fb
คลื่นความร้อนดันความต้องการเครื่องปรับอากาศในเยอรมนีเพิ่มสูงขึ้น

คลื่นความร้อนดันความต้องการเครื่องปรับอากาศในเยอรมนีเพิ่มสูงขึ้น

โดย
praewas@ditp.go.th
ลงเมื่อ 20 กรกฎาคม 2569 13:00
สคต. ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) (TTC, Frankfurt (Germany))
5

สภาพอากาศที่ร้อนจัดและคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ความต้องการเครื่องปรับอากาศในเยอรมนีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากผลสำรวจชาวเยอรมันกว่า 3,300 ราย ของ YouGov บริษัทวิจัยตลาดและสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภค พบว่า ปัจจุบันชาวเยอรมันประมาณ 1 ใน 5 หรือร้อยละ 20 มีแผนที่จะซื้อเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปีก่อน นอกจากนี้ ชาวเยอรมันร้อยละ 17 ระบุว่ามีเครื่องปรับอากาศใช้งานอยู่แล้ว ขณะที่ร้อยละ 60 ยังไม่มีแผนจะซื้อเครื่องปรับอากาศในขณะนี้ 

ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศคลื่นความร้อนกำลังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในเยอรมนีที่เดิมไม่ได้พึ่งพาเครื่องปรับอากาศมากนัก โดยเฉพาะในกลุ่มอายุระหว่าง 25–54 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแผนซื้อเครื่องปรับอากาศมากที่สุด บางช่วงอายุมีสัดส่วนผู้สนใจซื้อสูงถึงร้อยละ 27

อากาศร้อนกลายเป็นความท้าทายใหม่ของเยอรมนี

ในอดีต ประเทศเยอรมนีมีภูมิอากาศอบอุ่นและฤดูร้อนค่อนข้างสั้น อาคารที่พักอาศัยส่วนใหญ่จึงถูกออกแบบให้เก็บความร้อนในฤดูหนาวมากกว่าการระบายความร้อนในฤดูร้อน ส่งผลให้บ้านและอาคารจำนวนมากไม่มีระบบปรับอากาศติดตั้งไว้ตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้อุณหภูมิในช่วงฤดูร้อนสูงขึ้นและยาวนานขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายเมืองเผชิญกับอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียสเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การทำงาน และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยเรื้อรังทำให้ให้ชาวเยอรมันเริ่มมองหาอุปกรณ์ช่วยลดความร้อนภายในบ้านมากขึ้น ความต้องการเครื่องปรับอากาศจึงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

เครื่องปรับอากาศที่ได้รับความนิยมในเยอรมนี

ข้อมูลจากสมาคมเทคโนโลยีค้าปลีกเยอรมนี Bundesverband Technik des Einzelhandels (BVT) สะท้อนความต้องการเครื่องปรับอากาศในตลาดเยอรมนีที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงฤดูร้อนที่มีอากาศร้อนจัด เครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่ (Mobile Air Conditioner) และอุปกรณ์ทำความเย็นหลายประเภทเกิดภาวะสินค้าขาดตลาด ขณะที่ผู้ติดตั้งระบบ Split Air Conditioner ต้องเผชิญกับคิวงานยาวจากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบัน เครื่องปรับอากาศที่จำหน่ายในเยอรมนีสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่

1. เครื่องปรับอากาศแบบ Split System เป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากประสิทธิภาพสูง เสียงรบกวนต่ำ และประหยัดไฟมากกว่าเครื่องแบบเคลื่อนที่ เหมาะกับบ้านเดี่ยว อาคารสำนักงานขนาดเล็ก และอพาร์ตเมนต์ที่ได้รับอนุญาตให้ติดตั้ง

2. เครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่ (Portable AC)ในขณะที่การติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Split System ในเยอรมนีมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในห้องเช่าและอพาร์ทเม้นต์ ทำให้เครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้เช่าและผู้พักอาศัยในเมือง เนื่องจากไม่ต้องติดตั้งถาวรและสามารถเคลื่อนย้ายได้ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพด้านพลังงานมักต่ำกว่าเครื่อง Split System

3. ระบบ Multi-Split เหมาะสำหรับบ้านหรือสำนักงานที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิหลายห้อง โดยใช้ชุดคอมเพรสเซอร์ภายนอกเพียงชุดเดียว

