fb
เศรษฐกิจเยอรมนีชะลอตัวในไตรมาส 3 เงินเฟ้อพุ่ง 3.3%

เศรษฐกิจเยอรมนีชะลอตัวในไตรมาส 3 เงินเฟ้อพุ่ง 3.3%

โดย
Theeraporn
ลงเมื่อ 28 ตุลาคม 2569 06:00
สคต. ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) (TTC, Frankfurt (Germany))
3

กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Federal Ministry for Economic Affairs and Energy: BMWE) รายงานสถานการณ์เศรษฐกิจประจำเดือนตุลาคม 2569 ดังนี้ เศรษฐกิจเยอรมนีชะลอตัวลงชั่วคราวในไตรมาสที่สามของปี 2569 หลังจากฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งแรกของปี โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก การชะลอตัวของคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรม และอุปสรรคด้านการขนส่งทางน้ำภายในประเทศ แม้ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะภาคการผลิต การส่งออก และการบริโภคภาคเอกชน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นกำลังทำให้กำลังซื้อของครัวเรือนลดลง

ภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัวจำกัด แม้ผลผลิตเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม

ในภาคการผลิตสินค้าและอุตสาหกรรมเยอรมนีมีผลประกอบการเพิ่มขึ้น 2.0% ในเดือนสิงหาคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังจากลดลง 1.2% ในเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานขนาดใหญ่ของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในภาคอุตสาหกรรมการผลิตยังคงอ่อนแอ ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม 2569 มีผลประกอบการโดยเฉลี่ยต่ำกว่าระดับของไตรมาส 2 อยู่ 1.4% สะท้อนถึงการชะลอตัวของอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงในการผลิต อาทิ อุตสาหกรรมผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนลดลง 5.4% อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เคมีลดลง 1.2% และอุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ประมวลผลข้อมูล รวมถึงผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และออปติคัล ลดลง 2.6% ในขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรมีผลประกอบการเพิ่มขึ้น 5.3% และอุตสาหกรรมการผลิตภัณฑ์โลหะสำเร็จรูปผลประกอบการเพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนสิงหาคม 2569 

นอกจากนี้ คำสั่งซื้อใหม่ในภาคอุตสาหกรรมลดลง 10.6% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2569 แม้ยอดคำสั่งซื้อจะยังสูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2568 ประมาณ 2.7% อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่าผลประกอบการในภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ผลประกอบการในบางอุตสาหกรรมจะมีการการฟื้นตัวอยู่บ้าง

การส่งออกชะลอตัว ท่ามกลางต้นทุนพลังงานและปัญหาการขนส่ง

ธุรกิจส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจเยอรมนี ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการในเดือนสิงหาคมลดลง 2.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แม้ยังสูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2568 ประมาณ 6.9% มูลค่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ลดลง 6.3% ในเดือนสิงหาคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ขณะที่การส่งออกไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและประเทศนอกสหภาพยุโรปลดลงเช่นกัน

ด้านการนำเข้าสินค้าและบริการยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 มีมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้น 7.7% โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีนที่เพิ่มขึ้น 11.0% ส่งผลให้ดุลการค้าสินค้าและบริการเกินดุลลดลง 4.3 พันล้านยูโร เหลือ 11.4 พันล้านยูโรในเดือนสิงหาคม 2569

นอกจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญที่ใช้ในการขนส่งสินค้าของเยอรมนีที่ลดต่ำลงยังเป็นอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้าทางเรือ ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและความสามารถในการส่งมอบสินค้า มีการประเมินว่า แรงส่งจากการเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าในช่วงที่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสินค้าขั้นกลางที่ใช้พลังงานสูง กำลังลดลงทำให้มูลค่าการส่งออกในไตรมาส 3 มีแนวโน้มอ่อนแรงกว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2569

ราคาพลังงานเพิ่มเกือบ 15% ดึงอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

แรงกดดันด้านราคายังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของเศรษฐกิจเยอรมนี โดยดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้น 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นเกือบ 15% โดยมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.4% ส่วนราคาอาหารเพิ่มขึ้น 0.4% และราคาค่าบริการเพิ่มขึ้น 2.7% ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมการผลิต ราคาสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้น 8.3% ในเดือนสิงหาคม 2569 ขณะที่การนำเข้าพลังงานราคาเพิ่มขึ้นถึง 43% สะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่อาจส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในระยะต่อไป

แม้นโยบายการลดภาษีพลังงานสำหรับเชื้อเพลิงที่เริ่มมีผลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 จะช่วยบรรเทาแรงกดดันต้นทุนราคาได้บางส่วน แต่ราคาผู้บริโภคยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงช่วงฤดูหนาว เนื่องจากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน เพราะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่แนวโน้มการจ้างงานยังไม่ส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน

แม้ยอดค้าปลีกเริ่มฟื้นตัวแต่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น 

