
การนำเข้าทุเรียนผ่านเส้นทางรถไฟจีน–ลาวมีข้อกำหนดด้านระยะเวลาพิธีการศุลกากรที่เข้มงวด และมีปัญหาสินค้าเสียหายระหว่างการขนส่ง เพื่อตอบโจทย์ปัญหาดังกล่าว เมื่อเร็ว ๆ นี้ เขตพัฒนาเศรษฐกิจคุนหมิง (Kunming Area of China (Yunnan) Pilot Free Trade Zone) ได้ร่วมมือกับศุลกากร การรถไฟ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาระบบอำนวยความสะดวกสำหรับการนำเข้าทุเรียน โดยสร้างศูนย์กระจายผลไม้จากเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลักดันรูปแบบการขนส่งต่อเนื่องที่มีประสิทธิภาพสูง “Railway Express + Lancang-Mekong Express” ปรับปรุงระบบนิเวศด้านบริการการค้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถขนส่งทุเรียนจากสวนผลไม้ในประเทศไทยถึงตลาดคุนหมิงได้ภายในเวลาเพียง 3 วัน คาดการณ์ว่าในปีนี้เขตพัฒนาเศรษฐกิจคุนหมิง (Kunming Area of China (Yunnan) Pilot Free Trade Zone) จะมีมูลค่าการค้าทุเรียนมากกว่า 3,000 ล้านหยวน
เขตพัฒนาเศรษฐกิจคุนหมิง (Kunming Area of China (Yunnan) Pilot Free Trade Zone) มีความได้เปรียบด้านการเป็น “แพลตฟอร์มบูรณาการ 4 เขต” และเป็นศูนย์กลางของเส้นทางคมนาคม “สายทองคำ” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ทุเรียนจากประเทศไทยเลือกใช้บริการรถไฟ “Lancang-Mekong Express” ในการขนส่งสินค้าเข้าจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในฐานะที่เป็นจุดสำคัญในห่วงโซ่นี้ เขตพัฒนาเศรษฐกิจคุนหมิงได้จัดตั้งระบบโลจิสติกส์สินค้าทัณฑ์บน คลังจัดเก็บสินค้า Cold Chain และแพลตฟอร์มบริการด้านการค้าระหว่างประเทศแบบครบวงจร เพื่อรองรับสินค้าเกษตรสดใหม่จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงมือลูกค้าแบบ One-Stop Service และสามารถขนส่งผ่านระบบห่วงโซ่ ความเย็นแบบ “Door-to-Door” ได้อย่างมีประสิทธิภาพYunnan Hongyun International Trade Port ร่วมกับ China Railway United Logistics ในการสร้าง “สถานีนอกสถานี” แห่งแรกของเส้นทางรถไฟลาว - จีน และพัฒนา “สถานีรถไฟ + เขต โลจิสติกส์ครบวงจร” รูปแบบใหม่ ปัจจุบัน “สถานีนอกสถานี” แห่งนี้เป็นศูนย์กลางในการเปลี่ยนถ่ายสินค้า กระจายสินค้า และจำหน่ายผลไม้ หลังจากผลไม้นำเข้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงนคร คุนหมิงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสร้างข้อได้เปรียบในการขนส่งสินค้าทางรถไฟได้เป็นอย่างดี
ในขณะเดียวกัน Yunnan Hongyun International Trade Port ได้อาศัยข้อได้เปรียบของ Kunming Area of China (Yunnan) Pilot Free Trade Zone ในการบูรณาการรูปแบบการผ่านพิธีศุลกากรแบบใหม่ “สองเครือข่าย หนึ่งห่วงโซ่” นั่นคือ การอาศัยเครือข่ายศูนย์กลางโลจิสติกส์ ระบบอินเทอร์เน็ต และระบบห่วงโซ่ความเย็นครบวงจร ทำให้ทุเรียนสามารถขนส่งจากสวนผลไม้ในประเทศไทยมาถึงตลาดคุนหมิงได้ภายใน 3 วัน อีกทั้งยังช่วยลดระยะเวลาการผ่านพิธีศุลกากรจากด่านโม่ฮานจาก 1 อาทิตย์เหลือเพียง 2 วัน และเป็นการรักษาระบบ Cold Chain ในการขนส่งทุเรียนให้มีความเย็นต่อเนื่อง คงความสดใหม่และคุณภาพได้ตลอด
บริษัท Yunnan Yingjia Smart Industry Investment Co., Ltd. มุ่งสร้างระบบการดำเนินงานแบบครบวงจรระหว่างแหล่งผลิตต้นทางกับตลาดผู้บริโภคปลายทาง ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การจัดซื้อ การแปรรูป ระบบห่วงโซ่ความเย็น การกระจายสินค้า ตลอดจนบริการทางการเงินด้านห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการบูรณาการภาคการผลิต การแปรรูปและการบริหาร ยกระดับอุตสาหกรรม และเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ให้ความสำคัญกับธุรกิจทุเรียนเป็นอย่างมาก โดยได้ทำ การสำรวจภาคสนามในหลายพื้นที่ที่ผลิตทุเรียนที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาตลาดผู้บริโภคภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
