
บริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทพลังงานรายใหญ่ของประเทศไทยได้เข้าซื้อกิจการสถานีบริการน้ำมัน Caltex ในฮ่องกงด้วยมูลค่า 2.1 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยการเข้าซื้อครั้งนี้ถือเป็นการเข้าสู่ตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงของฮ่องกงท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและการเติบโตของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งบริษัทบางจากตั้งเป้าที่จะใช้ฮ่องกงเป็นฐานการค้าระดับภูมิภาคในเอเชียเหนือต่อไป
การซื้อขายเสร็จสิ้นแล้วเมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาบริษัทบางจากได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ Chevron Hong Kong จากบริษัท Chevron Companies (China) และจะยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ Caltex ตามข้อตกลงการอนุญาตใช้สิทธิ์กับ Chevron ทั้งนี้ Chevron Hong Kong มีธุรกิจพลังงานที่หลากหลายครอบคลุมเชื้อเพลิงอุตสาหกรรม เชื้อเพลิงทางทะเล และสถานีบริการน้ำมัน 31 แห่งทั่วฮ่องกง โดยในปี 2567 บริษัทมีรายได้ 10.5 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง และมีกำไรหลังหักภาษีอยู่ที่ 263.3 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งหลังการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้บริษัทจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทบางจากฮ่องกง (Bangchak Hong Kong)
การตกลงซื้อขายครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในข้อตกลงที่มีมูลค่าสูงที่สุดของบริษัทจากกลุ่มเศรษฐกิจ 11 ประเทศอาเซียน ASEAN ที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างที่เขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area: GBA) และสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ASEAN กำลังส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าระหว่างกัน

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหารและประธานบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการเข้าซื้อครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเติบโตระยะยาวของกลุ่มธุรกิจ พร้อมระบุว่า บริษัทบางจากฮ่องกง (Bangchak Hong Kong) จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการค้าและธุรกิจในเอเชียเหนือเชื่อมโยงธุรกิจค้าปลีก การค้าขายและขยายเชื่อมต่อเครื่อข่ายธุรกิจเชื้อเพลิงทางทะเลของกลุ่มธุรกิจบางจาก ด้วยการที่ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการเงิน การค้า การเดินเรือ และการบินของเอเชีย จึงเป็นพื้นที่เชิงกลยุทธ์สำหรับการขยายธุรกิจ ทั้งนี้บริษัทบางจากฮ่องกง (Bangchak Hong Kong) จะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง ในฐานะผู้ค้าพลังงานระดับนานาชาติ พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพและพลังงาน คาร์บอนต่ำเพื่อตอบสนองต่อความต้องการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา บริษัทบางจากได้ปรับโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ การกลั่น การตลาด และเชื้อเพลิงชีวภาพทรัพยากรธรรมชาติ พลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน การค้าน้ำมัน และธุรกิจใหม่และการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงในฮ่องกงมีการแข่งขันที่สูง โดยมีผู้เล่นหลัก 5 ราย และกำลังเผชิญความท้าทายจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไฟฟ้า อีกทั้งผู้ขับขี่จำนวนมากเลือกที่จะข้ามพรมแดนไปเติมน้ำมันที่เมืองเซินเจิ้น Shenzhen และเมืองจูไห่ Zhuhai เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ตามข้อมูลเว็บไซต์ราคาน้ำมันโลก ราคาน้ำมันในจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อวันจันทร์อยู่ที่ประมาณ 9.80 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อลิตรคิดเป็น ร้อยละ 31 ของราคาจำหน่ายน้ำมันในฮ่องกงซึ่งมีราคาสูงที่สุดในโลกที่ 31.80 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อลิตร ในขณะที่ราคาน้ำมันค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 11.50 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อลิตร
ความคิดเห็นของ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง
การเข้าสู่ตลาดฮ่องกงของบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่น ในศักยภาพของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงิน การค้า และโลจิสติกส์ของภูมิภาค แม้ตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีการแข่งขันสูงและกำลังเผชิญแรงกดดันจากการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า การคงแบรนด์ Caltex ภายใต้การบริหารของบริษัทบางจาก จะช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมและสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี
การที่บริษัทบางจากใช้ฮ่องกงเป็นฐานการค้าในเอเชียเหนือจะเป็นการช่วยเชื่อมโยงธุรกิจของไทยกับตลาดจีนและภูมิภาค Greater Bay Area ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับสินค้าและบริการจากไทย แต่ทว่าปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมากเลือกเติมน้ำมันข้ามพรมแดน นักลงทุนไทยที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องควรตระหนักถึง แรงกดดันด้านราคาและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมทั้งการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าและความต้องการพลังงานคาร์บอนต่ำ เป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนไทยควรจับตามอง หากมีการส่งออกหรือร่วมลงทุนในธุรกิจพลังงานควรเน้นผลิตภัณฑ์ที่เน้นด้านความยั่งยืน
นอกจากนั้นผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าอื่นๆ ไปฮ่องกงควรใช้โอกาสนี้ในการสร้างความร่วมมือบริษัทบางจากฮ่องกง (Bangchak Hong Kong) เพื่อขยายช่องทางการตลาดและการกระจายสินค้าและควรพิจารณาโอกาสในธุรกิจพลังงานทางเลือกและผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการลงทุนของบริษัทบางจากและความต้องการของตลาดฮ่องกง ทั้งนี้การติดตามนโยบายพลังงานและสิ่งแวดล้อมของฮ่องกง และจีนจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับกลยุทธ์การค้าได้อย่างเหมาะสม
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการขยายธุรกิจของบริษัทบางจาก แต่ยังเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเชื่อมโยงธุรกิจเข้ากับตลาดฮ่องกงและภูมิภาคเอเชียเหนือ โดยควรเน้นการสร้างความร่วมมือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนและการปรับตัวต่อการแข่งขันด้านราคาและพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เปลี่ยนแปลงไป