
ตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและดูแลผิวในฮ่องกง
1. ข้อมูลเชิงสถิติมูลค่าตลาดเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์การดูแลผิวในฮ่องกง
Statista Market Insights แสดงข้อมูลมูลค่าตลาดเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์การดูแลผิวในฮ่องกงรายปีแยกตามประเภทสินค้า คาดการณ์มูลค่าตลาดรวมในปี 2569 กว่า 2,395 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดได้แก่ สินค้าดูแลส่วนบุคคล (Personal Care) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skin Care) เครื่องสำอาง (Cosmetics) น้ำหอม (Fragrances) และผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่มีเทคโนโลยี (Beauty Tech) ตามลำดับ โดยทุกประเภทสินค้ามีการเติบโตต่อเนื่องทุกปี และคาดการณ์มูลค่ารวมของผลิตภัณฑ์ความงามและการดูแลผิวในฮ่องกงจะขยายตัวร้อยละ 5 ในระหว่างปี 2569 - 2572
ผลิตภัณฑ์ความงามและการดูแลผิวในฮ่องกง ระหว่างปี 2561- 2572
(มูลค่า ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

2. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและดูแลผิวและแบรนด์ต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมในฮ่องกง
มูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์เสริมความงามและบำรุงผิวในฮ่องกงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกหมวดสินค้า โดยสินค้าที่มีทิศทางขยายตัวสูงได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม (Hair Care) เครื่องสำอางตกแต่งสี (Color Cosmetics) และผลิตภัณฑ์อาบน้ำ (Bath and Shower) ตามลำดับ
ผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในฮ่องกงแยกแต่ละประเภท ระหว่างปี 2567- 2572
หน่วย : ล้านฮ่องกงดอลลาร์

สัดส่วนผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลผิวครองตลาดแยกแต่ละประเภทในฮ่องกง
อัตราการเติบโตของมูลค่าตลาด

2.1 ส่วนแบ่งตลาดในฮ่องกง
ชาวฮ่องกงนิยมเลือกใช้สินค้าแบรนด์เนม และผลิตภัณฑ์ที่มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยแบรนด์ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุด ได้แก่ แบรนด์ L’Oréal Groupe แบรนด์ Shiseido แบรนด์ Estee Lauder และ Procter & Gamble ตามลำดับ
2.2 เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวไทยที่มีการทำตลาดในฮ่องกง
1) แบรนด์ Mistine (มิสทิน)

เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของ Mistine เป็นแบรนด์ไทยรายแรกๆ ที่ได้เริ่มขยายตลาดไปยังฮ่องกง โดยได้รับการยอมรับจากคุณภาพที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้น ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้มีคุณสมบัติเด่นในการกันน้ำ กันเหงื่อ และควบคุมความมัน ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในหลายประเทศในเอเชียได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง Mistine ยังเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมการดูแลตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า โดยยังคงรักษาราคาที่สมเหตุสมผล ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาได้รับการยอมรับผ่านการ
จัดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียง เช่น SASA, Watson และ Manning
2) แบรนด์ Cathy Doll (เคที่ดอลล์)
ที่มา: www.watsons.com.hk
บริษัท Karmart เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดัง Cathy Doll ได้วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในร้านค้าปลีกอย่าง Watson และ Big C ในฮ่องกง Cathy Doll ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่สกินแคร์ เมคอัพ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสูตรและสินค้าให้สอดคล้องกับเทรนด์ความงามจากทั่วเอเชีย ทำให้ Cathy Doll เป็นที่รู้จักในวงการเครื่องสำอางและบำรุงผิวความงามในฮ่องกง บริษัทฯ ยังก้าวเข้าสู่เวทีโลกด้วยการขยายตลาดผ่านงานแสดงสินค้าที่ฮ่องกง ทำให้ขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศ อาทิ จีน ไต้หวัน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดสำคัญที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จคือกลยุทธ์ทางการตลาดที่จับมือกับพันธมิตรท้องถิ่น พร้อมใช้ Influencer Marketing เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าดิจิทัล นอกจากนี้ การสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลยังเป็นหัวใจสำคัญในการส่งเสริมความยั่งยืน
3) แบรนด์ THANN
แบรนด์ THANN ได้เข้ามาเปิดตลาดในฮ่องกงตั้งแต่ปี 2555 และปัจจุบันมีทั้งหมด 8 สาขา แบ่งเป็นร้านค้าปลีก 5 แห่ง และร้านนวดสปา 3 แห่ง ผลิตภัณฑ์ของ THANN เป็นที่รู้จักและได้รับการตอบรับดีในฮ่องกง เนื่องจากการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ และสมุนไพรไทยคุณภาพสูง จากแนวคิดผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ความต้องการสินค้าของ THANN ทั้งจากนักท่องเที่ยวฮ่องกงและชาวต่างชาติยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการขยายตลาดของบริษัท โดยมองว่าฮ่องกงและจีนเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง แม้จะมีการแข่งขันในตลาดเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่สูงมากในฮ่องกง แต่ THANN อาจถือว่ามีข้อได้เปรียบจากคุณภาพและความนิยมที่มีอยู่แล้วในตลาดไทย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจด้านสปาเพื่อสนับสนุนด้านแรงงานและผลิตภัณฑ์ในธุรกิจบริการด้านสปาอีกด้วย
THANN Store สาขา Festival Walk และ THANN Sanctuary Spa สาขา Harbour City

