
ประเทศไทยสร้างปรากฏการณ์ในวงการอินทีเรียดีไซน์ระดับโลกด้วยการเปิดตัวนิทรรศการผลงานการออกแบบร่วมสมัยครั้งแรกในงาน CASA DECOR 2026 ณ กรุงมาดริด และสร้างแบรนด์ประเทศ วางตำแหน่งไทยไว้ในระดับ high-end ผ่านการนำเสนอผลงานที่ได้รับรางวัล Design Excellence Award หรือ DEmark 32 แบรนด์ ครอบคลุมวัสดุตกแต่ง สินค้าไลฟ์สไตล์ และของตกแต่งบ้าน ในห้องรูปแบบ Loft พื้นที่ 45 ตารางเมตร ออกแบบโดย Trimode Studio เจ้าของรางวัล DEmark สาขาการออกแบบภายใน ด้วยแนวคิด “The Warmest Sun” โดยการเข้าร่วมงานของไทยครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการออกแบบไทยแล้ว ยังเป็นการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับงานเช่นกัน เนื่องจากไทยเป็นประเทศแรกจากเอเชียที่ร่วมแสดงศักยภาพด้านการออกแบบตกแต่งภายในที่งานนี้
พื้นที่ DEmark Thailand ที่งาน CASA DECOR 2026 สร้างความประทับใจ เรียกเสียงยกย่องชื่นชมอย่างกว้างขวางจากผู้เยี่ยมชมงาน นักออกแบบ บุคคลในวงการสถาปัตยกรรม อสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนสื่อเฉพาะทางและ Influencer ทั้งชาวสเปนและต่างชาติ อาทิ หนังสือพิมพ์หัวหลัก El Pais นิตยาสาร AD España หรือ Architectural Digest España ซึ่งเลือกพื้นที่ DEmark Thailand เป็น 1 ใน 17 ห้องที่เป็นผู้นำแนวโน้มหรือเทรนด์การออกแบบตกแต่งภายในปีนี้ ส่วนสตูดิโอตกแต่งภายใน ส่วนนิตยาสาร HOLA หรือ HELLO กล่าวถึงพื้นที่ประเทศไทยว่าเป็นการเปิดตัวอย่างสวยงามเป็นห้องที่อบอุ่น (และเต็มไปด้วยงานฝีมือ) ขณะที่นิตยาสาร Harper's Bazaar เลือกภาพผลงานแบรนด์ไทยประกอบคอลัมน์ที่กล่าวถึงเทรนด์วัสดุที่มีความยั่งยืนในงาน CASA DECOR 2026 อีกทั้งยังได้รับการเผยแพร่ผ่านรายการโทรทัศน์ Flash Moda ช่อง 2 ของสเปน โทรทัศน์แคว้น Castilla-La Mancha และนอกจากนี้ ผู้จัดงานซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในวงกว้างต่อวงการออกแบบตกแต่งภายในของสเปนและภูมิภาคละตินอเมริกายังได้แสดงความสนใจในสินค้าและบริการด้านการออกแบบตกแต่งภายในของไทยเป็นอย่างมาก โดยนาง Kersti Urvois ประธานการจัดงานกล่าวแสดงความยินดีที่ “ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการวางตำแหน่งการออกแบบของไทยไว้ในระดับสูง” สอดคล้องตามนโยบายการสร้างแบรนด์ประเทศด้านการค้าในเวทีสากล อันจะนำไปสู่การขยายตลาดสินค้ามูลค่าเพิ่มของไทยได้อย่างยั่งยืน



AD España กล่าวถึงพื้นที่ DEmark Thailand ว่า “การปรากฏตัวครั้งแรกของประเทศไทยใน Casa Decor ถือเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ ด้วยแรงบันดาลใจจากความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ TRIMODE Studio ได้แปลงโฉมโบสถ์น้อยเก่าแก่ภายในบ้านให้กลายเป็นล็อฟต์สองชั้น อันเป็นการยกย่องศิลปะและงานหัตถกรรมท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างรูปดวงอาทิตย์จาก Pin Metal Art ที่สอดรับกับธีมของพื้นที่ หรือผลงานประติมากรรมของ Korakot ที่ทำจากเส้นใยไม้ไผ่ ผนังของพื้นที่ประดับด้วยวัสดุบุผนังที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและงานเซรามิกที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องแต่งกายแบบดั้งเดิม