
เปรูและฮ่องกงได้กกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น หลังจากความตกลงการค้าเสรีฮ่องกง-เปรู (Hong Kong-Peru Free Trade Agreement) มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ซึ่งทั้งสองฝ่ายคาดว่าความตกลงฯ จะช่วยสนับสนุนการเข้าถึงตลาด ความแน่นอนด้านกฎระเบียบแก่ผู้ส่งออก และเพิ่มมูลค่าการค้าของเปรูในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ ความตกลงฯ ได้ถูกพัฒนาการหารือร่วมกันของทั้ง 2 เขตเศรษฐกิจในระหว่างการประชุมเอเปคที่เริ่มหารือในเดือนพฤศจิกายน 2565 สามารถสรุปผลการหารือได้ในเดือนพฤษภาคม 2567 โดยเปรูให้สัตยาบันความตกลงฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569
ความตกลงฯ ครอบคลุมประเด็นสำคัญต่าง ๆ เช่น การค้าสินค้าและบริการ (รวมบริการทางการเงิน) การลงทุน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช การเข้าเมืองชั่วคราวสำหรับนักธุรกิจ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และพัฒนาเศรษฐกิจของฮ่องกง (นาย Algernon Yau) กล่าวว่า “เปรูเป็นคู่ค้าสำคัญของฮ่องกงจากภูมิภาคลาตินอเมริกา ซึ่งความตกลงฯ ครอบคลุมพันธกรณีที่กว้างขวางกว่าที่ทั้งสองฝ่ายมีร่วมกันภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) และความตกลงฯ นี้ เป็นความตกลงทางการค้าฉบับที่สองที่ฮ่องกงมีการจัดทำกับประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฮ่องกงในการสร้างงความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกับคู่ค้าในภูมิภาคลาตินอเมริกา โดยความตกลงฯ จะช่วยเอื้อประโยชน์ในการขยายธุรกิจของผู้ค้าและนักลงทุนของฮ่องกง รวมถึงการสำรวจโอกาสทางธุรกิจในตลาดลาตินอเมริกาอื่น ๆ ผ่านเปรูด้วย”
ด้านการค้าสินค้า เปรูจะยกเลิกภาษีศุลกากรมี่ร้อยละ 98.3 ของรายการสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดจากฮ่องกง และในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 91.3 จะลดภาษีเหลือในอัตราร้อยละศูนย์ทันที ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 7 จะถูกยกเลิกแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งสินค้าที่ได้รับการลด/ยกเลิกภาษีจะช่วยลกต้นทุนการนำเข้าสินค้าที่ผลิตในฮ่องกง (ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเครื่องจักร ผลิตภัณฑ์เหล็ก ฯลฯ) มายังเปรู ในขณะที่ฮ่องกงไม่มีการเก็บภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่มีถิ่นกำเนิดจากเปรูตั้งแต่วันแรกของการบังคับใช้ความตกลงฯ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความต้องการสินค้าจากเปรูเพิ่มขึ้น เช่น ผลไม้ อะโวคาโด เบอร์รี่ ปลาป่น เป็นต้น รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สินค้าส่งออกดั้งเดิม ทั้งนี้ สินค้าดังกล่าวมีสัดส่วนการส่งออกไปยังฮ่องกงถึงร้อยละ 60 ในยปี 2568 ดังนั้น การจัดทำความตกลงฯ ของทั้งสองฝ่ายจะช่วยขยายการส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าส่งออกดั้งเดิมของเปรูไปยังฮ่องกง
โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเปรูที่ช่วยสนับสนุนการจัดทำความตกลงฯ คือ ท่าเรือขนาดใหญ่ Chancay ที่ช่วยลดระยะเวลาการขนส่งสินค้าระหว่างเปรูและภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการส่งออกและจำหน่ายสินค้าสำหรับตลาดเอเชียและลาตินอเมริกาที่กว้างขวางยิ่งขึ้น
ข้อบทด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (sanitary and phytosanitary: SPS) จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและคาดการณ์ได้ในการบังคับใช้ระเบียบและข้อกำหนดทางเทคนิค และช่วยให้กระบวนการส่งออกและนำเข้าสินค้าผ่านพิธีการศุลกากรเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ข้อบทด้านการค้าบริการและการค้าดิจิทัล มีการกำหนดกรอบพันธกรณีสำหรับบริการข้ามพรมแดน รวมถึง ซอฟแวร์ แอปพลิเคชั่นของโทรศัพท์ เนื้อหาภาพและเสียง และบริการดิจิทัลอื่น ๆ ซึ่งเปิดโอกาสให้แก่การส่งออกบริการใหม่ ๆ สำหรับผู้ประกอบการในกลุ่มเทคโนโลยีและครีเอทีฟ รวมทั้งเปรูสามารถนำเข้าบริการเฉพาะทางจากผู้ให้บริการในฮ่องกงได้สะดวกยิ่งขึ้น
