถุดิบจากฟิลิปปินส์อาจเผชิญต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมทั้งความเสี่ยงด้านราคาและความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ผู้ส่งออกไทยยังอาจได้รับผลกระทบจากค่าระวางเรือและต้นทุนโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นจากความผันผวนของราคาพลังงานและการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ ทั้งนี้ การคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์จะฟื้นตัวและขยายตัวร้อยละ 5.1 ในปี 2570 ประกอบกับมาตรการภาครัฐที่มุ่งสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม อาหาร การขนส่ง และการดำรงชีพ อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนโอกาสทางการตลาดของผู้ประกอบการไทยในระยะกลาง โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม วัตถุดิบและสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าเพื่อสุขภาพ รวมถึงสินค้าและเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนของผู้ประกอบการฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามทิศทางราคาพลังงาน อัตราเงินเฟ้อ กำลังซื้อของผู้บริโภค และมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลฟิลิปปินส์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนบริหารต้นทุนด้านการขนส่งและพิจารณาการกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานเพื่อรองรับความผันผวนของตลาดในระยะต่อไป 
-----------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา
กันยายน 2569
 

ADB อนุมัติเงินสนับสนุน 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ RV.pdf
Share :
Instagram