ส่วนเฟอร์นิเจอร์นั้นโดดเด่นด้วยชิ้นงานอันเป็นสัญลักษณ์ทางภาพยนตร์ อย่างเก้าอี้ Sexy ของ Sculpture ที่เคยปรากฏในภาพยนตร์ชื่อดัง The Hunger Games รวมถึงชิ้นงานอื่น ๆ ที่ผลิตด้วยเทคนิคดั้งเดิมและวัสดุรีไซเคิล อันเป็นการพบกันระหว่างอดีตและอนาคต ทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่ชุดภาชนะอาหาร ของตกแต่ง ไปจนถึงดีไซน์ที่คิดขึ้นสำหรับสัตว์เลี้ยง ล้วนสะท้อนประเพณีของประเทศที่ซึ่งความอบอุ่นและการมุ่งเน้นด้านความยั่งยืนคือหัวใจสำคัญ”
ตลอด 46 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าเยี่ยมชม 41,613 ทั้งสิ้นราย ประกอบด้วยกลุ่มเฉพาะทางด้านการออกแบบตกแต่งร้อยละ 65 และผู้ชมทั่วไปร้อยละ 35 อาทิ ผู้ซื้อ และผู้ประกอบการระดับนานาชาติ แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ LOEWE ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ NH Group สื่อมวลชนระดับประเทศ กลุ่มสตูดิโอ KOL นักออกแบบจากยุโรปและลาตินอเมริกา ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นของกลุ่ม professionals จากปีก่อนหน้า (ร้อยละ 57) สะท้อนถึงโอกาสการเจาะตลาดของแบรนด์ไทยอย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ เกิดการตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับ CASA DECOR กว่า 1,824 ฉบับโดยสื่อกว่า 500 หัวทั้งในประเทศสเปนและนานาชาติ เพิ่มขึ้นจาก 1,624 ฉบับในปี 2568 ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตในด้านการรับรู้ของสื่อ โดยเมื่อพิจารณาเฉพาะข่าวที่เกี่ยวกับประเทศไทย พบกว่าเกิดการรับรู้รวมกว่า 354,151,466 ครั้ง
CASA DECOR 2026 เป็นเวทีงานแสดงด้าน Interior Design ที่สำคัญของประเทศสเปนและในระดับยุโรป โดยมีรูปแบบการนำเสนอในลักษณะโชว์รูมและห้องตัวอย่างที่สะท้อนการใช้งานจริง ซึ่งเปิดโอกาสให้นักออกแบบตกแต่งภายในและแบรนด์ระดับโลกได้นำเสนอศักยภาพ จัดขึ้น ณ อาคารประวัติศาสตร์ Calle San Agustín 11 กรุงมาดริด ระหว่างวันที่ 9 เมษายน – 24 พฤษภาคม 2569 ทุกวันตั้งแต่ 11.00 – 21.00 น. ภายในงานมีแบรนด์และองค์กรชั้นนำระดับโลกเข้าร่วมจัดแสดง อาทิ BANG & OLUFSEN, ARKOSLIGHT, LAUFEN, TECHNOGYM, SCHMIDT, HISENSE และสถาบันการศึกษาด้านการออกแบบ เช่น UNIVERSIDAD CEU SAN PABLO สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเวที CASA DECOR ในการเชื่อมโยงภาคการออกแบบเข้ากับภาคธุรกิจในระดับนานาชาติ



ในส่วนของแบรนด์ไทยที่ส่งผลงานออกแบบเข้าร่วมโครงการจัดแสดงในพื้นที่ห้อง DEmark Thailand ประกอบด้วย 32 แบรนด์ ได้แก่ Thaniya1988 PDM BRAND RES DEESAWAT BARKETEK TAKEHOMEDESIGN PIN Metal Art HIZOGA BENDI-BANGKOK KORAKOT PASAYA DOTS BAAN BOON BROOMS MOONLER KUSU HOMEWORK FABRICS THE YARN STORY STUDIO WAT ABOUT SIAM LOQA EGGWHITE QUALY SCULPTURE COOMAXTUDIO SUCHAI CRAFT SAN COTTO SEDAR.W MOBELLA LUKYANG MORE AMOARTE AYODHYA


