นายคาซาฮุน โกเฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและการบูรณาการระดับภูมิภาคของเอธิโอเปีย ยืนยันว่า ตัวเลขการค้านำเข้าและส่งออก (EXIM) ระหว่างประเทศเอธิโอเปียและจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ถือเป็นทั้งแรงขับเคลื่อนหลักและภาพสะท้อนที่ชัดเจนของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้งของทั้งสองประเทศ ภายใต้แนวคิด "ตลาดใหญ่สำหรับทุกคน: การส่งออกไปจีน" (Big Market for All: Export to China) ในส่วนของเซสชันประเทศเอธิโอเปีย
รัฐมนตรีเน้นย้ำว่า มิตรภาพระหว่างเอธิโอเปียและจีนเป็นพันธมิตรที่มั่นคงและไม่อาจสั่นคลอนได้ ซึ่งถูกหล่อหลอมขึ้นผ่านความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความเคารพ และการมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้รับการยกระดับขึ้นสู่การเป็น "พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในทุกสภาพกาล" ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในระดับสากลและความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
นายคาซาฮุนกล่าวว่า ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การลงทุน เทคโนโลยี และวิสัยทัศน์ทางอุตสาหกรรมของประเทศจีนได้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานโครงสร้างเศรษฐกิจสมัยใหม่ของเอธิโอเปีย ตั้งแต่ทางด่วนความเร็วสูง โครงข่ายพลังงานสะอาด ไปจนถึงนิคมอุตสาหกรรมระดับโลก และเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ที่เชื่อมต่อระหว่างอาดดิสอาบาบาและจิบูตี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าฯ ระบุว่า ความคิดริเริ่มของจีนในการมอบสิทธิยกเว้นภาษีศุลกากรเป็นศูนย์สำหรับสินค้าส่งออกของแอฟริกา ได้ช่วยเปิดโอกาสที่กว้างขวางยิ่งขึ้นให้แก่ภาคธุรกิจของเอธิโอเปียในการเข้าสู่ตลาดที่มีความตื่นตัวและมีพลวัตที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมีฐานผู้บริโภคสูงถึง 1.4 พันล้านคน
การเปิดตลาดจีนอันกว้างใหญ่ให้แก่สินค้าจากเอธิโอเปียนั้น ไม่เพียงแต่จะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนต่อผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโครงสร้างทางการค้า
ที่มีความยืดหยุ่น สมดุล และเอื้อประโยชน์ต่อกันทั้งสองฝ่ายอย่างยั่งยืน ซึ่งความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างเอธิโอเปียกับจีนได้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยตัวเลขการส่งออกและการนำเข้าต่างสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างเด่นชัดของสองประเทศ
ในส่วนของตัวเลขทางการค้านั้น นายคาซาฮุนเปิดเผยว่าใน ปีงบประมาณ 2025/26 มูลค่าการส่งออกของเอธิโอเปียไปยังประเทศจีนแตะระดับ 369 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยรายปีที่แข็งแกร่งตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน มูลค่าการนำเข้าสินค้าจากจีนมีมูลค่าสูงถึงเกือบ 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเติบโตเฉลี่ยที่ร้อยละ 13 ต่อปี อย่างไรก็ดี แม้ปริมาณการค้าที่เพิ่มขึ้นจะแสดงให้เห็นถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคักและ
มีชีวิตชีวา แต่ความไม่สมดุลทางการค้าที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ ก็เป็นตัวบ่งชี้ชัดเจนถึงความจำเป็นในการดำเนินมาตรการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันในการส่งออกของเอธิโอเปีย ตลอดจนการกระจายประเภทของพอร์ตสินค้าส่งออกให้มีความหลากหลายมากขึ้น
รัฐมนตรีเน้นย้ำว่า เอธิโอเปียกำลังดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจในวงกว้างภายใต้วาระการปฏิรูปเศรษฐกิจที่สร้างขึ้นภายในประเทศ (Homegrown Economic Reform agenda) ซึ่งครอบคลุมถึงการเปิดเสรี
