
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ "เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยง" (Pet Economy) ในจีนเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน ถือเป็นการสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและพฤติกรรมของประชากรชาวจีน เป็นทางเลือกใหม่ในการเลี้ยงสัตว์ให้เสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว (Pet Parents) เพื่อเติมเต็ม ความเหงาและรับมือกับวิกฤตอัตราการเกิดต่ำ ส่งผลอุสาหกรรมสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าตลาดทะลุหลักแสนล้านหยวน และมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นโอกาสที่สำคัญของผู้ประกอบการธุรกิจสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงในระดับพรีเมียม
1. มูลค่าตลาดและการเติบโต
ในปี 2567 จีนมีมูลค่าตลาดอุสาหกรรมสัตว์เลี้ยง 300,200 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 เป็นมูลค่าตลาดสินค้าสำหรับสุนัข 155,700 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.63 และมูลค่าตลาดสินค้าสำหรับแมว 144,500 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.7


2. จำนวนของสัตว์เลี้ยงในจีน
ตั้งแต่ปี 2560 จีนมีจำนวนของสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงปี 2562 มีจำนวนสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และสถิติล่าสุดในปี 2567 จีนมีจำนวนของสัตว์เลี้ยง 124,110,000 ตัว เพิ่มขึ้นจากปี 2567 อยู่ร้อยละ 2.1 ในจำนวนนี้เป็นสุนัขจำนวน 52,580,000 ตัว เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.6 และแมวจำนวน 71,530,000 ตัว เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5

2. มูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง
2.1 อาหารสัตว์เลี้ยง
ในปี 2565 จีนมีมูลค่าการค้าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงในจีนเท่ากับ 173,200 ล้านหยวน และเนื่องจากประเทศจีนมีการส่งเสริมแนวคิดการเลี้ยงสัตว์ ทำให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์มีความต้องการสูงในตลาด ส่งผลให้เกิดการดึงดูดบริษัทสตาร์ทอัพจำนวนมากเข้ามาทำธุรกิจดังกล่าวมากขึ้นและค่อย ๆ เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของสินค้าจีน คาดการณ์ว่าในปี 2568 ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในจีนจะมีมูลค่าสูงถึง 267,000 ล้านหยวน

2.2 สินค้าของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง
จากข้อมูล พบว่า ตลาดสินค้าของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่า ในปี 2565 มูลค่าตลาดสินค้าของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงในประเทศจีนจะสูงถึง 36,900 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 และคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 48,400 ล้านหยวนในปี 2568

3. พฤติกรรมการบริโภค
3.1 เทรนด์การบริโภค
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงจีน ถูกขับเคลื่อนด้วยแนวคิด "Pet Humanization" หรือการปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัวและเป็นลูกรัก (Fur Baby) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้ออาหาร โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงชาวจีน (โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Millennials) พร้อมที่จะจ่ายในราคาสูงขึ้นเพื่ออาหารที่มีคุณภาพและคุณประโยชน์เทียบเท่าอาหารมนุษย์ (Human-Grade) จนทำให้เกิดเทรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงที่มาแรง ได้แก่
- อาหารเฉพาะทางเพื่อสุขภาพ (Functional Food) : ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงในจีนไม่ได้จำกัดแค่การทานเพื่อให้อิ่มท้อง แต่ยังเปลี่ยนเป็นการดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ทำให้มูลค่าตลาอาหารเฉพาะทางในจีนเติบโตอย่างรดวเร็ว โดยฉพาะในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการสินค้าประเภทดังกล่าวที่สูงขึ้น
- อาหารแปรรูป (Novel Processing Staple Food) : เช่น 1) อาหารฟรีซดราย เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มเจ้าของแมว ครองสัดส่วนตลาดถึงร้อยละ 49.7 เนื่องจากเชื่อว่าเป็นอาหารที่ใกล้เคียงกับอาหารสดตามธรรมชาติ สะดวกในการเก็บรักษาและมีโปรตีนสูง 2) อาหารอบแห้ง มีอัตราการเติบโตสูง เนื่องจากมีรสชาติที่ดีกว่าอาหารอัดเม็ด และมีการรักษาสารอาหารได้ดี

นอกจากนี้ เจ้าของสัตว์เลี้ยงพรีเมียมในจีนยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับฉลากและส่วนผสม มุ่งเน้นเลือกซื้อสินค้าที่ปราศสารปรุงแต่ง เช่น สารกันบูด มักพิจารณาจากส่วนผสมที่ช่วยลดอาการแพ้และเป็นมิตรต่อระบบย่อยอาหารของสัตว์เลี้ยง หรือเลือกซื้ออาหารที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงสุขภาพของสัตว์เลี้ยง เช่น อาหารสัตว์ที่ช่วยรักษาฟันให้สะอาด ทำให้ผิวดี รักษากระดูกและข้อต่อของสัตว์เลี้ยง อีกทั้งเลือกซื้อสินค้าที่เป็นออร์แกนิก และเป็นระดับไฮเอนด์กันมากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะพิจารณาจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ท้องถิ่นของจีน หรือต่างประเทศ ซึ่งสินค้าอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงที่นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับความนิยมสูงในจีน คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 69 เนื่องจากชาวจีนเชื่อมั่นในด้านคุณภาพและมาตรฐาน

4. อัตราเฉลี่ยการใช้จ่ายสำหรับสัตว์เลี้ยง
จีนมีอัตราเฉลี่ยการใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงสุนัขอยู่ที่ 2,961 หยวน/ตัว/ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 ส่วนการใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงแมวเฉลี่ยอยู่ที่ 2,020 หยวน/ตัว/ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9


ความคิดเห็น สคต.
ตลาดสินค้าสัตว์เลี้ยงในจีนกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมืองที่มีรายได้สูงและให้ความสำคัญการเลี้ยงสัตว์มากขึ้น เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กวางโจว รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านวัฒนธรรมของสังคมจีนที่ทำให้การเลี้ยงสัตว์กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จึงเป็นโอกาสของสินค้าไทย ซึ่งได้ขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพและความปลอดภัย เช่น อาหารสัตว์เลี้ยงที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ และไทยมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าหลายประเทศที่ผลิตสินค้าเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ จึงถือเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทย ในการขยายตลาดส่งออกสินค้าในกลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้นำเข้าสินค้าหมวดนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ทางฝั่งตะวันออกของประเทศจีน รวมถึงมีผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนผลิตในประเทศจีน ทำให้สินค้าสัตว์เลี้ยงของไทยยังมีความท้าทายที่จะเจาะตลาดจีน โดยเฉพาะในทางตะวันตกของประเทศ อย่างไรก็ดี มณฑลแถบตะวันตกของจีนยังมีโอกาสที่จะสามารถ Create Demand สินค้าสัตว์เลี้ยงของไทยได้อีกมาก ซึ่งหากทำให้ Distributors ในพื้นที่นี้ผันตัวมาเป็นผู้นำเข้าสินค้าไทยเสียเอง ก็จะเป็นโอกาสอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการสินค้าสัตว์เลี้ยงของไทยในอนาคต
*****************************************
แหล่งที่มา : https://www.xinhuanet.com/fortune/20250930/ab26e2e8d13b43649e41b51ac335937e/c.html
https://www.chinapp.com/brand/629