fb
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
Rheinmetall ยิ้มร่า...เตรียมรับคำสั่งซื้อจำนวนมหาศาล
โดย
Thanit
ลงเมื่อ 25 สิงหาคม 2568 15:50
สคต. ณ กรุงเบอร์ลิน (เยอรมนี) (TTC, Berlin (Germany))
61

Rheinmetall คาดว่า บริษัทน่าจะมีคำสั่งซื้อจำนวนมากในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้” สำหรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเยอรมนีมีหวังกันถ้วนหน้าว่า จะมีคำสั่งซื้อใหม่จำนวนมากในช่วงไตรมาสที่3 และ 4 ของปีนี้ เนื่องจากแหล่งเงินทุนใหม่ของรัฐบาลกลางที่พึ่งประกาศออกมา ซึ่งจะรองรับคำสั่งซื้อที่คาดการณ์ไว้ บริษัท  Rheinmetall ซึ่งเป็นบริษัทด้านธุรกิจการป้องกันประเทศที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนีกำลังลงทุนจำนวนมากเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และยังพยายามเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลัง จนส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด (Cashflow) ของบริษัทฯ โดยตัวเลขครึ่งปีแรกที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า เฉพาะไตรมาสที่ 2 กระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจติดลบเกือบ 300 ล้านยูโร การลงทุนครั้งใหญ่ของ Rheinmetall ส่งผลให้กระแสเงินสดขาดทุนมากกว่า 700 ล้านยูโร ราคาหุ้นร่วงลงเกือบ 5% ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการรายวันไม่ได้สะท้อนถึงสถานการณ์โดยรวมของกลุ่มบริษัทที่เป็นหนึ่งในบริษัทที่เป็นผู้ระบุค่าดัชนีหลักทรัพย์เยอรมนี (DAX) บริษัท Rheinmetall ยังคงเดินหน้าไปสู่ระดับของผลประกอบการที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ยกตัวอย่างเช่น ยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกของบริษัทฯ อยู่ที่ 4.7 พันล้านยูโร หรือสูงกว่าปีก่อนหน้า 24% โดยประมาณ หากพิจารณาธุรกิจด้านยุทโธปกรณ์เพียงด้านเดียว โดยไม่รวมธุรกิจพลเรือนเข้าไป จะมีรายได้เติบโตถึง 36% กำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีของธุรกิจด้านยุทโธปกรณ์เพิ่มขึ้นมากกว่า 46% เพิ่มเป็น 471 ล้านยูโร ด้านนาย Armin Papperger ซึ่งเป็น CEO ของบริษัทฯ ได้กล่าวว่า Rheinmetall กำลังประสบความสำเร็จในการก้าวขึ้นเป็นแชมป์ด้านธุรกิจยุทโธปกรณ์ระดับโลก คำสั่งซื้อของเราเต็มจนล้นแล้ว และจะยังคงเต็มต่อไปในอนาคต” รัฐบาลได้ขยายขอบเขตทางการเงินสำหรับการใช้จ่ายด้านกลาโหมอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำหนดไว้ว่า ค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมทั้งหมดที่เกิน 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะได้รับการยกเว้นจาก Schuldenbremse (การรักษางบประมาณให้มีความสมดุลหรือ Balanced Budget Amendment) ในอนาคต ปัจจุบันบริษัทฯ มีคำสั่งซื้อที่ยังค้างส่ง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.3 หมื่นล้านยูโร ทั้งหมดนี้ นาย Papperger ได้เคยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Handelsblatt เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ว่า บริษัทฯ (หนึ่งในบริษัทที่เป็นผู้ระบุค่า DAX) น่าจะมีคำสั่งซื้อสูงถึง 3 แสนล้านยูโร ภายในปี 2030 