ผลประกอบการตลาดค้าปลีกในเยอรมนีเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนสิงหาคม 2569 หลังจากปรับลดลง 3.2% ในเดือนกรกฎาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ยอดขายโดยรวมยังลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2568 นอกจากนี้ ตลาดรถยนต์มียอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งใหม่เพิ่มขึ้น 7.6% ในเดือนกันยายน 2569เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 9.0% เมื่อเทียบกับปี 2568 ส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภคภาคเอกชน และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับอ่อนตัวลง โดยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสถาบันวิจัยตลาดผู้บริโภค GfK ในเดือนตุลาคม 2569 ลดลง 3.8 จุด มาอยู่ที่ -30.6 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบห้าเดือน ขณะที่ความคาดหวังด้านการเพิ่มขึ้นของรายได้ลดลงอย่างมาก และมีแนวโน้มการออมสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าแม้ผลประกอบการตลาดค้าปลีกบางส่วนจะเริ่มฟื้นตัว แต่ผู้บริโภคยังมีกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพ รายได้ และความมั่นคงในการทำงานจึงมีแนวโน้มใช้จ่ายอย่างระมัดระวังต่อไป

ตลาดแรงงานยังอ่อนแอ อัตราการจ้างงานลดลงต่อเนื่อง

สถานการณ์ตลาดแรงงานเยอรมนียังเป็นที่น่าจับตามอง โดยในเดือนสิงหาคม 2569 มีการจ้างงานลดลง 29,000 ราย ขณะที่เดือนกรกฎาคม 2569 รายงานการจ้างงานที่อยู่ในระบบประกันสังคมลดลง 12,000 ราย ในเดือนกันยายน 2569 จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 12,000 ราย และยังไม่มีสัญญาณแนวโน้มการฟื้นตัวของการจ้างงานอย่างชัดเจน แม้ดัชนีความเชื่อมั่นด้านการจ้างงานตามรายงานของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจเยอรมนี ในนครมิวนิก (Ifo) จะปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันจนถึงเดือนกันยายน 2569 แต่โดยภาพรวมอัตราการจ้างงานในตลาดเยอรมนียังคงชะลอตัวลง ในอุตสาหกรรมภาคการผลิตมีแนวโน้มการปรับลดตำแหน่งงาน แต่ในภาคธุรกิจบริการและการก่อสร้างมีแนวโน้มการจ้างงานทรงตัว

การล้มละลายของภาคธุรกิจยังอยู่ในระดับสูง

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนีระบุว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ถึงกรกฎาคม 2569 มีการรายงานบริษัทล้มละลาย 25,043 ราย เพิ่มขึ้น 7.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจและให้คำปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจของประเทศเยอรมนี (Halle Institute for Economic Research: IWH) ระบุว่า ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ถึงกันยายน 2569 ห้างหุ้นส่วนและบริษัทนิติบุคคลล้มละลาย 18,797 ราย เพิ่มขึ้น 8.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงการเผชิญแรงกดดันของธุรกิจในเยอรมนี ทั้งต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น และสถานการณ์ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก แม้ข้อมูลของสถาบันวิจัย IWH จะแสดงให้เห็นว่าจำนวนบริษัทล้มละลายในไตรมาส 3 ปี 2569 ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับสถิติของเยอรมนีที่ผ่านมา

แนวโน้มเศรษฐกิจ: ฟื้นตัวได้ แต่ยังมีความเสี่ยง

แม้เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มขยายตัว และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวดีขึ้น แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเยอรมนียังคงเผชิญข้อจำกัดจากราคาพลังงานที่สูง ความอ่อนแอของภาคอุตสาหกรรม การส่งออกที่ชะลอตัว และกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลงจากภาวะเงินเฟ้อ ทั้งนี้ ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเยอรมนี อาทิ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การจัดซื้อภาครัฐ และความต้องการสินค้าบางกลุ่มที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และศูนย์ข้อมูลดิจิตอล

ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะของ สคต. 

รายงานประจำเดือนตุลาคมของกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานเยอรมนีแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจเยอรมนีกำลังชะลอตัวชั่วคราวหลังจากฟื้นตัวในครึ่งแรกของปี แต่ยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไปจึงขึ้นอยู่กับการคลี่คลายแรงกดดันของราคาพลังงาน สถานการณ์การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมและการส่งออก ตลอดจนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและครัวเรือน

ผู้ประกอบการเยอรมันมีแนวโน้มจะใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจเยอรมันอย่างใกล้ชิด มองหาคู่ค้าที่มีศักยภาพ พัฒนาสินค้าให้ตรงกับแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคเพื่อหาโอกาสทางการค้าใหม่ๆ รวมทั้งควบคุมต้นทุนการผลิตเพื่อให้ราคาสามารถแข่งขันกับคู่แข่งอื่นในตลาด

********************************************

ที่มา

www.bundeswirtschaftsministerium.de

Photo by Markus Spiske on Unsplash

ข่าวเด่น 19 - 23 ต.ค. 69.pdf
Share :
Instagram