
ปี 2025 ตลาดอาหารแช่แข็งสำหรับร้านอาหารจีนเติบโตร้อยละ 8.6 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตโดยรวมของอุตสาหกรรมอาหารถึง 2.6 เท่า โดยเฉพาะแค่ส่วนของวัตถุดิบแช่แข็งสำหรับปรุงอาหารมีมูลค่ากว่า 180,000 ล้านหยวน (ประมาณ 864,000 ล้านบาท) กล่าวได้ว่าผลิตภัณฑ์วัตถุดิบแช่แข็งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดขั้นตอนการปรุงอาหาร ควบคุมต้นทุน และช่วยผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมร้านอาหารจีนในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว
แผนที่แสดงพื้นที่ตัวอย่างร้านอาหารและเครื่องดื่มจีน

ที่มา: https://mp.weixin.qq.com/s/69mWsES5qeW8hJA0Ulv7sA
จากข้อมูลแสดงให้เห็นร้านอาหารและเครื่องดื่มของจีน ซึ่งแบ่งตามลักษณะเศรษฐกิจของเมือง ครอบคลุม 30 มณฑล 119 เมือง รวม 21,068 ร้าน โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลดัชนีความคึกคักของธุรกิจร้านอาหารพบว่าเมืองทั้ง 119 เมืองนี้มีสัดส่วนความสำคัญรวมกันถึงร้อยละ 75 ของตลาดทั่วประเทศ และร้านส่วนใหญ่กระจุกตัวในภูมิภาคเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ภาคตะวันออกและภาคใต้ เป็นต้น โดยเมืองชั้น 1 อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเซินเจิ้น ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีเศรษฐกิจพัฒนาเต็มที่ รายได้สูงและกำลังซื้อสูง มีสัดส่วนตลาดร้อยละ 12 ส่วนเมืองที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกับเมืองชั้น1 ซึ่งเมืองที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงและมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น เช่น หางโจว เฉิงตู ฉงชิ่ง อู่ฮั่น เป็นต้น มีสัดส่วนถึงร้อยละ 28 ขณะที่เมืองชั้น 2 อาทิ คุนหมิง ฝูโจว เซี่ยเหมิน ฮาร์บิน มีสัดส่วนร้อยละ 18 และเมืองระดับ 3–6 อาทิ หลานโจว ก้านโจว กุ้ยหลิน เป็นเมืองรองที่ยังมีโอกาสเติบโต และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 42
ผลิตภัณฑ์วัตถุดิบแช่แข็งของจีนชนิดต่าง ๆ

ที่มา: https://mp.weixin.qq.com/s/69mWsES5qeW8hJA0Ulv7sA
ผลิตภัณฑ์วัตถุดิบแช่แข็งแบ่งประเภทความพร้อมในการบริโภคออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) พร้อมปรุง 2) กึ่งสำเร็จรูป (ผ่านการแปรรูปบางส่วนและนำไปปรุงต่อได้ทันที) และ 3) พร้อมทาน เห็นได้ว่าห่วงโซ่อุตสาหกรรมวัตถุดิบแช่แข็งนั้นครอบคลุมวัตถุดิบอาหารเกือบทุกประเภท ซึ่งมีส่วนช่วยให้ร้านอาหารสามารถคำนวณปริมาณอาหารได้แม่นยำ รวมถึงควบคุมเวลาในการปรุงและเสิร์ฟอาหารได้มากขึ้น
ในปี 2025 มีผลิตภัณฑ์วัตถุดิบแช่แข็งมากกว่า 24,000 รายการถูกใช้ในร้านอาหาร โดยแต่ละร้านใช้ผลิตภัณฑ์วัตถุดิบแช่แข็งประมาณ 17,611 หยวนต่อปี (ประมาณ 84,533 บาท) สินค้าอันดับหนึ่งในหมวดวัตถุดิบแช่แข็ง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ข้าวและบะหมี่แช่แข็ง ซึ่งมีมูลค่าเกิน 73,000 ล้านหยวน (ประมาณ 354,000 ล้านบาท) คิดเป็นร้อยละ 38.74 ของยอดขายผลิตภัณฑ์วัตถุดิบแช่แข็งทั้งหมด รองลงมาเป็นกลุ่มขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว (糕团类) ซึ่งมียอดขายเติบโตมากสูงถึงร้อยละ 41 มีมูลค่า 1,229 ล้านหยวน (ประมาณ 5,899 ล้านบาท) ในปี 2025 เฉพาะขนมข้าวเหนียวเสียบไม้ (年糕串) มียอดขายพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 520 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ขนมข้าวเหนียวแบบแผ่น (年糕片) และขนมข้าวเหนียวแบบกรอบ (脆皮年糕) ก็มียอดขายเติบโตร้อยละ 179 และร้อยละ 166 ตามลำดับ ผลิตภัณฑ์จากแป้งข้าวเหนียวเหล่านี้เป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากร้านอาหารต่าง ๆ ได้ปรับเปลี่ยนการนำเสนอขนมแป้งข้าวเหนียวจากเมนูอาหารดั้งเดิมให้เป็นอาหารว่างแบบร่วมสมัย อาทิ การปิ้ง การทอด การเสิร์ฟพร้อมซอสประเภทต่าง ๆ
รูปภาพขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว (糕团类)

ผลิตภัณฑ์แช่แข็งพร้อมทาน เติบโตร้อยละ 11.3 โดยวัตถุดิบประเภทสัตว์ปีกและเนื้อสัตว์มีส่วนแบ่งการตลาดเกือบร้อยละ 80 ของผลิตภัณฑ์แช่แข็ง โดยอาหารที่มีซอสเข้มข้น อาทิ หมูเปรี้ยวหวานและหมูสามชั้นตุ๋น ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก สอดคล้องกับกระแสความต้องการอาหารจานด่วนแบบ "ไม่ต้องมีเชฟ (去厨师化)" ส่วนอาหารทานเล่นแช่แข็งมีอัตราการเติบโตในภาพรวมร้อยละ 17.7 โดยเมื่อพิจารณารายสินค้าพบว่า ไส้กรอกแช่แข็งกลายเป็นสินค้าที่เติบโตถึงร้อยละ 84.6 ไก่ทอดและไข่ทอดฟู (虎皮炸弹) รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากเนื้อสัมผัสที่เหมือนจริงและรสชาติที่เข้มข้น

ที่มา:รูปภาพไข่ทอดฟู
วัตถุดิบแช่แข็งที่เป็นเมนูอาหารท้องถิ่นเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ กล่าวคือ ร้านอาหารในท้องถิ่นมียอดขายเมนูท้องถิ่นค่อนข้างสูง แต่เมนูส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวแค่ในพื้นที่มณฑลใดมณฑลหนึ่ง อาทิ หมูพะโล้สไตล์ฝูเจี้ยนจะมียอดขายสูงในเขตมณฑลฝูเจี้ยน แต่ยังมียอดขายในมณฑลอื่นน้อยกว่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า วัตถุดิบอาหารแช่แข็งที่เป็นเมนูเฉพาะถิ่นนี้ยังมีศักยภาพที่จะขายในพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต นอกจากนี้ ยังไม่มีแบรนด์ใดครองตลาดอย่างโดดเด่น โดย 10 แบรนด์ชั้นนำผู้ผลิตวัตถุดิบแช่แข็งที่เป็นเมนูท้องถิ่นมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันเพียงร้อยละ 11.9 เท่านั้น ตัวอย่างเช่น บริษัท Anjoy Foods (安井食品) มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 4.9 ขณะที่ผลิตภัณฑ์ประเภท White-label หรือ OEM (Original Equipment Manufacturer) มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 49.5
ในปี 2026 อุตสาหกรรมวัตถุดิบแช่แข็งนี้มีแนวโน้มที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) การพัฒนาวัตถุดิบแช่แข็งเพื่อให้ตอบสนองต่อเมนูร้านอาหารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาทิ การปรับปริมาณ (portion size per serving) ให้เหมาะสมกับทั้งต้นทุนและความคาดหวังของผู้บริโภค การพัฒนารสชาติที่ตลาดต้องการ 2) บริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบแช่แข็งจะมุ่งเน้นไปที่ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคเพื่อให้เข้าถึงร้านอาหารต่าง ๆ มากขึ้นเพื่อเพิ่มจำนวนร้านอาหารที่มีแนวโน้มต้องการสินค้าเหล่านี้ และ 