
นับตั้งแต่เปิดให้บริการรถไฟลาว-จีนจนถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2569 จีนมีการนำเข้าผลไม้สะสมแล้วกว่า 600,000 ตัน มูลค่ากว่า 15,000 ล้านหยวน ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพด้าน การขนส่งสินค้าของเส้นทางรถไฟระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพลังและศักยภาพของ การปรับปรุงและพัฒนากระบวนการผ่านพิธีการศุลกากร และการผสานรวมอย่างลึกซึ้งกับเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเส้นทางการค้า ตั้งแต่กล้วยจากลาวที่สามารถขนส่งถึงนครฉงชิ่งได้เร็วที่สุดภายใน 4 วัน ไปจนถึงมะพร้าวจากไทยที่สามารถเข้าสู่ตลาดจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รถไฟจีน–ลาวกำลังช่วยให้ผลผลิตจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงมือผู้บริโภคชาวจีนได้อย่างสดใหม่และมีคุณภาพ
การพัฒนารูปแบบการผ่านพิธีศุลกากร ถือเป็นมาตรการสำคัญในการแก้ไขปัญหาการขนส่งผลไม้ข้ามพรมแดน ก่อนหน้านี้กล้วยจากลาวที่ขนส่งทางถนนจำเป็นต้องเปิดตู้เพื่อตรวจสอบ ณ ด่านชายแดน รวมถึงขนถ่ายสินค้าและเปลี่ยนยานพาหนะเพื่อขนส่งต่อ ทำให้ใช้เวลาตลอดกระบวนการประมาณ 6–8 วัน นอกจากจะมีต้นทุนด้านแรงงานและยานพาหนะสูงแล้ว ความสดใหม่ของผลไม้ยังลดลงจากระยะเวลาในการขนส่งที่ยาวนานอีกด้วย แต่รูปแบบ “การขนส่งต่อเนื่องทางรถไฟ–รถไฟ และตรวจสอบ ณ ลานจำเพาะผลไม้” ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ดังกล่าว โดยที่ด่านรถไฟโม่ฮานไม่จำเป็นต้องเปิดตู้เพื่อตรวจสอบผลไม้นำเข้าอีกต่อไป เพียงทำการตรวจสอบโดยเร็วว่าตู้สินค้ายังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และตรวจสอบตราประทับตู้สินค้า ก็สามารถอนุมัติให้ผ่านพิธีการขนส่งต่อได้ สินค้าสามารถขนส่งไปถึงนคร ฉงชิ่งด้วยตู้สินค้าเดิม จากนั้นจึงดำเนินการยื่นสำแดงสินค้า และดำเนินการตรวจสอบต่อไป ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มทดลองใช้กับมะพร้าวสดจากไทยในปี 2568 จนถึงปีนี้ที่ขยายการทดลองไปยังกล้วยสดจากสปป.ลาว รูปแบบดังกล่าวได้รับการพิสูจน์อย่างต่อเนื่องทั้งในด้าน ความเป็นไปได้และศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้าง โดยเฉพาะปริมาณการนำเข้ากล้วยจากลาวผ่านรูปแบบนี้เพียงชนิดเดียวก็มีมากกว่า 2,020 ตันแล้ว
เบื้องหลังการพัฒนาประสิทธิภาพ คือ การกำกับดูแลด้วยระบบอัจฉริยะที่มีความแม่นยำ การเร่งกระบวนการไม่ได้หมายถึงการผ่อนปรนมาตรฐาน และการผ่านพิธีการศุลกากรที่รวดเร็วก็ยังต้องคงไว้ซึ่งมาตรฐานด้านความปลอดภัย ศุลกากรนครคุนหมิงเดินหน้าส่งเสริมการพัฒนาศุลกากรอัจฉริยะ อย่างต่อเนื่อง โดยควบคู่ไปกับการนำรูปแบบการกำกับดูแลรูปแบบใหม่มาใช้และดำเนินระบบบริหารจัดการ “บัญชีรายชื่อสีขาว” โดยคัดเลือกเฉพาะสวนผลไม้และโรงงานบรรจุภัณฑ์ในต่างประเทศที่มีมาตรฐานการบริหารจัดการที่ดี และไม่เคยตรวจพบศัตรูพืชกักกัน พร้อมทั้งมีการปรับปรุงบัญชีรายชื่อตามสถานการณ์ แนวทางการกำกับดูแลแบบครบวงจร “ควบคุมตั้งแต่ต้นทาง + เร่งการผ่านพิธีศุลกากร + ตรวจสอบในพื้นที่ปลายทาง” ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในขั้นตอนพิธีการศุลกากรได้อย่างมาก ขณะเดียวกันยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของผลไม้นำเข้า และรับประกันคุณภาพและ ความปลอดภัยของสินค้าได้ จึงเป็นการสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพในการผ่านพิธีการศุลกากรกับความปลอดภัยด้านอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปริมาณผลไม้นำเข้าที่สูงถึง 600,000 ตัน ยิ่งสะท้อนให้เห็นบทบาทที่สำคัญของรถไฟลาว-จีน ที่จะเป็นกำลังขยายจากการเป็นเพียงช่องทางขนส่งไปสู่การเชื่อมโยงเชิงลึกตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ในฐานะความสำเร็จที่สำคัญของของการเชื่อมโยงระหว่างรถไฟลาว-จีนกับเส้นทางขนส่งทางบก-ทางทะเลสายใหม่ภาคตะวันตกของจีน รูปแบบการขนส่ง “รถไฟเชื่อมรถไฟ” ไม่เพียงปรับเปลี่ยนรูปแบบโลจิสติกส์สำหรับผลไม้ข้ามแดนเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างให้ “ทั้งสองฝ่ายของอุปสงค์และอุปทานได้รับประโยชน์ร่วมกัน” อีกด้วย สำหรับ ผู้บริโภคในจีน ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่ลดลงช่วยให้ราคาสินค้าปลายทางเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ขณะที่ระยะเวลาขนส่งที่สั้นลงช่วยรักษารสชาติและความสดใหม่ของผลไม้ได้ดียิ่งขึ้น สำหรับ ประเทศตามแนวเส้นทาง ตลาดจีนเปิดกว้างมากขึ้น ทำให้สินค้าเกษตรที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มีช่องทางจำหน่ายที่มีเสถียรภาพ และช่วยผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ผลักดันการพัฒนาด้านการเพาะปลูก การบรรจุภัณฑ์ และโลจิสติกส์ ส่งผลให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง
ในฐานะโครงการสำคัญของนโยบาย “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” บทบาทของรถไฟจีน-ลาวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านการขนส่งเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การบูรณาการเชื่อมโยงในเชิงลึกทั้งด้านกฎระเบียบ การบริหารจัดการ และการให้บริการ ซึ่งช่วยสร้างผลประโยชน์ถึงกันอย่างต่อเนื่อง เบื้องหลังการนำเข้าผลไม้กว่า 600,000 ตัน ที่สามารถขนส่งข้ามภูเขาและแม่น้ำได้อย่างราบรื่นคือหนึ่งก้าวสำคัญของ การปฏิรูปเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าข้ามแดน ในอนาคต เมื่อมีการเพิ่มประเภทสินค้าและขยายปริมาณการขนส่ง รวมถึงมีการนำรูปแบบการขนส่งและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้มากขึ้น รถไฟจีน-ลาวจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ให้แก่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับอาเซียนต่อไป
ความคิดเห็น สคต.
จำนวนผลไม้นำเข้าที่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า รถไฟลาว-จีนกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการยกระดับระบบโลจิสติกส์และการค้าผลไม้ระหว่างจีนกับประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะการขนส่งแบบรถไฟเชื่อมรถไฟที่ช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการขนส่งผลไม้ข้ามแดน จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการส่งออกผลไม้ไทยเข้าสู่จีน โดยสามารถใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟลาว-จีนในการเข้าสู่จีนได้อย่างรวดเร็ว และช่วยรักษาความสดและคุณภาพไว้ ในขณะเดียวกัน ต้นทุนโลจิสติกส์ที่ลดลงนี้จะช่วยให้ผลไม้ไทยมีโอกาสแข่งขันด้านราคากับผลไม้จากประเทศคู่แข่งได้มากขึ้นอีกด้วย
*************************************
แหล่งที่มา : https://mp.weixin.qq.com/s/Q3ggH0PsLxhB7Vl5GY6aQw
สคต. คุนหมิง