THANN บนแพล็ตฟอร์มออนไลน์

4) แบรนด์ PANPURI (ปัญญ์ปุริ)
PANPURI เป็นแบรนด์เครื่องหอมและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ด้วยความชื่นชอบวัตถุดิบจากธรรมชาติ (ออร์แกนิค) ของไทย ได้รับความนิยมจากความโดดเด่นของการใช้สมุนไพรไทยและพืชพรรณต่างๆ ที่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ เช่น มะลิ กระดังงา ตะไคร้ ไม้จันทน์หอม ว่านหางจระเข้ มะพร้าว แตงกวา ข่า ขิง น้ำผึ้ง และสะระแหน่ นำมาผลิตในหมวดสินค้าต่างๆ เช่น เครื่องหอม เทียนอโรม่า สเปรย์ฉีดหมอน สบู่อาบน้ำ โลชั่นบำรุงผิว และสกินแคร์ ทำให้ PANPURI สามารถขยายตลาดในฮ่องกงได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน PANPURI มีสาขา
ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง K11 Musea ในย่าน Tsim Sha Tsui ฝั่งเกาลูน และที่ IFC บนเกาะฮ่องกง ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่มีชื่อเสียงและตั้งอยู่ใกล้กับโรงแรมระดับโลก เหมาะสำหรับผู้บริโภคในฮ่องกงที่ต้องการประสบการณ์หรูหราและสินค้าที่มีคุณภาพ
PANPURI สาขา ณ ห้างสรรพสินค้า K11 Musea และสาขา IFC Hong Kong

เครื่องหอมประทินผิวพรรณ




ที่มา: panpuri.com
3. ช่องทางการจำหน่ายสินค้า
จากข้อมูลของ Euromonitor พบว่าชาวฮ่องกงนิยมเลือกซื้อเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากช่องทางออฟไลน์ผ่านร้านสะดวกซื้อ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นและผลิตภัณฑ์ที่มีสี เช่น น้ำหอม (Fragrances, deodorants) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skin Care) และเครื่องสำอางตกแต่งสี (Color Cosmetics) ซึ่งมีสัดส่วนการซื้อผ่านช่องทางออฟไลน์มากกว่าร้อยละ 95 ในขณะที่สินค้าทั่วไป เช่น สบู่อาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก มีสัดส่วนร้อยละ 90 และผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมมีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ผ่านช่องทางออฟไลน์ (ร้อยละ 70.2) ออนไลน์ (ร้อยละ 10.1) และร้านตัดผม (ร้อยละ 19.7) ตามลำดับ



