fb
อินเดียยังมีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจอีก 15–20 ปี : มุมมองจาก Citi ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนของอินเดีย

อินเดียยังมีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจอีก 15–20 ปี : มุมมองจาก Citi ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนของอินเดีย

โดย
Lawrence
ลงเมื่อ 21 พฤษภาคม 2569 16:28
สคต. ณ เมืองเจนไน (อินเดีย) (TTC, Chennai (India))
1

บทนำ

จากบทสัมภาษณ์ที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ BusinessLine ได้สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจระยะยาวของอินเดีย โดยเป็นการให้สัมภาษณ์ของนาย K. Balasubramanian ตำแหน่ง India Subcontinent Sub-Cluster and Banking Head, Citi & Banking Head, Citi India ซึ่งได้กล่าวถึงศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดีย ความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจมหภาค เสถียรภาพทางการเมือง โครงสร้างประชากร ตลอดจนแนวโน้มการลงทุนและกิจกรรมการควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) ในอนาคต

Citi มองว่า อินเดียได้กลายเป็นหนึ่งในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตระยะยาวสูง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการบริโภคภายในประเทศ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และเสถียรภาพด้านนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งเอื้อต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาวของอินเดีย

นาย K. Balasubramanian ระบุว่า อินเดียมีจุดแข็งสำคัญที่หาได้ยากในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ได้แก่ ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจมหภาค เสถียรภาพทางการเมือง โครงสร้างประชากรที่เอื้อต่อการเติบโต และความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับการเติบโตในช่วง 15–20 ปีข้างหน้า

 

แม้ว่า Citi จะมีการปรับโครงสร้างและลดบทบาทธุรกิจ Consumer Banking ในอินเดียเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน แต่ธุรกิจหลักของ Citi ในอินเดียกลับขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทได้มุ่งเน้นธุรกิจที่เป็นจุดแข็ง อาทิ ตลาดทุน ธุรกรรมทางการเงิน และบริการทางการเงินข้ามพรมแดน

ทั้งนี้ Citi มองว่า การบริโภคภายในประเทศยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจอินเดีย คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 62–63 ของ GDP อินเดีย ส่งผลให้อินเดียพึ่งพาเศรษฐกิจโลกน้อยกว่าหลายประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และมีความสามารถในการรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกได้ในระดับที่ดี

นอกจากนี้ อินเดียยังให้ความสำคัญกับการกระจายแหล่งพลังงานและการรักษาความสัมพันธ์ทวิภาคีกับประเทศต่าง ๆ ซึ่งช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ในระยะยาว

ความสำคัญของอินเดียต่อธุรกิจระดับโลกของ Citi

บทสัมภาษณ์ดังกล่าวระบุว่า อินเดียได้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความสำคัญสูงของ Citigroup ทั้งในด้านรายได้และยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ โดยปัจจุบันอินเดียสร้างรายได้ให้แก่ Citigroup มากกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 4–5 ของรายได้รวมทั่วโลกของ Citi ทำให้อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศที่สำคัญของบริษัทนอกทวีปอเมริกาเหนือ

รายงานยังสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของรายได้และกำลังซื้อของประชาชนอินเดีย ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของชนชั้นกลางและการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Citi ประเมินว่า อินเดียจำเป็นต้องลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยเฉพาะในสาขาที่มีความสำคัญ ได้แก่ ถนน ท่าเรือ สนามบิน พลังงาน โลจิสติกส์ และการพัฒนาเมือง นอกจากนี้ การลงทุนด้านพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Climate Transition) ยังกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของอินเดียในระยะยาว

ความต้องการเงินลงทุนและบทบาทของเงินทุนต่างประเทศ

Citi ประเมินว่า อินเดียอาจต้องใช้เงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมรวมประมาณ 8–10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 20 ปีข้างหน้า เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ดี เงินออมภายในประเทศเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการด้านเงินทุนดังกล่าว ส่งผลให้เงินลงทุนจากต่างประเทศจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น ทั้งในรูปแบบการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เงินทุนจากกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds) กองทุน Private Equity สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา และนักลงทุนสถาบันระดับโลก

Citi คาดว่าจะยังคงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเงินทุนจากต่างประเทศเข้าสู่โครงการลงทุนของอินเดีย ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ขณะเดียวกัน ธนาคารอินเดียเองก็มีแนวโน้มเพิ่มศักยภาพด้านเงินทุนและการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกิจกรรมการลงทุนและการเข้าซื้อกิจการในอนาคต

แนวโน้มการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A)

หนึ่งในประเด็นสำคัญของบทสัมภาษณ์ คือ แนวโน้มการเติบโตของกิจกรรมการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ในอินเดีย ซึ่ง Citi คาดว่าจะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงทศวรรษข้างหน้า โดยที่ผ่านมา ตลาดการเงินอินเดียยังมีข้อจำกัดด้านการจัดหาเงินทุนเพื่อการเข้าซื้อกิจการจากธนาคารต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การที่ธนาคารอินเดียมีฐานะเงินทุนแข็งแกร่งขึ้นและสามารถปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น จะช่วยสนับสนุนกิจกรรม M&A ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มสำคัญ 2 ประการ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนกิจกรรม M&A ในอินเดีย ได้แก่ การเพิ่มบทบาทของกองทุนบริหารสินทรัพย์และนักลงทุน Private Equity ของอินเดีย และการเปลี่ยนผ่านธุรกิจครอบครัวสู่รุ่นที่สาม ซึ่งอาจนำไปสู่การขายกิจการหรือการควบรวมธุรกิจมากขึ้น

ทั้งนี้ Citi มีแนวโน้มที่จะใช้กลยุทธ์ด้านที่ปรึกษาทางการเงิน โดยมุ่งเน้นการสร้างธุรกรรมและกระจายการจัดหาเงินทุนร่วมกับธนาคารอินเดียหลายแห่ง แทนการพึ่งพาความร่วมมือแบบเฉพาะราย

บทสรุป

บทสัมภาษณ์ดังกล่าวสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อศักยภาพเศรษฐกิจอินเดียในระยะยาว โดย Citi มองว่า อินเดียมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งด้านเสถียรภาพทางการเมือง โครงสร้างประชากร การบริโภคภายในประเทศ และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในช่วง 15–20 ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกัน ความต้องการเงินลงทุนขนาดใหญ่ การไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศ และการเติบโตของกิจกรรม M&A จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอินเดียในระยะต่อไป ส่งผลให้อินเดียยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับการลงทุนและความร่วมมือทางธุรกิจในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ของโลก

แหล่งที่มา

1. India has strong economic runway for 15–20 years”: Interview with K. Balasubramanian, India Subcontinent Sub-Cluster and Banking Head, Citi & Banking Head, Citi India, BusinessLine (The Hindu BusinessLine), India.

2. Citigroup Annual Reports and Global Banking Reports, Citigroup Inc., including information on Citi’s international banking operations, capital markets, and India business performance.

3Government of India Economic Data and Infrastructure Reports, including publications and statistical data from:

Ministry of Finance, Government of India

Reserve Bank of India (RBI)

National Statistical Office (NSO)

NITI Aayog

Department for Promotion of Industry and Internal Trade (DPIIT)

Ministry of Road Transport and Highways

Ministry of Commerce and Industry, Government of India.

Weekly News Page 18 - 22 May 2026 (2).pdf
Share :
Instagram