fb
บทบาทและความกังวลของตุรกีต่อสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
โดย
Suttichat
ลงเมื่อ 02 มีนาคม 2569 04:00
สคต. ณ กรุงอังการา (ตุรกี) (TTC, Ankara (Turkey))
54

หลังจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล และการตอบโต้ของอิหร่าน ประธานาธิบดีของตุรกีได้กล่าวในงานเลี้ยงละศีลอดที่อิสตันบูลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เรียกร้องให้ทั้งทุกฝ่าย "ยุติการโจมตีโดยทันที" เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับการเจรจาทางการทูต พร้อมทั้งออกแถลงการณ์ว่า ข้อกล่าวอ้างที่ว่าตุรกีสนับสนุนการโจมตีอิหร่านนั้นไม่มีมูลความจริง และเป็นการบิดเบือนข้อมูลเพื่อหลอกลวงประชาชน และแม้กระทั่งแกนนำพรรคฝ่ายค้านของตุรกียังกล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ถึงพวกเขาจะไม่สนับสนุนรัฐบาลและระบอบการปกครองในอิหร่าน แต่สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นผ่านการแทรกแซงจากภายนอก

 

ในแถลงการณ์ที่กระทรวงการต่างประเทศของตุรกีเผยแพร่ในเวลาต่อมาระบุว่า ตุรกีพร้อมที่จะให้การสนับสนุนที่จำเป็นในการไกล่เกลี่ย โดยได้กล่าวถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั้งการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล และการที่อิหร่านได้โจมตีประเทศที่สามอื่น ๆ ว่า "เป็นสถานการณ์ที่คุกคามอนาคตของภูมิภาคและเสถียรภาพของโลก" และหลังจากการตอบโต้ของอิหร่าน นายฮาคาน ฟิดาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของตุรกี ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคทั้งอิหร่าน อิรัก ซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ ซีเรีย อิยิปต์ และอินโดนีเชีย โดยมุ่งเน้นไปที่สถานการณ์ล่าสุด และมาตรการที่เป็นไปได้เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้

 

แหล่งข่าวระดับสูงให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ความกังวลหลักของตุรกีไม่ใช่สงครามโดยตรงกับอิหร่าน แต่เป็นความเสี่ยงของการอพยพครั้งใหญ่ ความไม่มั่นคงตามแนวชายแดน และความแตกแยกในภูมิภาค “สำหรับตุรกี ผู้ลี้ภัยไม่ใช่แค่ปัญหาด้านมนุษยธรรมอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการดำรงอยู่ของประเทศ” ประสบการณ์จากซีเรียยังคงส่งผลต่อกำหนดแนวคิดเชิงกลยุทธ์ของตุรกี ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ตุรกีรับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียเอาไว้เกือบสี่ล้านคน ซึ่งก่อให้เกิดความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างยั่งยืน และมีการประเมินว่า หากเกิดสงครามเต็มรูปแบบในอิหร่าน อาจมีผู้คนมากถึงหนึ่งล้านคนอพยพไปยังชายแดนตุรกี ซึ่งเป็นจำนวนที่ตุรกีไม่สามารถรองรับได้

 

การเตรียมการของตุรกีจึงไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะด้านการทหารเท่านั้น แต่ในด้านการทูตก็กำลังพยายามสร้างรากฐานของตนเองภายในกรอบภูมิภาคที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการล่มสลายในวงกว้าง โดยมีการประสานงานที่พิ่มขึ้นมากกับซาอุดิอาระเบีย อิยิปต์ และปากีสถาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศของตุรกีในวงกว้าง โดยในอดีตกลุ่มความร่วมมือระดับภูมิภาคจะถูกกำหนดด้วยการแข่งขันทางอุดมการณ์ แต่ปัจจุบันเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยง การรักษาเสถียรภาพของรัฐ และการป้องกันการล่มสลายของระบอบการปกครอง โดยตระหนักว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงต่อตุรกีทั้งในเรื่องของราคาน้ำมันและต้นทุนการนำเข้าพลังงานที่สูงขึ้น แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มเติม และความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นต่อบัญชีเดินสะพัด

 

 

 

ข้อคิดเห็นจากสำนักงานฯ

 

ถึงแม้ว่าตุรกีจะเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม NATO แต่ในช่วงที่ผ่านมาก็มิได้แสดงท่าทีผูกพันแนบแน่นกับการดำเนินการต่างๆ ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกลางมากนัก และพยายามวางตัวเป็นกลางในสถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆ รวมถึงมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดีกับอิหร่าน และเอนเอียงไปในทางเห็นอกเห็นใจกลุ่มประเทศมุสลิมด้วยกัน โดยในช่วงสงคราม 12 วัน ระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน เมื่อปีที่ผ่านมา แม้จะแสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่อิหร่านเริ่มโจมตีอิสราเอลก่อน แต่ก็ได้มีการประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีกลับแบบไม่เลือกเป้าหมายของของอิสราเอลหลังจากนั้น

 

จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ในระยะสั้นยังไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศตุรกีกับไทยและประเทศอื่นๆ มากนัก แต่ในระยะยาวหากการสู้รบยังคงยืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน โลจิสติกส์ และราคาน้ำมัน อาจทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของตุรกีเกิดการผันผวนอย่างรุนแรงได้ โดยเฉพาะในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน และอัตราเงินเฟ้อที่สูงมากอยู่แล้ว  

 

ที่มา: https://www.paturkey.com/news/2026/is-ankara-prepared-for-a-prolonged-iran-war-28256/  

Share :
Instagram