fb
ศาลอุทธรณ์ไฟเขียว “ทรัมป์” เดินหน้าเก็บภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลกต่อได้

ศาลอุทธรณ์ไฟเขียว “ทรัมป์” เดินหน้าเก็บภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลกต่อได้

โดย
Kamonwan
ลงเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 20:43
สคต. ณ นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา) (TTC, New York (USA))
2

ศาลอุทธรณ์กลางสหรัฐฯ มีคำสั่งอนุมัติคำร้องของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ให้ “ระงับชั่วคราว” 
คำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Court of International Trade) ที่เพิ่งมีขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งวินิจฉัยว่า มาตรการภาษีนำเข้ารอบล่าสุดของทรัมป์ “ขัดต่อกฎหมาย”

คำสั่งดังกล่าวของศาลอุทธรณ์ ส่งผลให้คำพิพากษาของศาลการค้าระหว่างประเทศยังไม่มีผลบังคับใช้ในทันที โดยศาลระบุว่าจะให้มีการ “พักคำสั่งไว้จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม” ระหว่างที่ศาลกำลังพิจารณาคำอุทธรณ์จากฝ่ายรัฐบาล

ผลจากการระงับคำตัดสินนี้ ทำให้การจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายใต้มาตรา Section 122 ยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้ในระหว่างกระบวนการพิจารณาคดี

ก่อนหน้านี้ ศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ มีมติ 2 ต่อ 1 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระบุว่า 
แม้กฎหมายการค้าปี 1974 ภายใต้มาตรา Section 122 จะให้อำนาจประธานาธิบดีบางส่วนในการดำเนินมาตรการด้านภาษีและอากรแทนรัฐสภา แต่กฎหมายดังกล่าวไม่ได้ให้อำนาจกว้างขวางเพียงพอสำหรับการกำหนดภาษีนำเข้าแบบครอบคลุมทั่วโลกในลักษณะที่ทรัมป์ดำเนินการ

ภาษีดังกล่าวถูกนำมาใช้หลังจาก Supreme Court of the United States มีคำวินิจฉัยว่า การที่รัฐบาลของ Donald Trump ใช้อำนาจภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าในลักษณะครอบคลุมนั้น เกินขอบเขตอำนาจตามที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้รัฐบาลต้องแสวงหาช่องทางทางกฎหมายอื่นในการดำเนินมาตรการด้านภาษีต่อไป โดยหนึ่งในแนวทางที่นำมาใช้คือการอาศัยอำนาจตามมาตรา Section 122 แห่งกฎหมาย Trade Act of 1974 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีสามารถใช้มาตรการภาษีในลักษณะชั่วคราวได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

ศาลการค้าระหว่างประเทศยังระบุเพิ่มเติมว่า คำประกาศใช้ภาษีภายใต้ Section 122 ของทรัมป์นั้น 
“ไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย” (invalid) และเห็นว่าการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว “ไม่ได้รับอำนาจรองรับตามกฎหมาย” (unauthorized by law)

ประเด็นนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญของนโยบายการค้าสหรัฐฯ เนื่องจากสะท้อนถึงการต่อสู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดีในการใช้นโยบายภาษีเพื่อกดดันทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการค้าโลก ต้นทุนสินค้านำเข้า และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้าในระยะต่อไป

 

ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ

          ในช่วงที่นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอนจากกระบวนการทางกฎหมาย ผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์และคำวินิจฉัยของศาลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมาตรการภาษีในอัตรา 10% ภายใต้มาตรา Section 122 ของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงมีผลบังคับใช้เป็นการชั่วคราวและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ผู้ประกอบการควรบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนโดยการทบทวนโครงสร้างราคาและเงื่อนไขสัญญาการค้า พร้อมทั้งพิจารณากระจายตลาดส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ อย่างเป็นระบบเพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ รวมถึงใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนโลจิสติกส์ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันท่ามกลางความผันผวนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศในระยะนี้

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก 

ข้อมูลอ้างอิง   https://www.barrons.com/

Share :
Instagram