3.1 ช่องทางออฟไลน์
1) ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านระบบค้าปลีกแบบดั้งเดิม เช่น ร้านขายยา หรือร้านค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าเครื่องใช้ภายในครัวเรือน ซึ่งมักจะมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ เช่น สบู่ โลชั่น ครีมกันแดด แชมพู ครีมล้างหน้า และครีมบำรุงหน้า เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคที่มีความคุ้นเคยและไว้ใจในคำแนะนำจากผู้ขาย ร้านค้าเหล่านี้มักตั้งอยู่ในทำเลที่พักอาศัยที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าและเสนอราคาที่ต่ำกว่า Modern Trade นอกจากนี้ ร้านค้าประเภทดังกล่าวไม่ค่อยนำเข้าสินค้าเอง แต่จะสั่งสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายและค้าส่งสินค้าเป็นหลัก
ร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม


2) ช่องทางการจัดจำหน่ายในระบบค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) เช่น ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าเฉพาะทาง มักจะดำเนินการผ่านตัวแทนจำหน่ายและผู้ค้าส่ง สินค้าที่เน้นเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เช่น เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สินค้าเพื่อสุขภาพ รวมถึงอาหารเสริม วิตามิน และครีมโลชั่นสำหรับใบหน้าและร่างกาย ร้านค้าเหล่านี้อาจนำเข้าสินค้าบางอย่าง และจัดหาสินค้าจากบริษัทโดยตรง
2.1) ร้าน SASA เริ่มดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 เป็นหนึ่งในร้านแรก ๆ ในฮ่องกงที่จำหน่ายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่คนฮ่องกงและชาวเอเชีย ปัจจุบันมี 73 สาขา พร้อมให้เลือกสินค้ากว่า 600 แบรนด์ รวมถึง 17,000 รายการ จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจากญี่ปุ่น เกาหลี สหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และไทย นอกจากนี้สินค้าบางรายการมีราคาย่อมเยาแต่คุณภาพดีทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ในกลุ่มคนทำงานและคนรุ่นใหม่
หน้าร้าน SASA แบรนด์ไทยในร้านค้า/ออนไลน์

แบรนด์จากไทย ในร้านค้าปลีก SASA


ที่มา : ร้านค้าปลีก SASA สาขา Central, Hong Kong
2.2) ร้าน Lung Fung Pharmaceutical (Group) Ltd. เริ่มต้นธุรกิจเมื่อปี พ.ศ. 2535 จากการเป็นร้านขายยาขนาดเล็ก แล้วพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นธุรกิจร้านค้าขนาดใหญ่ภายใต้ชื่อ “Lung Fung Mall” ที่จำหน่ายยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ปัจจุบันมีสาขา 31 แห่ง พร้อมสินค้ามากกว่า 80,000 รายการ ครอบคลุมทั้งยาแผนจีนและตะวันตก รวมถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพ ความงาม การดูแลผิว ของใช้ส่วนตัว แม่และเด็ก อาหาร และขนมที่นิยมทั้งในหมู่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว โดยชื่อเสียงของบริษัทได้มีการบอกปากต่อปาก จึงช่วยเสริมสร้างชื่อเสียง Lung Fung Mall เติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทมีข้อได้เปรียบ เช่น การนำเข้าสินค้าโดยตรงจากแบรนด์ต่างประเทศ เป็นร้านค้าปลีกเครื่องสำอางที่มีจำหน่ายในราคาต่ำกว่าแต่คุณภาพแข่งขันได้ ตอบโจทย์ความต้องการตลาด โดยเฉพาะผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ชื่นชอบสินค้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้ “Lung Fung Mall” ขึ้นเป็นผู้นำด้านเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และสุขภาพได้อย่างรวดเร็วในฮ่องกง
ร้านค้า Lung Fung Mall

2.3) Watson เปิดดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปีพ.ศ. 2386 ซึ่งถือเป็นร้านขายยาตะวันตกแห่งแรกในฮ่องกง ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มของ A.S. Watson Group (ภายใต้กลุ่ม CK Hutchison) เติบโตต่อเนื่องจนกลายเป็นร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงามที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในฮ่องกง โดยมีเครือข่ายร้านค้ามากกว่า 17,000 สาขา ในกว่า 30 ตลาดทั่วโลก และยังมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในฮ่องกง (ที่เขตโฟทาน) ปัจจุบันเป็นร้านค้าปลีกด้านสุขภาพและความงาม สินค้าที่จำหน่ายสินค้าอุปโภค และบริโภค ได้แก่ ยา เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ สบู่ ยาสีฟัน รวมถึงสินค้าสำหรับเด็กอ่อน วิตามิน กระดาษผ้าอ้อมใช้แล้วทิ้ง นมผง ฯลฯ
สินค้าไทยที่จำหน่ายในร้านค้าปลีก/ออนไลน์ ร้าน Watson