สำหรับพื้นที่ประเทศไทยหรือ Espacio DEmark Thailand เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมสินค้าไทยที่มีการออกแบบดีในตลาดสเปนปี 2569 จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักส่งเสริมมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าและบริการจากประเทศไทยมากขึ้น ตอกย้ำสร้างการจดจำภาพลักษณ์แหล่งกำเนิดสินค้าจากประเทศไทย รวมทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมให้สินค้าและบริการคุณภาพของไทยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ได้รับการยอมรับ จนเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งได้จัดทำ Lookbook ทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์และ E-book พร้อม QR Code เพื่อส่งเสริมการรับรู้แบรนด์ไทย และสนับสนุนให้เกิดการเจรจาธุรกิจและการสั่งซื้อโดยตรงกับผู้ประกอบการไทย

แนวคิดการออกแบบ "The Warmest Sun" โดย TRIMODE STUDIO เป็นการเนรมิตรพื้นที่ขนาด 45 ตารางเมตร จากห้องว่างเปล่าเป็นห้อง LOFT ที่สะท้อนการอยู่อาศัยจริง ผสานความเป็น “ไทยเดิม” กับ “ไทยร่วมสมัย หรือ Contemporary Living” อย่างลงตัว ถ่ายทอดเรื่องราววิถีชีวิตและแสงแดดอันอบอุ่นของไทยสู่ผู้ชม พื้นที่ที่ถ่ายทอดความอบอุ่นของการต้อนรับแบบไทยให้กลายเป็นสภาพแวดล้อมนิทรรศการที่ดื่มด่ำ ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงที่เปลี่ยนแปลงไปของท้องฟ้าเขตร้อนของไทย การออกแบบนี้นิยามความหมายของ "ความอบอุ่น" ใหม่ให้ก้าวพ้นจากโทนสีอำพันแบบดั้งเดิม ด้วยการโอบรับสีสันหลากหลายชั้นของพระอาทิตย์ตกดิน ที่เปลี่ยนผ่านจากสีส้มอ่อนและครีมอบอุ่นไปสู่สีน้ำเงินอมม่วงยามพลบค่ำและเทาละมุน ผ่านการคัดสรรวัสดุชั้นเลิศและจานสีที่ประณีต พื้นที่แห่งนี้จึงสามารถจับภาพความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของยามโพล้เพล้ได้อย่างลึกซึ้ง โดยมีสีดำและน้ำตาลเข้มเป็นจุดเน้นที่ช่วยยึดโยงบรรยากาศ สร้างความสงบ ความมีระดับ และพลังอันแน่วแน่ โดยนิทรรศการนี้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยจำลองเชิงประสบการณ์ ที่ผู้ชมสามารถเดินผ่านบรรยากาศที่รู้สึกทั้งใกล้ชิดและกว้างขวางในเวลาเดียวกัน สะท้อนความสงบเงียบของท้องฟ้ายามเย็นแบบไทย องค์ประกอบของวิถีชีวิตช้าๆ แบบไทยถูกผสมผสานเข้ากันอย่างกลมกลืนผ่านของตกแต่งที่คัดสรรและงานหัตถกรรมจากแบรนด์ไทยท้องถิ่น เพื่อตอกย้ำความแท้จริง ฝีมืองานช่างที่ประณีต และความลึกซึ้งทางวัฒนธรรม

อนึ่ง สเปนเป็นตลาดศักยภาพสำหรับสินค้าและบริการออกแบบตกแต่งของไทย ด้วยปัจจัยเอื้อ อาทิ ภาพลักษณ์อันดีของอุตสาหกรรมการออกแบบสเปน การขยายตัวของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์และอสังหาริมทรัพย์ภาคการท่องเที่ยวอันจะนำไปสู่การขยายโอกาสทางการค้าสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยในปี 2568 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมในสเปนขยายตัวอย่างมั่นคง สเปนเป็นหนึ่งในจุดหมายด้านการลงทุน Luxury Real Estate ที่น่าสนใจที่สุดในยุโรป กรุงมาดริดก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดที่มีพลวัตรสูงสุด ราคาในย่านชั้นนำอย่าง Salamanca, El Viso, La Moraleja และ Puerta de Hierro เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 6 ต่อปี ความต้องการบ้านหรูในสเปนมาจากผู้ซื้อชาวต่างชาติมากกว่าร้อยละ 60 ซึ่ง S&P Global คาดการณ์ว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ในสเปนจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 