ในภาคส่วนการค้าที่สำคัญ การปรับปรุงระบบการเงินให้มีความทันสมัย การลดขั้นตอนการส่งออกให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น และการยกระดับคุณภาพของผลผลิต การปฏิรูปเหล่านี้ได้ช่วยให้เอธิโอเปียบรรลุเป้าหมายสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ โดย มียอดการส่งออกระดับชาติรวมทะลุ 1.12 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2025/26 ทั้งนี้ เอธิโอเปียถือเป็นระบบเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านและการปฏิรูปอย่างครอบคลุมรอบด้าน ภายใต้วาระการปฏิรูปเศรษฐกิจดังกล่าว เอธิโอเปียกำลังดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจอย่างกล้าหาญ โดยมีการเปิดภาคส่วนการค้าที่สำคัญ การเปิดเสรีตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ทางการค้าเพื่อทำให้การค้าและการส่งออกมีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวดเร็วยิ่งขึ้น และมีความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่า ขณะเดียวกัน กระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) ของเอธิโอเปียก็กำลังรุดหน้าไปด้วยแรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่ง
นายคาซาฮุนได้แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อรัฐบาลจีนสำหรับการสนับสนุนที่มั่นคงและต่อเนื่องตลอดเส้นทางการเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสำเร็จในการเจรจาและลงนามข้อตกลงการเข้าถึงตลาดทวิภาคีร่วมกัน
พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายว่า ในขณะที่เอธิโอเปียกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของเส้นทางนี้ ทางประเทศขอรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและเต็มกำลังจากประเทศจีน เพื่อให้เอธิโอเปียสามารถก้าวขึ้นสู่สถานะสมาชิกอย่างเต็มรูปแบบขององค์การการค้าโลกได้อย่างสมเกียรติ
ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี
เอธิโอเปียกำลังเร่งปรับจากการเป็นตลาดนำเข้าสินค้าจีนไปสู่การสร้างฐานส่งออกและการผลิตที่แข่งขันได้ โดยมูลค่าส่งออกไปจีนในปีงบประมาณ 2025-2026 อยู่ที่ 369 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่นำเข้าจากจีนเกือบ 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนช่องว่างทางการค้าที่สูงมาก การเปิดตลาดจีนแบบปลอดภาษีและการปฏิรูปเพื่อเพิ่มความสามารถในการส่งออกจึงมีแนวโน้มทำให้ผู้ผลิตเอธิโอเปียเร่งยกระดับคุณภาพและปริมาณสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสินค้าแปรรูป ซึ่งอาจเพิ่มการแข่งขันกับสินค้าไทยในตลาดเอธิโอเปียและตลาดแอฟริกาตะวันออกในระยะต่อไป ขณะเดียวกัน การที่เอธิโอเปียกำลังเดินหน้าปฏิรูปการค้า ลดขั้นตอนส่งออก เปิดเสรีอัตราแลกเปลี่ยน และอยู่ในขั้นก้าวหน้าของกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก WTO ยิ่งทำให้ตลาดมีแนวโน้มเปิดกว้างและแข่งขันบนมาตรฐานสากลมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรหลีกเลี่ยงการเข้าแข่งขันกับสินค้าจีนหรือเอธิโอเปียในตลาดทั่วไปด้วยราคา และหันไปเน้นสินค้าที่ใช้เทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ และคุณภาพเป็นจุดขาย เช่น เครื่องจักรแปรรูปอาหาร ระบบบรรจุและควบคุมคุณภาพ เครื่องมือการเกษตร ระบบพลังงาน และวัตถุดิบหรือส่วนประกอบสำหรับภาคการผลิต ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่เอธิโอเปียต้องการเพิ่มมูลค่าผลผลิตภายในประเทศ นอกจากนี้ ผู้ส่งออกไทยควรพิจารณาเอธิโอเปียในฐานะ ฐานการผลิตและกระจายสินค้า มากกว่าตลาดปลายทางเพียงอย่างเดียว เพราะการลงทุนและการยกระดับอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับจีนกำลังสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศและเชื่อมโยงกับตลาดภูมิภาคเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ไทยควรเลือกเจาะตลาดที่ผู้ประกอบการเอธิโอเปียยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีหรือองค์ความรู้จากต่างประเทศ และเสนอสินค้าที่ช่วยลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้อย่างชัดเจน จะมีโอกาสมากกว่าการนำเข้าสินค้าเพื่อบริโภคทั่วไปที่เผชิญการแข่งขันด้านราคาจากจีนอย่างรุนแรง
---------------------------------------------------------
แหล่งที่มา : https://www.ena.et/web/eng/w/eng_9423010?utm_source=chatgpt.com
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี
กันยายน 2569