
เวียดนามตั้งเป้าประชาชนสามารถเข้าถึงสนามบินได้ในระยะ 100 กิโลเมตร ภายในปี 2573

กระทรวงก่อสร้างเวียดนาม (Ministry of Construction: MOC) เสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับปรุงแผนผังระบบท่าอากาศยานแห่งชาติช่วงปี 2564 – 2573 และวิสัยทัศน์ถึงปี 2593 หากรัฐบาลอนุมัติโครงการดังกล่าว ภายในปี 2573 ประชากรเวียดนามกว่าร้อยละ 95 จะสามารถเข้าถึงสนามบินได้ภายในรัศมี 100 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ร้อยละ 75 และอยู่ในระดับใกล้เคียงกับหลายประเทศในเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ (ร้อยละ 100) ญี่ปุ่น (ร้อยละ 99) มาเลเซีย (ร้อยละ 98.13) ฟิลิปปินส์ (ร้อยละ 93.62) ไทย (ร้อยละ 88) และจีน (ร้อยละ 73.37)
ปัจจุบัน แผนผังระบบท่าอากาศยานแห่งชาติช่วงปี 2564 – 2573 และวิสัยทัศน์ถึงปี 2593 กำลังดำเนินการตาม Decision 648/QD-TTg ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2566 โดยรัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2573 ประเทศจะมีสนามบินทั้งหมด 30 แห่ง แบ่งเป็นสนามบินนานาชาติ 14 แห่ง ได้แก่ สนามบิน Van Don (จังหวัด กว๋างนิญ) สนามบิน Cat Bi (นครไฮฟอง) สนามบิน Noi Bai (กรุงฮานอย) สนามบิน Tho Xuan (จังหวัด ทัญฮว้า) สนามบิน Vinh (จังหวัด เหงะอาน) สนามบิน Phu Bai (นครเว้) สนามบิน Da Nang (นครดานัง) สนามบิน Chu Lai (จังหวัด กว๋างนาม) สนามบิน Cam Ranh (จังหวัด คั้ญฮว่า) สนามบิน Lien Khuong (จังหวัด เลิมด่ง) สนามบิน Long Thanh (จังหวัด ด่งนาย) สนามบิน Tan Son Nhat (นครโฮจิมินห์) สนามบิน Can Tho (จังหวัด นครเกิ่นเทอ) และสนามบิน Phu Quoc (จังหวัด เกียนซาง) และสนามบินภายในประเทศ 16 แห่ง ได้แก่ สนามบิน Lai Chau (จังหวัด ลายเจิว) สนามบิน Dien Bien (จังหวัด เดี่ยนเบียน) สนามบิน Sa Pa (จังหวัด หล่าวกาย) สนามบิน Na San (จังหวัด เซินลา) สนามบิน Dong Hoi (จังหวัด กว๋างบิ่ญ) สนามบิน Quang Tri (จังหวัด กว๋างจิ) สนามบิน Phu Cat (จังหวัด บิ่ญดิ่ญ) สนามบิน Tuy Hoa (จังหวัด ฟู้เอียน) สนามบิน Pleiku (จังหวัด ซาลาย) สนามบิน Buon Ma Thuot (จังหวัด ดั๊กลั๊ก) สนามบิน Phan Thiet (จังหวัด บิ่ญถ่วน) สนามบิน Rach Gia (จังหวัด เกียนซาง) สนามบิน Ca Mau (จังหวัด ก่าเมา) สนามบิน Con Dao (จังหวัด บ่าเสี่ยะ – หวุงเต่า) สนามบิน Thanh Son (จังหวัด นิญถ่วน) และสนามบิน Bien Hoa (จังหวัด ด่งนาย) เงินลงทุนรวมสำหรับการก่อสร้างและยกระดับสนามบินจนถึงปี 2573 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 420 ล้านล้านเวียดนามด่อง หรือเท่ากับ 17,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยจะระดมทุนจากงบประมาณของรัฐและแหล่งเงินทุนอื่นๆ นอกจากนี้ ภายในปี 2593 เวียดนามคาดว่าจะมีสนามบินรวมทั้งสิ้น 33 แห่ง ประกอบด้วยสนามบินนานาชาติ 14 แห่ง และสนามบินภายในประเทศ 19 แห่ง
กระทรวงก่อสร้างเวียดนามยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาเพิ่มจุดที่ตั้งสนามบินศักยภาพอีก 12 แห่ง ในแผนการพัฒนาท่าอากาศยาน เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนการพัฒนาระดับภูมิภาคและดึงดูดการลงทุน ซึ่งรวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติ Gia Binh (จังหวัด บั๊กนิญ) และท่าอากาศยาน Tho Chu (จังหวัด อานซาง) ที่ได้ถูกบรรจุเข้าสู่แผนผังแล้วตามขั้นตอนและกระบวนการแบบเร่งรัด รวมถึงการพิจารณาก่อสร้างสนามบินใหม่ เช่น สนามบินในจังหวัดนิญบิ่ญ สนามบินในจังหวัดฮึงเอียน ท่าอากาศยานแห่งที่ 2 ของเขตกรุงฮานอย การปรับขนาดสนามบิน Con Dao (นครโฮจิมินห์) และการขยายบทบาทของสนามบินในนครไฮฟอง เป็นต้น
