fb
เวียดนามและออสเตรเลียเร่งความร่วมมือด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม

เวียดนามและออสเตรเลียเร่งความร่วมมือด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม

โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 22 สิงหาคม 2568 16:00
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))
41

เวียดนามและออสเตรเลียเร่งความร่วมมือด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม

dai-bieu-du-hn.jpg

ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่เวียดนามในนครซิดนีย์ ได้จัดงาน "ประชุมว่าด้วยการส่งเสริมการค้า ความร่วมมือในการฝึกอบรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อมระหว่างเวียดนาม – ออสเตรเลีย”งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่าง   การเยือนออสเตรเลียของคณะผู้แทนกระทรวงฯ นำโดยนาย Tran Thanh Nam รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมพร้อมด้วยตัวแทนจากสถาบันการฝึกอบรมและผู้ประกอบการของเวียดนาม

ในการเปิดงาน นาย เหงียน ถัน ตุง (Nguyen Thanh Tung) กงสุลใหญ่เวียดนามได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของงาน  ครั้งนี้ในการชี้ให้เห็นถึงความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่าง 2 ประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะใน     ด้านการเกษตร ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหาร การเติบโตอย่างยั่งยืน และการยกระดับคุณภาพชีวิต  ซึ่งสินค้าเกษตรของเวียดนามกำลังมีส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นในตลาดออสเตรเลีย ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าที่สมดุลมากขึ้น สถานกงสุลใหญ่มีบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการ ขจัดอุปสรรคทางเทคนิค ส่งเสริมแบรนด์ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย และการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน โดยสถานกงสุลใหญ่เสนอให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงกลไกสนับสนุนวิสาหกิจ จัดตั้งช่องทางการให้ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ และพิจารณาจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรเวียดนามในออสเตรเลีย อีกทั้งยังแนะนำให้พัฒนาห่วงโซ่โลจิสติกส์ ขยายคลังเก็บสินค้าและกระจายสินค้า    แช่เย็นในนครซิดนีย์ (Sydney) และกรุงเมลเบิร์น (Melbourne) รวมถึงเพิ่มการประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์สินค้าเกษตรของเวียดนาม

นาย เจิ่น ถั่ญ นาม (Tran Thanh Nam) รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมระบุว่า ในยุคของ      การบริโภคและการใช้ชีวิตในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รัฐบาลเวียดนามมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการผลิต และได้ร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศในการวัดและรับรองคาร์บอน ศักยภาพของความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยเฉพาะในด้านการเกษตรและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเวียดนามขอให้ภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย และโรงเรียนอาชีวศึกษาของออสเตรเลียร่วมมือกับเวียดนามในการถ่ายทอดเทคโนโลยี ส่งเสริมการค้าในรูปแบบเฉพาะแต่ละท้องถิ่น พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสูง และส่งเสริมรูปแบบการฝึกอบรมระหว่างโรงเรียนและผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการลงทุนของออสเตรเลียในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเวียดนาม โดยระบุว่าทั้ง 2 ประเทศมีข้อได้เปรียบทางเศรษฐกิจทางทะเล และพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่กว้างใหญ่

นาง Susan Kahwati ผู้ดูแลรับผิดชอบด้านเศรษฐกิจสีเขียว ภาคเกษตรกรรมและอาหาร ภายใต้คณะกรรมาธิการการค้าและการลงทุนของออสเตรเลีย (Australian Trade and Investment Commission: Austrade) ระบุว่า            งานดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เวียดนามเป็นเศรษฐกิจที่มีความหลากหลาย เป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาคที่มีศักยภาพทางการเกษตร มีประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก และมีอัตราการยอมรับเทคโนโลยีดิจิทัลในระดับสูง ซึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอีกสองทศวรรษข้างหน้า โดยมีเวียดนามเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก ออสเตรเลียซึ่งมีข้อได้เปรียบในด้านเกษตรกรรม อาหาร ทรัพยากร พลังงานสีเขียว โครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา ทักษะ และเศรษฐกิจดิจิทัล มุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในเส้นทางการเติบโตของเวียดนาม 