4. Heat Pump แบบทำความเย็นและทำความร้อน เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากสอดคล้องกับนโยบายลดการใช้พลังงานฟอสซิลของเยอรมนี ระบบประเภทนี้สามารถใช้เป็นทั้งเครื่องทำความร้อนในฤดูหนาวและทำความเย็นในฤดูร้อน

การเติบโตของยอดขายเครื่องปรับอากาศในเยอรมนี

ยอดขายเครื่องปรับอากาศภายในอาคาร ส่วนใหญ่เป็นระบบแยกส่วน (Split Air Conditioner) เพิ่มขึ้นจากประมาณ 260,000 เครื่อง เป็น 320,000 เครื่อง ระหว่างปี 2023 ถึง 2025 ตามข้อมูลของสมาคมควบคุมสภาพอากาศในอาคารแห่งเยอรมนี (FGK) ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลสำหรับปี 2026 แต่คาดว่าจะมีการเติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2020 มียอดขายเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Air Conditioner) ประมาณ 350,000 เครื่อง ส่วนใหญ่มาจากผู้ผลิตในเอเชีย เช่น Panasonic, Mitsubishi, LG และ Daikin และมีฐานการผลิตส่วนใหญ่ผลิตในยุโรป

กฎระเบียบการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในเยอรมนี

แม้ว่าความต้องการเครื่องปรับอากาศจะเพิ่มขึ้น แต่การติดตั้งในเยอรมนีต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดหลายประการ อาทิ

ผู้เช่าต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของอาคาร

การติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Split จำเป็นต้องเจาะผนังและติดตั้งคอยล์ร้อนภายนอกอาคาร จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาคาร ผู้เช่าจึงต้องได้รับหนังสืออนุญาตจากเจ้าของบ้านหรือผู้ให้เช่าก่อนดำเนินการติดตั้ง หากติดตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าของอาคารสามารถสั่งให้รื้อถอนและคืนสภาพเดิมได้

ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของอาคารหรือนิติบุคคลผู้ดูแลอาคาร

การติดตั้งคอยล์ร้อนบริเวณผนังด้านนอกอาคารอาคารชุดหรืออพาร์ทเม้นท์ อาจกระทบต่อรูปลักษณ์ของอาคาร รวมถึงก่อให้เกิดเสียงรบกวนแก่ผู้อยู่อาศัยรายอื่น จึงมักต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการอาคารหรือนิติบุคคลก่อนดำเนินการติดตั้ง

ต้องติดตั้งโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ

เครื่องปรับอากาศแบบ Split ใช้สารทำความเย็น (Refrigerant) ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป การติดตั้งจึงต้องดำเนินการโดยช่างที่ได้รับการรับรองด้านระบบทำความเย็นและปรับอากาศ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารทำความเย็นและให้ระบบทำงานอย่างปลอดภัย

กฎระเบียบด้านเสียงรบกวน

กฎหมายเยอรมนีกำหนดให้เจ้าของเครื่องปรับอากาศต้องควบคุมระดับเสียงไม่ให้รบกวนเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน หากเครื่องมีเสียงดังเกินมาตรฐาน เจ้าของอาจถูกสั่งให้แก้ไขหรือจำกัดเวลาใช้งาน

ประสิทธิภาพด้านพลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

หน่วยงานด้านพลังงานของเยอรมนีแนะนำให้เลือกเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม เพื่อช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยในหลายกรณี การติดตั้งฉนวนกันความร้อน การติดม่านกันแดด หรือการใช้พัดลมร่วมด้วย อาจช่วยลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศได้นอกจากนี้ สหภาพยุโรปประกาศใช้กฎระเบียบการใช้สารทำความเย็นกลุ่มฟลูออริเนตที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน Regulation (EU) 2024/573 on fluorinated greenhouse gases หรือ F-Gas Regulation 
กฎดังกล่าวครอบคลุมเครื่องทำความเย็น เครื่องปรับอากาศ และ Heat Pump โดยกำหนดข้อจำกัดด้านสารทำความเย็น รวมถึงการติดฉลากข้อมูลสารทำความเย็นบนผลิตภัณฑ์

Share :
Instagram