ปริมาณสินค้าที่ขนส่งทางอากาศของเวียดนามที่ 1.3 ล้านตันในปี 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับปี 2567 ดังนั้น ตามแผนผังดังกล่าว ศูนย์โลจิสติกส์จะถูกก่อสร้างรอบสนามบินที่มีความต้องการขนส่งสินค้ามากกว่า 250,000 ตันต่อปี นอกจากนี้ สำหรับการขนส่งผู้โดยสารในปี 2568 มีผู้ใช้บริการรวมจำนวน 83.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7 โดยการขนส่งระหว่างประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโต ด้วยจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศ 46.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ผลลัพธ์เชิงบวกดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากการขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน สายการบินเวียดนามให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ 113 เส้นทาง เชื่อมต่อเวียดนามกับศูนย์กลางการบินสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ ยุโรป และโอเชียเนีย
(จาก https://vneconomy.vn/)
ข้อคิดเห็น สคต
ผู้เชี่ยวชาญจากแผนก Travel Logistics & Infrastructure ของบริษัท McKinsey & Company ให้ความเห็นว่า การที่เวียดนามพัฒนาสนามบินนานาชาติจำนวน 14 แห่ง ทั่วประเทศ รวมถึงเครือข่ายโลจิสติกส์รอบสนามบิน ในช่วงปี 2568–2593 จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเวียดนามในห่วงโซ่การผลิตในประเทศและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลกด้วย เนื่องจากบริษัทต่างชาติหลายแห่งมีแนวโน้มขยายฐานการผลิตมายังเวียดนามตามแนวคิด China Plus One ดังนั้น โครงสร้างพื้นฐานด้านการบินจึงถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) เข้าสู่เวียดนามมากขึ้น นอกจากนี้ การที่ประชาชนรวมถึงอุตสาหกรรมที่มีการขนส่งสินค้าทางเครื่องบินสามารถเข้าถึงสนามบินได้ภายในรัศมี 100 กิโลเมตร อาจช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการขนส่ง และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นและภูมิภาค โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูงและต้องการการจัดส่งรวดเร็ว เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ สินค้าเกษตรสด และเวชภัณฑ์ รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จัดจำหน่ายผ่านระบบอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่
อย่างไรก็ดี แม้การที่เวียดนามเร่งผลักดันโครงการพัฒนาสนามบินจะสะท้อนถึงแนวโน้มการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนระหว่างจังหวัดต่างๆ ภายในประเทศ แต่ประสิทธิภาพด้านการค้าของสนามบินอาจไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่ระบบโลจิสติกส์ภาคพื้นดินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถและความสอดคล้องระหว่างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เช่น ทางด่วน รถไฟ ท่าเรือ และกระบวนการศุลกากร เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านความแออัดและต้นทุนการดำเนินงานที่สูง ดังนั้น รัฐบาลเวียดนามจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นและภูมิภาคกับประสิทธิภาพการใช้งานจริง เพื่อหลีกเลี่ยงการลงทุนที่กระจายตัวมากเกินไป หรือการมีความสามารถในการรองรับสินค้าและผู้โดยสารที่เกินความจำเป็นในสนามบินขนาดเล็กบางแห่ง