นาย Anoulack Chanthivong รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของรัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales) คาดการณ์ว่า การประชุมครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น บนพื้นฐานของความร่วมมือที่รอบด้านและแน่นแฟ้นระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ภาคธุรกิจ และสถาบันการศึกษาและการฝึกอบรม โดยเฉพาะ หน่วยงานที่ดำเนินการอยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่ายกำหนดแนวทางการพัฒนาและสร้างโอกาสในการเพิ่มความเข้าใจซึ่งกันและกัน กระชับความสัมพันธ์ ตลอดจนมุ่งไปสู่เป้าหมายร่วมกัน ซึ่งเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียและเวียดนามจะพัฒนามากยิ่งขึ้น

(จาก https://vneconomy.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

ในช่วงที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างเวียดนามและออสเตรเลียเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ปัจจุบันออสเตรเลียเป็นหนึ่งในคู่ค้าหลักของเวียดนามในภูมิภาคโอเชียเนีย ในปี 2567 มูลค่าการค้าทวิภาคีสูงกว่า 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 โดยเวียดนามส่งออกสินค้าไปยังออสเตรเลีย เช่น สิ่งทอ รองเท้า อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เฟอร์นิเจอร์ไม้ และโทรศัพท์ เป็นต้น ในขณะเดียวกัน ออสเตรเลียส่งออกมายังเวียดนาม ได้แก่ ถ่านหิน ข้าวสาลี ฝ้าย แร่เหล็ก อะลูมิเนียม และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เป็นต้น 

ซึ่งออสเตรเลียได้เปิดตลาดให้กับเสาวรสของเวียดนาม และเวียดนามได้เปิดตลาดลูกพลัมของออสเตรเลีย ในช่วงที่ผ่านมา การค้าสินค้าเกษตรระหว่างเวียดนามและออสเตรเลียประสบความสำเร็จอย่างมาก สินค้าเกษตรของเวียดนามสามารถสร้างตำแหน่งในตลาดออสเตรเลียได้อย่างมั่นคง ในขณะเดียวกันสะท้อนแนวโน้มเชิงบวกในการสร้างสมดุลทางการค้า ทั้ง 2 ประเทศได้เข้าร่วมข้อตกลงการค้าเสรีหลายฉบับ เช่น CPTPP และ ซึ่งเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนสินค้า ออสเตรเลียยังคงเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมของเวียดนาม ในขณะเดียวกัน เวียดนามก็กำลังกลายเป็นตลาดบริโภคที่มีศักยภาพสำหรับสินค้าและบริการจากออสเตรเลีย เวียดนามถือว่าออสเตรเลียเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร ทั้ง 2 ฝ่ายส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ออสเตรเลียยังสนับสนุนเวียดนามในการพัฒนามาตรฐานคุณภาพของสินค้าเกษตรส่งออก 

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างเวียดนาม–ออสเตรเลียยังคงรักษาแนวโน้มที่ดี ซึ่งช่วยตอกย้ำความเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์แบบครอบคลุม” ที่ได้รับการยกระดับตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2567 ทั้ง 2 ฝ่ายมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรให้แข็งแกร่ง โดยการส่งเสริมการค้าและการลงทุน ทำงานร่วมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายร่วมกันในระดับภูมิภาค และส่งเสริมความร่วมมือทางเทคนิค การวิจัย และโครงการ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อสนับสนุนภาคการเกษตร ป่าไม้ และการประมง ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน และยั่งยืนมากขึ้น ความร่วมมือทางการค้าที่ใกล้ชิดนำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกันและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน เวียดนามและออสเตรเลียตั้งเป้าที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าสองทางเป็น 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในอนาคต ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนถึงศักยภาพความร่วมมืออันยิ่งใหญ่ระหว่าง 2 เศรษฐกิจที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

เวียดนามและออสเตรเลียเร่งความร่วมมือด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม.pdf
Share :
Instagram