ที่มา: ร้านค้า Watson และออนไลน์
3.2 ช่องทางออนไลน์
ชาวฮ่องกงยังคงนิยมเลือกซื้อสินค้าเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากช่องทางออฟไลน์ อย่างไรก็ดีช่องทางออนไลน์โอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นเป็นสินค้าที่เป็นการซื้อซ้ำ หรือผู้บริโภคคุ้นเคยอยู่แล้ว จะทำให้มีโอกาสปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น
แบรนด์ฮ่องกงเข้าถึงผู้บริโภคในแผ่นดินใหญ่ผ่านรูปแบบร้านค้าดิจิทัลหลัก 3 รูปแบบ:
ประเภทช่องทาง | แพลตฟอร์มยอดนิยม | กลยุทธ์แบรนด์ |
|---|---|---|
Major | Tmall Global, JD Worldwide, Douyin Global | ร้าน Flagship ที่มุ่งเป้าหมายไปยังผู้เข้าชมจํานวนมากและงานขายจํานวนมาก |
Private | อินเทอร์เฟซร้านค้าแบบกําหนดเองที่ผสานรวมโดยตรง กับบัญชี WeChat ช่วยให้รักษาลูกค้าโดยตรงและผสานรวม WeChat Pay ฮ่องกง / จีน | |
Social Commerce & Discovery | Xiaohongshu Douyin Mall | แบรนด์ความงามในฮ่องกงร่วมมือกับ Key Opinion Leaders (KOLs) และ Key Opinion Consumers (KOCs) บน Xiaohongshu เพื่อสร้างโพสต์รีวิว การดูแลผิว และวิดีโอที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ที่ชื่นชอบความงามจากจีนผ่านอินฟลูเอนเซอร์ การสาธิตแบบไลฟ์สตรีม และรีวิวสินค้าที่ผู้ใช้สร้างขึ้น |
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมในฮ่องกง
แพลตฟอร์ม | จุดเด่น |
HKTVmall | แพลตฟอร์มใหญ่และมีชื่อเสียงในฮ่องกง เข้าถึงลูกค้าทั่วไป และมี Shop ตามสถานนีรถไฟใต้ดิน |
Zalora | แพลตฟอร์มเน้นแฟชั่นและความงามมีฐานลูกค้าในกลุ่มวัยรุ่น-วัยทำงาน |
Sasa.com | แพลตฟอร์มเฉพาะความงาม |
Lazada/Shopee | แพลตฟอร์มที่มีฐานลูกค้ากว้าง มีผู้ขายรายเล็กถึงกลาง |
Instagram/Facebook Shop | ขายผ่านโซเชียลมีเดีย เน้นคอนเทนต์และอินฟลูเอนเซอร์ |
4. เทรนด์สินค้าและตัวอย่างแบรนด์ที่ได้รับความนิยม
4.1 สกินแคร์ไฮบริด” (Hybrid Skincare) กลายเป็นสินค้าสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ และได้รับความนิยมในฮ่องกง ซึ่งเป็นเครื่องสําอางที่ผสมผสานกับสูตรการดูแลผิวเกิดจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสุขภาพผิว ความไวจากแสงแดด และการระคายเคืองที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ
แบรนด์ ANESSA & BIORE UV

4.2 ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติหรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คุณสมบัติลดความเสี่ยงในการก่อภูมิแพ้ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เน้นส่วนผสมคุณภาพสูง อุดมด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิว
แบรนด์ Lush
4.3 มาส์กหน้าสำหรับใช้ทุกวัน ที่ทำจากส่วนผสมออร์แกนิกและได้มาจากธรรมชาติ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารก่อภูมิแพ้ มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน และสารกันบูดในปริมาณต่ำ เหมาะกับการใช้ทุกวันสำหรับผิวแพ้ง่าย
แบรนด์ LuLuLun (Pure / Organic Series)