ข้อบทด้านการลงทุน เปรูจะให้การปฏิบัติแก่นักลงทุนของฮ่องกงตามพันธกรณีของความตกลงฯ เพื่อส่งเสริมการลงทุนของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ ได้มีการเจรจาข้อตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (Investment Promotion and Protection Agreement: IPPA) ที่จะมีการลงนามต่อไปหลังจากทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการตามขั้นตอนจำเป็นภายในของแต่ละฝ่ายเสร็จสิ้น จากข้อมูลของกระทรวงการค้าต่างประเทศและการท่องเที่ยวของเปรู (Ministry of Foreign Trade and Tourism: MINCETUR) ความตกลงทางการค้าเสรีเปรู-ฮ่องกง ทำให้เปรูมีความตกลงทางการค้ากับประเทศต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 25 ฉบับ ครอบคลุม 59 เขตเศรษฐกิจ ในขณะที่ฮ่องกงมีความตกลง FTAs ที่มีการลงนามแล้ว รวม 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ จีน นิวซีแลนด์ ประเทศสมาชิก EFTA (ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์) ชิลี มาเก๊า ประเทศสมาชิกอาเซียน จอร์เจีย ออสเตรเลีย และเปรู[1]
นอกจากนี้ ในส่วนของความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-เปรู (Thailand-Peru Free Trade Agreement: TPFTA) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าต่างประเทศและการท่องเที่ยว (นาย Rogers Valencia) ได้ออกแถลงข่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า “ทั้งสองประเทศพร้อมในการลงนามความตกลงฯ และอยู่ระหว่างการหาวันที่เหมาะสมของทั้ง 2 ประเทศในการลงนาม ที่คาดว่าจะอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ศกนี้”
รัฐบาลเปรูมีการดำเนินการหลายประการ เพื่อยกระดับข้อผูกพันทางการค้ากับประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น จีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญหลักของเปรู และบราซิล มีการปรับปรุงความตกลงทางการค้าให้เปรูได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นและลดการขาดดุลการค้ากับบราซิล ในขณะที่การค้าของเปรูและบราซิลมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องถึง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ เปรูอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำความตกลงทางการค้ากับอินเดีย โดยเปรูให้ความสำคัญต่อการส่งออกการค้าบริการ เช่น การแปล โลจิสติกส์ ศูนย์บริการลูกค้า และการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในเมืองสำคัญ เช่น ลิมา อาเรกีปา คุสโก และทางตอนเหนือของเปรู[1] โดยคาดการณ์ว่าเปรูและอินเดียจะสามารถสรุปผลการเจรจาฯ ได้ภายในปี 2570
บทวิเคราะห์/ความเห็น สคต.ฯ
เปรูมุ่งเน้นการเสริมสร้างการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศผ่านการจัดทำความตกลงทางการค้ากับประเทศคู่ค้าต่าง ๆ ซึ่งภูมิภาคเอเชียเป็นคู่ค้าสำคัญของเปรู โดยในปี 2568 ไทยมีการส่งออกไปเปรูคิดเป็นมูลค่า 663.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ฮ่องกงส่งออกไปเปรูคิดเป็นมูลค่า 28.6 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ดี ในส่วนของการบังคับใช้ความตกลงการค้าเสรีฮ่องกง-เปรู ทั้งสองฝ่ายสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี (อัตราภาษีเป็นศูนย์) ได้ทันทีในส่วนของรายการสินค้าร้อยละ 91.3 ของรายการสินค้าทั้งหมด โดยผู้ส่งออกสินค้าของไทยมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในเปรูให้กับสินค้าส่งออกจากฮ่องกง เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (พิกัดศุลกากร 85) เครื่องจักร (พิกัดศุลกากร 84) เครื่องมือและอุปกรณ์ (พิกัดศุลกากร 90) พลาสติก (พิกัดศุลกากร 39) ยาง (พิกัดศุลกากร 40) อัญมณีมีค่าและกึ่งมีค่า (พิกัดศุลกากร 71) แทนนินและสีย้อม (พิกัดศุลกากร 32) และเคมีภัณฑ์ (พิกัดศุลกากร 38) เนื่องจากความตกลงการค้าเสรีฮ่องกง-เปรู มีผลใช้บังคับแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ในขณะที่ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-เปรู ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาวันลงนามความตกลงฯ และจะมีผลบังคับใช้ในปี 2570 นอกจากนี้ ความตกลงการค้าเสรีฮ่องกง-เปรู ยังช่วยส่งเสริมเปรูและฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์ และการลงทุนสำหรับลาตินอเมริกา อาจทำให้บทบาทของไทยในฐานะประตูสู่อาเซียน – ลาตินอเมริกาถูกลดทอนบทบาทลง ซึ่งผู้ประกอบการของไทยจำเป็นต้องเร่งปรับแผนกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น
การปฏิบัติต่อนักลงทุนฮ่องกงและข้อตกลงส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน จะช่วยส่งเสริมการไหลของเงินลงทุนจากฮ่องกงไปยังเปรูเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริการโลจิสติกส์ และการแปรรูปต่าง ๆ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางด้านบริการต่าง ๆ เช่น การเงิน และการลงทุน อาจได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมจากความตกลงดังกล่าว แม้ภาพรวมการส่งออกของไทยไปยังเปรูยังอยู่ในแดนบวกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 แต่ผู้ประกอบการไทยควรตระหนักถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดเปรู ดังนั้น ภายหลังจากการลงนามความตกลง TPFTA ทั้งไทยและเปรูควรเร่งดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นภายในประเทศ เพื่อให้ความตกลง TPFTA มีผลใช้บังคับโดยเร็ว และทั้ง 2 ประเทศสามารถใช้สิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่จากความตกลงฯ อย่างไรก็ดี ไทยควรเสนอการลดอัตราที่ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการจัดทำพันธกรณีด้านการค้าบริการที่ครอบคลุมบริการใหม่ ๆ และการจัดทำเงื่อนไขด้านการลงทุนและอุปสรรคทางเทคนิคที่จะช่วยสนับสนุน/เพิ่มปริมาณการส่งออกสินค้าของไทยไปยังเปรู ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยในกลุ่มสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ พลาสติก เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ อาหาร และสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง
_________________________________
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงซันติอาโก
ตุลาคม 2569
[1] The official website for Agencia Peruana de Noticias, the state-owned national news agency of the Republic of Peru -
[1]A leading Spanish-language digital news outlet founded in Argentina - https://www.infobae.com/america/agencias/2026/08/27/el-tratado-de-libre-comercio-entre-peru-y-hong-kong-entrara-en-vigencia-el-1-de-septiembre/
The official daily newspaper and state gazette of the Republic of Peru - https://www.elperuano.pe/noticia/303546-desde-el-1-de-setiembre-rige-el-acuerdo-de-libre-comercio-entre-peru-y-hong-kong
A leading global business-to-business (B2B) digital publication and news platform - https://www.freshplaza.com/latin-america/article/9867343/the-fta-between-peru-and-hong-kong-will-enter-into-force-on-september-1-2026/A specialized global news and intelligence platform dedicated to tracking international regulatory changes in tax, trade, and legal policies - https://regfollower.com/hong-kong-peru-free-trade-agreement-takes-effect-in-september-2026/A specialized digital news and business intelligence platform focused on the port, maritime, shipping, and logistics sectors in Latin America https://dataportuaria.com/en/peru/foreign-trade/peru-and-hong-kong-activate-fta-starting-september-1-2026