หลังจากการประชุมสุดยอดนาโต้ เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทฯ คาดว่า คำสั่งซื้อจำนวนมหาศาลชุดแรกจะเริ่มขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงนี้ โดย Rheinmetall ประกาศว่า การมอบสินค้าตามสัญญาให้กับเยอรมนีจะเริ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ซึ่งล่าช้าจากแผนเดิมที่วางไว้ การนำเสนอข้อมูลของบริษัทฯได้ระบุว่า คาดว่าจะมี “คำสั่งซื้อจำนวนมาก” ในไตรมาสที่สี่ และจะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจด้านการป้องกันภัยทางอากาศ และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลเป็นหลัก ซึ่งแนวโน้มนี้ก็ได้รับการยืนยันแล้ว นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคาดการณ์ว่า ยอดขายจะเติบโต 25 - 30% และการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยประมาณการณ์ไว้ที่ 15.5% บริษัทฯ ประกาศว่า จะ “ปรับการคาดการณ์ตามความจำเป็นตลอดทั้งปี” เมื่อความต้องการของลูกค้าทางทหารมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ช่วงเวลาที่เหลือของปีอาจเป็นตัวกำหนดว่า Rheinmetall จะกลายเป็นบริษัทธุรกิจป้องกันประเทศเพียงอย่างเดียว โดยทำธุรกิจด้านอื่น ผสมเลย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดย Handelsblatt รายงานเมื่อเดือนกรกฎาคมว่าRheinmetall กำลังมองหาผู้เข้ามาซื้อธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ของบริษัทฯ อยู่ เพราะปัจจุบันธุรกิจนี้ กำลังตามหลังภาคส่วนธุรกิจป้องกันประเทศอย่างมาก  ในช่วงครึ่งปีแรกยอดขายและกำไรลดลงอย่างหนัก ตามแหล่งข่าวทางการเงิน และหนึ่งในผู้ซื้อที่มีศักยภาพ นั่นก็คือ บริษัท One Equity ซึ่งเป็นบริษัทด้านการลงทุนในหุ้นของบริษัทฯ ที่ยังไม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (PE - Private equity) นอกจากนี้ Rheinmetall ได้หารือกับฝ่ายภาคยานยนต์ของบริษัท Mutares ซึ่งเป็นบริษัท PE ที่มีประสบการณ์อีกหนึ่งบริษัทฯ อีกด้วย ตามข้อมูลจากผู้ที่ทราบเรื่องนี้แจ้งให้ทราบว่า จนถึงขณะนี้การเจรจากับนักลงทุนที่มีศักยภาพยังไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากมีการประเมินราคาที่แตกต่างกัน โดยนาย Papperger เองก็ออกมายืนยันถึงการเจรจาดังกล่าวหลังจากที่ Handelsblatt ได้รายงานออกไป เขาในฐานะซีอีโอตั้งเป้าที่จะปิดการขายธุรกิจดังกล่าวภายในสิ้นปีนี้

ในส่วนของธุรกิจป้องกันประเทศ ธุรกิจรถถังและขนส่งทางทหารมียอดขายเติบโตสูงสุด โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 46% เป็น 1.9 พันล้านยูโร มีอัตรากำไรอยู่ที่ 9.4% สูงกว่าตัวเลขของปีก่อนหน้าเล็กน้อย (9.2%) อย่างไรก็ตาม แนวโน้มปริมาณคำสั่งซื้อใหม่ที่น่าจะเพิ่มขึ้นมากในธุรกิจรถถัง ซึ่งก่อให้เกิดภาระหนักด้านกระแสเงินสด เนื่องมาจากการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตทำให้กระแสเงินสดของบริษัทติดลบเกือบ 630 ล้านยูโร ในช่วงครึ่งปีแรก ต้นทุนวัตถุดิบเพียงอย่างเดียวในธุรกิจรถถังเพิ่มขึ้นเกือบ 500 ล้านยูโร มากกว่า 1.4 พันล้านยูโร ดังนั้น กระแสเงินสดติดลบของทั้งกลุ่มบริษัทส่วนใหญ่มาจากการประกอบธุรกิจรถถัง โดยธุรกิจที่ทำกำไรมากที่สุด คือ การผลิตกระสุน โดย Rheinmetall เป็นหนึ่งในผู้ผลิตกระสุนปืนใหญ่รายใหญ่ที่สุดของโลก และวางแผนที่จะเปิดโรงงานผลิตกระสุนที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปที่รัฐ Niedersachsen เร็ว ๆ นี้ อัตรากำไรของธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 19.5% เป็นมากกว่า 21% ยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบ 26% เป็น 1.3 พันล้านยูโร ความต้องการกระสุนจากบริษัท Rheinmetall มีปริมาณมหาศาล มูลค่าคำสั่งซื้อคงค้างอยู่ที่ 2.16 หมื่นล้านยูโร ซึ่งสูงกว่ามูลค่าคำสั่งซื้อคงค้างของฝ่ายรถถังที่อยู่ที่ 2.05 หมื่นล้านยูโร นอกจากนี้ Rheinmetall ยังรายงานยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาก ในแผนกวิธีแก้ปัญหาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Solutions) โดยธุรกิจในแผนกนี้รวมถึงการให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ทางทหาร และดิจิทัล รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศ เข้ากับการผลิตชิ้นส่วนลำตัวเครื่องบิน F-35 ที่โรงงานแห่งใหม่ของ Rheinmetall ในเมือง Weeze ยอดขายของ Electronic Solutions เพิ่มขึ้น 46% อย่างไรก็ตามผลตอบแทนจากยอดขายลดลงจาก 8.3% เหลือ 7.6% บริษัท Rheinmetall ระบุว่าการลดลงของผลตอบแทนจากยอดขายนี้เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเมือง Weeze นั่นเอง

 

จาก Handelsblatt 25 สิงหาคม 2568

Share :
Instagram