
กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาได้จดทะเบียนผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพเพิ่มอีก 4 รายการ อย่างเป็นทางการใน “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI)” ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับชื่อเสียงและอัตลักษณ์ของสินค้ากัมพูชาสู่เวทีสากล พร้อมทั้งช่วยคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของชุมชนผู้ผลิต และเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศในอนาคต
ผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 4 รายการ ได้แก่
(1) ไหมทองพนมสรก (Phnom Srok Golden Silk)
(2) ปูทะเลเกาะกง (Koh Kong Mud Crab)
(3) เม็ดมะม่วงหิมพานต์กำปงธม (Kampong Thom Cashew Nut)
(4) มะม่วงอุดรมีชัย (Oddar Meanchey Mango)
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ล้วนผลิตและเก็บเกี่ยวจากพื้นที่เฉพาะที่มีลักษณะทางภูมิศาสตร์โดดเด่น ผสานกับภูมิปัญญาและเทคนิคการผลิตเฉพาะถิ่น ส่งผลให้มีเอกลักษณ์และคุณภาพพิเศษ และมีศักยภาพในการได้รับการยอมรับในตลาดโลก
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า การจดทะเบียน GI จะก่อให้เกิดประโยชน์สำคัญ ได้แก่
- การคุ้มครองทางกฎหมาย: ป้องกันการปลอมแปลงและรับรองการใช้ชื่อสินค้าให้สอดคล้องกับแหล่งกำเนิด
- การอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น: รักษาวิธีการผลิตดั้งเดิมของชุมชน
- การส่งเสริมการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม: สนับสนุนการท่องเที่ยวในแหล่งผลิตและการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- การเพิ่มมูลค่าและศักยภาพการส่งออก: ยกระดับราคาสินค้าและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน
- การขยายโอกาสสู่สากล: เปิดทางสู่การยอมรับ GI ในต่างประเทศ และคุ้มครองสินค้ากัมพูชาในตลาดโลก
ข้อมูลที่น่าสนใจ
1. ปัจจุบันกัมพูชามีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) รวมทั้งสิ้น 12 รายการ ได้แก่
(1) พริกไทยกำปอต
(2) ส้มโอเกาะตรอง
(3) น้ำตาลโตนดกำปงสปือ
(4) น้ำผึ้งป่ามณฑลคิรี
(5) เกลือและดอกเกลือกำปอด
(6) กุ้งก้ามกรามตาแก้ว
(7) น้ำปลากำปอต-แกบ
(8) ปลาร้า (ประฮอก) เสียมราฐ
(9) ไหมทองพนมสรก
(10) ปูทะเลเกาะกง
(11) เม็ดมะม่วงหิมพานต์กำปงธม
(12) มะม่วงอุดรมีชัย
2. สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เป็นเครื่องมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมผู้ประกอบการและการพัฒนาชุมชนเกษตรกรรม ช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ท้องถิ่น เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับมูลค่าเพิ่มเชิงพาณิชย์ อันนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ความเห็นของสำนักงานฯ
1. GI มีบทบาทสำคัญในการยกระดับกัมพูชาจากผู้ส่งออกสินค้าเกษตรขั้นต้น (commodity-based) สู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง (value-added products) ช่วยเพิ่มศักยภาพในการตั้งราคาที่สูงขึ้นและขยายการเข้าถึงตลาดพรีเมียมในยุโรป ญี่ปุ่น และจีน นอกจากนี้ ยังเอื้อต่อการกระจายรายได้สู่เกษตรกรและผู้ประกอบการ SMEs ในท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
2. GI ถือเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการเพิ่มรายได้จากการส่งออก พร้อมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์สินค้าและแบรนด์ประเทศ (nation branding) อย่างไรก็ตาม กัมพูชายังเผชิญความท้าทายสำคัญหลายประการ ได้แก่ การควบคุมมาตรฐานและคุณภาพสินค้า ข้อจำกัดในการขยายกำลังการผลิต รวมถึงการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการบริหารจัดการ GI เข้มแข็ง เช่น ไทย และเวียดนาม เป็นต้น
________________________________________________________
ที่มา Khmer Times & Kampuchea Thmey Daily
1 พฤษภาคม 2569