4.4 ประชากรสูงอายุจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Cosmeceutical (เวชสำอาง) ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างเครื่องสำอางทั่วไปกับยา มีส่วนผสมของสารออกฤทธิ์ (Active Ingredients) ในเข้มข้นที่สูงและมีงานวิจัยรองรับ จึงมีคุณสมบัติในการดูแลและฟื้นฟูผิวที่โดดเด่น โดยเฉพาะ ลดริ้วรอย ลดฝ้า ผลัดเซลล์ผิว เสริมเกาะป้องกันผิว
แบรนด์ Dermalogica
4.5 ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งจะเป็นที่นิยมในผู้บริโภคแถบเอเชีย ในขณะที่ผู้บริโภคตะวันตกต้องการให้มีผิวสีบรอนซ์ จึงเลือกสินค้าที่มี Tanning Lotion
แบรนด์ Clarins & Sisley
5. สิ่งที่ควรรู้
กฏระเบียบสินค้าเครื่องสำอางและบำรุงผิวในฮ่องกงไม่มีกฎระเบียบเฉพาะเกี่ยวกับเครื่องสําอางและเนื่องจากไม่มีข้อกําหนดที่ชัดเจนและเฉพาะเจาะจงเครื่องสําอางจึงอยู่ในขอบเขตของกฎหมายความปลอดภัยของสินค้าอุปโภคบริโภค (the Consumer Goods Safety Ordinance ภายใต้ข้อกําหนดด้านความปลอดภัย ด้วยเหตุนี้ฮ่องกงจึงมีแบรนด์สินค้าจากทั่วโลกจำหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งนี้มีประเด็นที่ผู้ประกอบการไทยควรคำนึง ดังนี้
5.1 ฮ่องกงไม่ต้องขออนุญาตนำเข้าเครื่องสำอางและบำรุงผิวก่อนนำเข้าไปฮ่องกง
5.2 ฮ่องกงมีข้อกำหนดความปลอดภัยของสินค้า คือ สินค้าต้องมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคตามมาตรฐานสากล (เช่น มาตรฐาน EU, US หรือจีน)
5.3 หากเครื่องสำอางมีส่วนผสมที่เป็นยา (เช่น สารรักษาสิว สารฟอกสีผิวบางชนิด และสินค้า “ผลิตภัณฑ์ยา (Pharmaceutical Product) จะต้องขึ้นทะเบียนกับ Pharmacy and Poisons Board of Hong Kong ก่อนนำเข้าและจำหน่าย”)
5.4 ฉลากและบรรจุภัณฑ์ “สินค้าควรมีฉลากที่ระบุส่วนผสมและคำเตือนชัดเจน”
5.5 หากมีการระบุคำเตือนหรือข้อควรระวังในการใช้งาน (Safety warnings/cautions) กฏหมายฮ่องกงกำหนดว่า ต้องมีทั้งภาษาอังกฤษและจีน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
5.6 การสำแดงสินค้า ต้องสำแดงรายละเอียดสินค้าให้ถูกต้องตามความเป็นจริง เช่น ยี่ห้อ ประเภท มูลค่า ต่อกรมศุลกากรฮ่องกง

