fb
การเมืองเนปาลพลิกโฉม พรรค RSP ของ Balendra Shah ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย  สะท้อนกระแสปฏิรูปการเมือง

การเมืองเนปาลพลิกโฉม พรรค RSP ของ Balendra Shah ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย สะท้อนกระแสปฏิรูปการเมือง

โดย
Parisa
ลงเมื่อ 17 มีนาคม 2569 13:02
สคต. ณ กรุงนิวเดลี (อินเดีย) (TTC, New Delhi (India))
6

เนปาลได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 275 ที่นั่ง โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองของประเทศ เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกภายหลังเหตุการณ์การประท้วงใหญ่ที่นำโดยคนรุ่นใหม่เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลชุดเดิมต้องพ้นจากอำนาจ

ระบบการเลือกตั้งของเนปาลเป็นระบบผสม ประกอบด้วยการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต (First-Past-The-Post) จำนวน 165 ที่นั่ง และการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อในระบบสัดส่วน (Proportional Representation) จำนวน 110 ที่นั่ง รวมทั้งสิ้น 275 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร

จากผลการเลือกตั้งและแนวโน้มการนับคะแนนที่เผยแพร่โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งของเนปาล พรรค Rastriya Swatantra Party (RSP) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองสายปฏิรูป สามารถคว้าชัยชนะอย่างท่วมท้นในระบบแบ่งเขต โดยสามารถชนะแล้วอย่างน้อย 117 ที่นั่งจาก 153 เขตที่มีการประกาศผล และยังมีแนวโน้มชนะเพิ่มเติมในอีกหลายเขต ส่งผลให้พรรคมีโอกาสสูงที่จะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

ในขณะที่พรรคการเมืองดั้งเดิมซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลก่อนหน้านี้ได้รับคะแนนเสียงลดลงอย่างชัดเจน พรรค Nepali Congress ซึ่งเป็นพรรคหลักของรัฐบาลผสมชุดที่ผ่านมา ได้รับที่นั่งเพียง 17 ที่นั่ง ขณะที่พรรค Communist Party of Nepal–Unified Marxist Leninist (CPN-UML) ของอดีตนายกรัฐมนตรี Khadga Prasad Sharma Oli ได้ที่นั่งเพียง ที่นั่ง

ผลการเลือกตั้งดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของประชาชนในการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังจากที่ประเทศเผชิญปัญหาการทุจริต การบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ และความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรคต่าง ๆ มาเป็นระยะเวลานาน

การก้าวขึ้นมาของนาย Balendra Shah

บุคคลที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากการเลือกตั้งครั้งนี้คือ นาย Balendra Shahหรือที่รู้จักกันในชื่อ “Balen” ซึ่งเป็นผู้นำพรรค RSP และมีแนวโน้มที่จะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเนปาล

นาย Shah มีอายุ 35 ปี มีพื้นฐานการศึกษาในสาขาวิศวกรรมโยธา ก่อนที่จะมีชื่อเสียงในฐานะศิลปินเพลงแร็ปที่นำเสนอเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาการทุจริต ความเหลื่อมล้ำ และปัญหาทางสังคมของประเทศ ผลงานเพลงของ Shah หลายเพลงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นาย Shah สามารถเอาชนะ นาย Khadga Prasad Sharma Oli อดีตนายกรัฐมนตรีของเนปาลซึ่งดำรงตำแหน่งมาแล้วถึงสี่สมัย ในเขตเลือกตั้งของตนเอง ด้วยคะแนนเสียงที่สูงกว่าถึงเกือบสี่เท่า ถือเป็นหนึ่งในผลการเลือกตั้งที่สร้างความประหลาดใจมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองเนปาลยุคใหม่

ก่อนหน้านี้ นาย Shah เคยสร้างปรากฏการณ์ทางการเมืองมาแล้ว จากการชนะการเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีกรุงกาฐมาณฑุในปี พ.ศ. 2565 ในฐานะผู้สมัครอิสระ ซึ่งถือเป็นการเอาชนะผู้สมัครจากพรรคการเมืองใหญ่ของประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองระดับชาติ

ปัจจัยที่ทำให้พรรค RSP ได้รับความนิยม

ความสำเร็จของพรรค RSP ในการเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะกระแสความไม่พอใจของประชาชนต่อพรรคการเมืองดั้งเดิม ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นการทุจริต การตัดสินใจเชิงนโยบายที่ล่าช้า และความขัดแย้งภายในพรรคที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การประท้วงของคนรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการที่รัฐบาลประกาศแบนสื่อสังคมออนไลน์ ได้พัฒนาไปสู่การเคลื่อนไหวขนาดใหญ่เพื่อต่อต้านการทุจริตและเรียกร้องการปฏิรูปการเมือง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 77 ราย และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองของประเทศ

พรรค RSP สามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนในช่วงเวลาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำเสนอผู้สมัครที่เป็นคนรุ่นใหม่ มีภาพลักษณ์โปร่งใส และไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองแบบเดิม อีกทั้งยังมีการใช้กลยุทธ์การสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างเข้มข้น โดยมีทีมงานด้านสื่อดิจิทัลมากกว่า 660 คน และได้รับการสนับสนุนจากชาวเนปาลในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา

นโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดใหม่

ในการหาเสียงเลือกตั้ง พรรค RSP ได้เสนอแนวนโยบายที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบสาธารณสุขและการศึกษาให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น รวมถึงการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

พรรคยังประกาศเป้าหมายในการสร้างงานจำนวน 1.2 ล้านตำแหน่งภายในประเทศ เพื่อลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานของแรงงานเนปาลไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศมาเป็นเวลานาน

นอกจากนี้ พรรค RSP ยังตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้ต่อหัวของประชาชนจากระดับประมาณ 1,447 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี เป็น 3,000 ดอลลาร์สหรัฐภายในระยะเวลา 5 ปี พร้อมทั้งเพิ่มขนาดเศรษฐกิจของประเทศให้มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการจัดตั้งระบบหลักประกันสุขภาพสำหรับประชาชน

ความท้าทายของรัฐบาลใหม่และมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

แม้ว่าพรรค RSP จะได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น แต่รัฐบาลชุดใหม่ของเนปาลยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะการพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการปราบปรามการทุจริต และการดำเนินนโยบายบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพตามที่ได้ให้คำมั่นไว้กับประชาชน

ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อินเดียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านและหุ้นส่วนสำคัญของเนปาล ได้ติดตามสถานการณ์การเมืองของเนปาลอย่างใกล้ชิด โดยนายกรัฐมนตรีอินเดีย นาย Narendra Modi ได้แสดงความยินดีกับประชาชนเนปาลต่อการจัดการเลือกตั้งที่เป็นไปอย่างสงบและเรียบร้อย พร้อมทั้งยืนยันว่าอินเดียพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลชุดใหม่ของเนปาล เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านสันติภาพ 
การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

นักวิเคราะห์ทางการเมืองของเนปาลเห็นว่า รัฐบาลใหม่จะต้องดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างรอบคอบ โดยรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจในภูมิภาค พร้อมทั้งดำเนินนโยบายต่างประเทศที่มีความเป็นอิสระและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

 

ข้อคิดเห็นของ สคต.

1. การเลือกตั้งทั่วไปของเนปาลในครั้งนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในประเด็นการปฏิรูปการบริหารภาครัฐและการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของพรรคการเมืองที่ได้รับชัยชนะ หากรัฐบาลชุดใหม่สามารถดำเนินนโยบายดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจส่งผลให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจของเนปาลมีความโปร่งใสและเอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น ทั้งนี้ เนปาลยังมีความต้องการพัฒนาในหลายสาขา อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน 
การพัฒนาเมือง พลังงาน และบริการสมัยใหม่ ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการพิจารณาขยายการลงทุนหรือความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต นอกจากนี้ หากนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ก็อาจส่งผลให้รายได้และกำลังซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสในการขยายตลาดสินค้าและบริการของไทยในเนปาลมากขึ้น

2. เนปาลยังคงมีปัจจัยความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ รวมถึงบทบาทเชิงภูมิรัฐศาสตร์ของเนปาลในฐานะรัฐกันชนระหว่างประเทศมหาอำนาจในภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ดังนั้น ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจขยายการลงทุนในเนปาลควรติดตามพัฒนาการทางการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจต่อไป

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.aljazeera.com/news/2026/3/8/rapper-turned-politician-defeats-veteran-leader-in-nepal-election-upset

https://www.bbc.com/news/articles/c93w6y0lnd9o

https://myrepublica.nagariknetwork.com/news/a-vote-for-change-a-test-for-rsp-62-40.html

https://www.hindustantimes.com/world-news/nepal-election-results-2026-live-updates-balen-shah-rsp-kp-oli-counting-march-6-nepal-winners-govt-formation-101772932272701.html

 

ข่าวเด่น ผลเลือกตั้งเนปาล ใส่ฟอร์ม.pdf
Share :
Instagram