บริษัทเผยว่า ในอนาคตบริษัทจะเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับสวนผลไม้คุณภาพสูง แหล่งเพาะปลูก และสมาคมในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อควบคุมคุณภาพและสร้างความมั่นใจด้านปริมาณอุปทานตั้งแต่ต้นทาง ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย บริษัทจะร่วมมือกับตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ตแฟรนไชส์ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสินค้าเกษตรสด และแพลตฟอร์มค้าปลีกในจีน เชื่อมโยงการผลิตและการจำหน่ายได้อย่างไร้รอยต่อ เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงตลาดปลายทางและประสิทธิภาพในการส่งมอบสิบค้า อีกทั้งบริษัทจะผลักดันการยกระดับธุรกิจจากรูปแบบการค้าดั้งเดิมไปสู่บริการแบบบูรณาการ “จัดซื้อ + ห่วงโซ่ความเย็น + คลังสินค้า + ข้อมูล + การเงิน” เพื่อนำเสนอโซลูชันที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการสำหรับธุรกิจต้นน้ำและปลายน้ำ ลดความสูญเสียในกระบวนการกระจายสินค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ บริษัทจะใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรมของพื้นที่ราบสูงยูนนาน เช่น ผลไม้ยูนนาน ชายูนนาน กาแฟ ยูนนาน เป็นต้น ไม่เพียงแต่ “นำเข้า” ผลไม้เขตร้อนอย่างทุเรียนคุณภาพสูงจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังผลักดัน “ส่งออก” สินค้าเกษตรที่มีชื่อเสียงของมณฑลยูนนานด้วย
ปัจจุบัน เขตพัฒนาเศรษฐกิจคุนหมิงอาศัยข้อได้เปรียบ “เส้นทางทองคำ” ของรถไฟลาว – จีนในการแก้ไขปัญหาในห่วงโซ่การนำเข้าทุเรียนอย่างเต็มที่ ทำให้ในปี 2568 เขตพัฒนาเศรษฐกิจคุนหมิงมีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกสินค้ารวมทั้งสิ้น 16,155 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 147.2 เป็นการนำเข้าส่งออกผลไม้ 3,468 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 206.82 ในจำนวนนี้เป็นมูลค่าการนำเข้าทุเรียน 3,160 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 245.1 ทุเรียนจึงกลายเป็นสินค้านำเข้าที่มีความโดดเด่นและเติบโตขึ้นเร็วที่สุด ด้วยการบูรณาการนโยบาย การยกระดับเส้นทางคมนาคม และนวัตกรรมด้านบริการ เขตพัฒนาเศรษฐกิจคุนหมิงจึงสามารถยกระดับขนาดและคุณภาพด้านการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งตอบสนองความต้องการบริโภคภายในประเทศที่มีการยกระดับได้มากขึ้น พร้อมผลักดันให้เกิดรูปแบบการขับเคลื่อน “โม่ฮานเป็นศูนย์กลางการนำเข้า คุนหมิงเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า”
ความคิดเห็น สคต.
การพัฒนาเส้นทางรถไฟลาว - จีน ถือเป็นโอกาสสำคัญของทุเรียนไทยในการขยายตลาดเข้าสู่จีน ซึ่งช่วยลดระยะเวลาขนส่งและต้นทุนด้านโลจิสติกส์ การที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจคุนหมิงมีการพัฒนาด้วยการสร้างระบบการนำเข้าแบบครบวงจรจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาคุณภาพทุเรียนไทยที่นำเข้าสู่จีน ทั้งในด้านการขนส่ง การจัดเก็บและกระจายสินค้า อีกทั้งช่วยทำให้ทุเรียนไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคชาวจีนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และลดความเสียหายระหว่างการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
*************************************
ที่มา: https://mp.weixin.qq.com/s/E-clu8jZ7eIAz7R9_IPsOg –