9.3 ในปี 2569 มากกว่าสองเท่าของค่าเฉลี่ยยุโรปที่ร้อยละ 4.3 ตอกย้ำสถานะของสเปนในฐานะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค นอกจากนี้ การขยายตัวของการค้าออนไลน์ การปรับปรุงบ้านหรู และการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวสเปนยังเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้อุปสงค์ในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ในปี 2566 มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังประเทศสเปน 85.1 ล้านคน ในปี 2567 93.8 ล้านคน และในปี 2568 96.8 ล้านคน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มากกว่าจำนวนประชากรสเปนเกือบสองเท่า (ประชากร 49 ล้านคน) นับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการสร้างสรรค์และนักออกแบบไทย
ข้อคิดเห็นของ สคต.
การเข้าร่วมงาน CASA DECOR ปี 2569 ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบไทยในเวทีสากล ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ วัสดุตกแต่ง สินค้าไลฟ์สไตล์ ของตกแต่งบ้าน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักออกแบบตกแต่งภายในของไทย โดยทุกแบรนด์ที่เข้าร่วมได้รับเสียงชื่นชมและดึงดูดความสนใจจาก ผู้ซื้อ นักออกแบบ ผู้เข้าชมงาน โดยเฉพาะแนวคิดการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ การออกแบบที่คำนึงถึงความยั่งยืน ผสานกับงานฝีมืออันประณีต หัตกรรมท้องถิ่น ที่ผสานกับวัสดุเชิงนวัตกรรม โดยปฏิกิริยาของผู้เข้าเยี่ยมชมพื้นที่ห้องประเทศไทย มักแสดงความรู้สึกถึงความงดงาม ความคิดสร้างสรรค์ ความทันสมัย ความพิเศษ ความโดดเด่น ความอบอุ่น และความรู้สึกผ่อนคลาย[Qué bonito (beautiful), qué original (creative), qué chulo (cool), qué maravilla (wonderful), qué acogedor (cozy), qué relajante (relaxing) เป็นต้น] ซึ่งหลังจากที่รับฟังแนวคิดตลอดจนเรื่องราว (story) ของแต่ละแบรนด์ ผู้เข้าเยี่ยมชมมักแสดงความชื่นชม แสดงความยินดีความความสำเร็จ ของการปรากฎตัวครั้งนี้[Enhorabuena (congratulations), bienvenidos (welcome), buena suerte (good luck), muy conseguido (highly accomplished)] ในการนี้ สคต. ณ กรุงมาดริด เห็นว่าเพื่อเป็นการขยายโอกาสทางการค้าและต่อยอดกระแสความนิยมในตลาดสเปน จึงกำหนดจะจัดแสดงผลงานออกแบบของไทยภายใต้แนวคิดที่เน้นประเด็นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน สอดรับความสนใจของตลาด ภายในปี 2569 เพิ่มเติม
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยที่สนใจรุกตลาดสินค้าออกแบบตกแต่งของสเปน อาจพิจารณาการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าสำคัญนอกเหนือจากเวที CASA DECOR ได้แก่ งานแสดงสินค้า Feria Habitat Valencia ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ เมืองวาเลนเซีย ประเทศสเปน ครั้งต่อไปมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 1 ตุลาคม 2569
ที่มา: AD España, El Pais, HOLA, สำนักงานสถิติแห่งชาติสเปน, Modor Intelligence, Idealista, feria habitat
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด
มิถุนายน 2569