6. โอกาส ความท้าทาย และข้อเสนอแนะ
6.1 โอกาสทางการค้า
1) การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในฮ่องกง ฮ่องกงเป็นจุดหมายปลายทางการช๊อปปิ้งระดับโลก และได้รับประโยชน์จากปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากจีน โดยการเชื่อมโยงการขนส่งที่เพิ่มขึ้น เช่น รถไฟความเร็วสูง และสะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า และการจำกัดการเดินทางผ่อนคลายลง ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวขึ้น ประกอบกับสินค้าแบรนด์ในร้าน Duty Free สามารถกระตุ้นการเติบโตของตลาด
2) วิวัฒนาการของอีคอมเมิร์ซ เช่น การขายแบบไลฟ์สตรีมมิ่ง และโซเชียลคอมเมิร์ซช่วยเพิ่มผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ธุรกิจออนไลน์ไม่เพียงแต่ทำให้ตัวเลือกการช๊อปปิ้งหลากหลายเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มการค้นพบและ
มีส่วนร่วมของผลิตภัณฑ์กลายเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตอย่างสำคัญยิ่ง
3) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผู้ผลิต/จำหน่ายบางรายเริ่มนำ AI เพื่อใช้กับผิวพรรณ และร่างกาย อาทิ การใช้เทคโนโลยีที่สแกนใบหน้า เพื่อวิเคราะห์ความชุ่มชื้น รูขุมขน ริ้วรอย โดยประเมินผลได้รวดเร็วและแม่นยำซึ่งจะตอบสนองความต้องของผู้บริโภคเพื่อต่อยอดทางการค้าอย่างต่อเนื่อง
6.2 ความท้าทาย
1) ต้นทุนวัตถุดิบและการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรของธุรกิจเครื่องสำอาง โดยเฉพาะจากการปรับราคาของวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ค่าแรงและค่าสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น ในการควบคุมค่าใช้จ่ายให้คงอยู่ในระดับที่เหมาะสม ในขณะเดียวกันต้องพยายามลดต้นทุนของวัตถุดิบลงโดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
2)ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นในการปฏิบัติตามกฎระเบียบกำลังกลายเป็นความท้าทายหลักสำหรับผู้ผลิตเครื่องสำอาง เนื่องจากแต่ละประเทศมีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับความปลอดภัยและการติดฉลากส่วนผสมที่แตกต่างกัน ความหลากหลายของกฎเกณฑ์เหล่านี้ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น โดยระดับต้นทุนจะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของข้อกำหนดในแต่ละประเทศ ตัวอย่าง ได้แก่ หน่วยงาน FDA ในสหรัฐอเมริกาและกฎระเบียบของสหภาพยุโรป ซึ่งมีมาตรฐานที่เข้มงวดและซับซ้อนเป็นพิเศษ
6.3 ข้อเสนอแนะ
1) โอกาสของสินค้าไทย ผู้ผลิตและผู้ส่งออกควรศึกษาข้อมูลและแนวโน้มของตลาดสินค้าเป็นอย่างดี เนื่องจากความต้องการสินค้ามีความหลากหลาย และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามกระแสแฟชั่น
2) ผู้ผลิตและผู้ส่งออกควรให้ความสำคัญการพัฒนาช่องทางการตลาด โดยเฉพาะช่องการจำหน่ายสินค้าผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอกนิกส์ (Online) ให้มีประสิทธิภาพ และมีข้อมูลทันสมัยตลอดเวลา เพราะนอกจากใช้เป็นช่องทางการขายและยังสามารถใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร รับฟังความคิดเห็นและประชาสัมพันธ์สินค้าใหม่ และมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับต้นทุนในการเปิดร้านค้า เป็นช่องทางทำการจำหน่ายสมัยใม่ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง
7. งานแสดงสินค้าที่น่าสนใจ
งานแสดงสินค้าเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในฮ่องกง
| ชื่อและวันที่แสดง | ผู้จัดและสถานที่จัดงาน |
1 | ชื่องาน : Beauty & Wellness Expo – Physical Fair วันจัดงาน: 13 – 17 สิงหาคม 2569 สถานที่ : Hong Kong Convention and Exhibition Centre 1 Expo Drive, Wan Chai, Hong Kong (Harbour Road Entrance)
| ผู้จัด : Hong Kong Trade Development Council www.hktdc.com/event/hkbeautyexpo/en
