รวันดาอาจสูญเสียสิทธิประโยชน์ในการเข้าถึงตลาดสหรัฐอเมริกาภายใต้กฎหมาย African Growth and Opportunity Act (AGOA) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเจตนารมณ์ที่จะยุติการเข้าร่วมโครงการสิทธิพิเศษทางการค้าดังกล่าวของรวันดาและแอฟริกาใต้ นาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แจ้งต่อรัฐสภาสหรัฐฯ และรัฐบาลของทั้งสองประเทศถึงความประสงค์ที่จะยุติสิทธิการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว การตัดสินใจครั้งนี้เป็นผลจากการทบทวนสถานะการเข้าร่วมโครงการ AGOA ประจำปีของประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ
นาย Greer ระบุว่า ผลการทบทวนพบว่า รัฐบาลรวันดาและแอฟริกาใต้มีแนวปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการได้รับสิทธิประโยชน์ของโครงการ สำหรับกรณีของรวันดา รัฐบาลสหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับอุปสรรคทางการค้าและการลงทุน หลักนิติธรรม การส่งเสริมความหลากหลายทางการเมือง สิทธิแรงงานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สิทธิมนุษยชน ตลอดจนประเด็นที่สหรัฐฯ ระบุว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติและผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้ระบุตัวอย่างที่ชัดเจนของอุปสรรคที่ถูกกล่าวหา หรืออธิบายว่าการดำเนินการใดของรัฐบาลรวันดาเป็นเหตุให้สหรัฐฯ ตัดสินใจดังกล่าว
โครงการ AGOA จัดตั้งขึ้นในปี 2543 โดยให้สิทธิแก่ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในการส่งออกสินค้ากว่า 1,800 รายการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน ผ่านการเปิดโอกาสให้สินค้า
ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขสามารถเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าตามอัตราปกติ สำนักข่าว Reuters รายงานว่า สินค้าส่งออกของรวันดาไปยังสหรัฐฯ ได้แก่ กาแฟและแร่ธาตุ การสูญเสียสิทธิประโยชน์ภายใต้โครงการ AGOA จะส่งผลให้สินค้าที่เคยได้รับสิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวได้อีกต่อไป หากการยุติสิทธิมีผลบังคับใช้ตามที่เสนอไว้
ทั้งนี้ การประกาศดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าสินค้าจากรวันดาจะถูกห้ามนำเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ แต่หมายถึงสินค้าส่งออกที่ได้รับผลกระทบจะสูญเสียสิทธิพิเศษด้านภาษีนำเข้าภายใต้โครงการ AGOA และอาจต้องเสียภาษีนำเข้าตามอัตราปกติที่ใช้กับสินค้าประเภทนั้นๆ ก่อนหน้านี้ รวันดาเคยถูกระงับสิทธิประโยชน์บางส่วนภายใต้โครงการดังกล่าวมาแล้ว โดยในปี 2561 สหรัฐฯ ได้ระงับสิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าเครื่องนุ่งห่มจากรวันดา ภายหลังเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับมาตรการจำกัดการนำเข้าเสื้อผ้ามือสอง อย่างไรก็ตาม การประกาศครั้งล่าสุดนี้ครอบคลุมถึงคุณสมบัติการเข้าร่วมโครงการ AGOA ของรวันดาในภาพรวม
นาย Greer ระบุเพิ่มเติมว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังดำเนินการเพื่อให้ประเทศพันธมิตรในแอฟริกาปรับปรุงและดำเนินมาตรการที่จำเป็น เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิประโยชน์ของโครงการ สำหรับแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ถูกระบุในประกาศดังกล่าว ถือเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ AGOA มากที่สุด โดยสำนักข่าว Reuters รายงานว่า ในปี 2568 แอฟริกาใต้ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ภายใต้โครงการดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของสหรัฐฯ ยังไม่ได้ระบุขั้นตอนหรือกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนสำหรับรวันดาในการแก้ไขข้อกังวลต่าง ๆ ก่อนที่การยุติสิทธิประโยชน์ตามข้อเสนอจะมีผลในเดือนมกราคม 2570
การประกาศดังกล่าวจึงยังทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ส่งออกของรวันดา รวมถึงความเป็นไปได้ที่การหารือเพิ่มเติมระหว่างกรุงคิกาลีและกรุงวอชิงตันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจก่อนที่มาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้
ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี
การประกาศของสหรัฐฯ ครั้งนี้ควรพิจารณาในฐานะความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าและการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีเป็นเครื่องมือทางการเมือง เนื่องจากอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกตลาดและแหล่งจัดซื้อของผู้ประกอบการในแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะเมื่อรวันดาเป็นตลาดที่ไทยยังมีมูลค่าการค้าค่อนข้างจำกัด และมีเคนยาเป็นฐานการค้าและกระจายสินค้าในภูมิภาคที่ใกล้ชิดกว่า สำหรับผู้ประกอบการไทย จึงไม่ควรคาดหวังว่าการสูญเสียสิทธิ AGOA จะทำให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดรวันดาได้โดยอัตโนมัติหรือมีความได้เปรียบด้านภาษีเพิ่มขึ้น แต่ควรใช้จังหวะนี้ประเมินความต้องการนำเข้าของรวันดาและเสนอสินค้าที่ช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรและอะไหล่ ยางและผลิตภัณฑ์ยาง ยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงเวชภัณฑ์ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ไทยส่งออกไปยังรวันดาอยู่แล้ว แต่มีมูลค่ารวมเพียงประมาณ 4.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 สะท้อนว่ายังมีช่องว่างให้ขยายตลาดได้อีก นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจกาแฟและสินค้าเกษตรควรติดตามการเปลี่ยนทิศทางการส่งออกของรวันดาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากผู้ส่งออกกาแฟรวันดาหันไปเพิ่มปริมาณจำหน่ายในตลาดยุโรป เอเชีย หรือตลาดใกล้เคียง อาจเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการพิจารณาจัดซื้อวัตถุดิบหรือพัฒนาความร่วมมือทางการค้า แต่ควรเปรียบเทียบคุณภาพ ราคา และเงื่อนไขการส่งมอบกับแหล่งนำเข้าเดิมก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรหลีกเลี่ยงการผูกแผนธุรกิจไว้กับการคาดการณ์ว่ารวันดาจะได้รับสิทธิ AGOA กลับคืนหรือไม่ และติดตามผลการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับรวันดาควบคู่ไปกับการประเมินต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันของสินค้าในตลาดแอฟริกาตะวันออกอย่างต่อเนื่อง
---------------------------------------------------------
แหล่งที่มา : https://thedawnrwanda.com/index.php/2026/11/03/us-plans-to-end-rwandas-agoa-trade-benefits-from-january-2027/economy/business/?utm_source=chatgpt.com
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี
พฤศจิกายน 2569