3) กระบวนการผลิตที่จะช่วยรักษาโภชนาการและความสดใหม่ของวัตถุดิบ อาทิ การแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว นอกจากนี้ ตลาดอาหารแช่แข็งพร้อมปรุงในธุรกิจร้านอาหารจีนยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยแต่ละหมวดสินค้ามีลักษณะและศักยภาพแตกต่างกัน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง รสชาติเข้มข้น และเหมาะกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคจะมีความสามารถในการแข่งขันสูงกว่า ขณะที่แบรนด์ขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงผู้ผลิตที่รับทำสินค้าตามสั่งยังคงมีศักยภาพในการเติบโตพอสมควร
ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน:
แนวโน้มการเติบโตของผลิตภัณฑ์วัตถุดิบแช่แข็งพร้อมปรุงสำหรับธุรกิจร้านอาหารจีน สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอาหารที่ให้ความสำคัญต่อความสะดวกสบายและมาตรฐานรสชาติมากขึ้น โดยเฉพาะภายใต้ภาวะที่ธุรกิจร้านอาหารเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนแรงงาน การบริหารจัดการหน้าร้าน และความต้องการรักษาคุณภาพอาหารให้มีมาตรฐานสม่ำเสมอ ส่งผลให้วัตถุดิบแช่แข็งพร้อมปรุงกลายเป็นทางเลือกในการลดขั้นตอนการเตรียมอาหารและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ
ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมอาหารสามารถผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์วัตถุดิบแช่แข็งหรือวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป เพื่อรองรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจร้านอาหารยุคใหม่ที่เน้นระบบครัวมาตรฐานและการใช้วัตถุดิบพร้อมใช้มากขึ้น เช่น ซอสต้มยำ ซอสผัดกะเพรา ซอสผัดพริกแกง หรือซอสแกงเขียวหวาน รวมถึงวัตถุดิบแช่แข็งหมักพร้อมใช้ เช่น เนื้อไก่หมักซอส เนื้อหมูหมักกระเทียมพริกไทย หรือซีฟู้ดหมักพร้อมปรุง ซึ่งร้านอาหารสามารถนำไปทอด ผัด หรือย่างต่อได้ทันที ช่วยลดเวลาการเตรียมและลดการพึ่งพาแรงงานฝีมือในครัว นอกจากนี้ ยังสามารถต่อยอดไปสู่กลุ่มวัตถุดิบแช่แข็งพร้อมรับประทานที่อยู่ในกลุ่มอาหารทานเล่น เช่น ไก่ทอดสไตล์ไทย ลูกชิ้นปลาหรือหมู ขนมปังหน้ากุ้ง เกี๊ยวทอด ซึ่งสามารถนำไปอุ่นหรือทอดเสิร์ฟได้ทันทีในร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านสะดวกซื้อ รวมถึงรองรับการเติบโตของธุรกิจเดลิเวอรีที่ต้องการอาหารที่เตรียมง่ายและจัดส่งได้รวดเร็ว รูปแบบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของร้านอาหาร แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมรสชาติให้คงที่แม้มีหลายสาขา และสร้างโอกาสในการขยายตลาดทั้งในระดับร้านอาหาร (B2B) และตลาดผู้บริโภครายย่อย (B2C) ได้พร้อมกัน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่สนใจขยายตลาดในมณฑลฝูเจี้ยนและเจียงซีอาจพิจารณาเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Top Thai Brands เซี่ยเหมินซึ่งมีกำหนดจัดในเดือนกันยายนได้ โดยสามารถดูรายละเอียดการเข้าร่วมงานในปีที่ผ่านมาได้ทาง Drive.ditp.go.th หรือสอบถามได้ทางสายด่วนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169
เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
6 พฤษภาคม 2569