|
2 | ชื่องาน: Cosmoprof Asia Hong Kong วันจัดงาน : 10-12 พฤศจิกายน 2569 สถานที่ : ASIAWORLD-EXPO วันจัดงาน : 11-13 พฤศจิกาย 2569
| ผู้จัด: Informamarket www.cosmoprof.com/corporate/cosmoprof-network/fiere-a-marchio-cosmoprof/cosmoprof-asia-hong-kong/
|
ที่มาและอ้างอิง : Hong Kong Trade Development Council
8. แหล่งข้อมูลอ้างอิง
8.1 ข้อมูลสถิติฮ่องกง : https://www.censtatd.gov.hk
8.2 สถิติการค้าระหว่างประเทศ : https://traderreport.moc.go.th
8.3 การส่งออก: research.hktdc.com/en/article/MzEzOTAyNDg0
8.4 Euromonitor : Distribution of Beauty and Personal Care by Format and Category: % Value 2024
8.5 Statista : Cosmoprof Asia report 2024
8.6 Online channel : www.meltwater.com/en/blog/social-media-statistics-hong-kong
8.7 regulation of cosmetic and personal care :
www.info.gov.hk/gia/general/201806/27/P2018062700331.htm
9. รายชื่อผู้นำเข้า
No. | Hong Kong Importer | Company Detail | Contact |
| 1 | Sa Sa International Holdings Ltd
| 8/F, Block B, MP Industrial Centre, 18 Ka Yip St, Chai Wan, Hong Kong T: +852 2975 3612 F: +852 2889 0256 | Ms. Terence Lee Ms. Nicole Cheung |
| 2 | Lan Lan Cosmetic Ltd | Rm C, 25/F Ford Glory Plaza, 37-39 Wing Hong St, Lai Chi Kok, Kln, Tel (+852) 27707701 Fax (+852) 27700657 URL www.lanlan.hk Email kentfull@gmail.com | Mr. Peter Law, General Manager
|
| 3 | DKSH | 23/F, Tower A, Southmark, 11 Yip Hing St, M: +852 9800 3685 | Mr. Matthew McKenzie |
| 4. | A.S. Watson Group
| Address: Watson House, 1-5 Wo Liu Hang Road, Fo Tan, Shatin, T: +852 2606 8833
| Gigi Ng Senior Buyer
|
| No. | Hong Kong Importer | Company Detail | Contact |
| 5. | Dairy Farm Group
| 5/F, Devon House, Taikoo Place, 979 King’s Road, Quarry Bay, T: +852 2299 1888 F: +852 2299 4888 E: DGFcontactus@dairy-farm.com.hk https://www.dairyfarmgroup.com/en-US/Our-Businesses/Health-and-Beauty-Stores#bid-Mannings | |
| 6. | Amelie Beauty Co Ltd ![]() | Room 604, 6/F, Houston Center, 63 Mody Road, Tsim Sha Tsui, Kowloon, HK E: infoab@ameliebeauty.com | Ms. Lotus Yee
|
| 7. | PAÑPURI ![]() | Shop 215A , B2 Floor, K11 Musea Victoria Dockside, 18 Salisbury Rd, Tsim Sha Tsui, Kowloon, Hong Kong | Ms.. Jeab wtechajaroonjit@panpuri.com Ms.Tiffany Manager, Hong Kong Branch |
| 8. | Mayfair Cosmetic
| 17 Ko Fai Road8/F, Block 2, Yau Tong Ind'l City Yau Tong New Territories Hong Kong Tel: +852 27705332 Website: www.mayfairhk.com | Mr. Bobby Choi Managing Director
|
No. | Hong Kong Importer | Company Detail | Contact |
| 9. | Gorgeous Group (Holdings) Ltd
| 11-13 Shing Yip Street, Room 808, wah Shing Centre Kwun Tong Kowloon Hong Kong http://www.gorgeous-france.com Tel: +852 23806368 | Mr. Kwok Kwan, Wong Director
|
| 10 | Choi Fung Hong Co. Ltd.![]() | Flat 713 , 7/F Blk , Nam Fung Ind City, 18 Tin Hau Road, Tel: +852 24658946
| Ms. Cara Mui, Website: choi-fung.com Email: sale@choi-fung.com
|
| 11 | Bonjour Holdings Ltd.
| 11/F, Bonjour Tower, Tel: +852 28722872 Fax (+852) 28722873 URL www.bonjourhk.com Email corporate@bonjourhk.com | Mr. Wilson Ip – Chairman Mr. Wong Lu Ming CEO/Secretary, Bonjour Holdings Ltd.
|
| 12 | Lung Fung Pharmaceutical (Group) Co., Ltd. | 5/F, Lung Fung Centre, 23 Yip Cheong Street, Fanling, N.T. Hong Kong Tel: +852 26684802
| Ms. Agnes Wong Sales & Marketing Department
|