1. สถานการณ์เศรษฐกิจ
- ธนาคารกลางออสเตรเลียมีมติเป็นเอกฉันท์ในการรักษาอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 4.35 (2 เดือนติดต่อกัน) ระหว่างการประชุมประจำเดือนสิงหาคม 2569 แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับลดลงที่ร้อยละ 3.8 แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่ากรอบเป้าหมายที่ตั้งไว้ (ร้อยละ 2-3) และผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านต่อภาวะเงินเฟ้อจะน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ราคาพลังงานและน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงผันผวน ประกอบกับปัจจัยอื่นๆ อาทิ การชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ การขาดแคลนที่พักอาศัย รวมถึงการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน จึงมีแนวโน้มสูงที่ธนาคารกลางออสเตรเลียจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายทันทีหากภาวะเงินเฟ้อไม่ลดลง สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจออสเตรเลียยังคงอยู่ในภาวะตึงตัวและตระหนักต่อความเสี่ยงรอบด้าน ผู้บริโภคชาวออสเตรเลียระมัดระวังการใช้จ่ายกับสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ยังคงมีการใช้จ่ายในสินค้าจำเป็นสูง
- วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นาย Anthony Albanese นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียให้การต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีไทยพร้อมภริยา คณะรัฐมนตรีฯและคณะผู้แทนการค้าระดับสูงของไทยในระหว่างการเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 17-20 สิงหาคม 2569 ณ กรุงแคนเบอร์รา เพื่อยกระดับและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับออสเตรเลียในวาระจะครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตและหารือเกี่ยวกับโอกาสความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนร่วมกันในด้านต่างๆ (การเกษตร พลังงานหมุนเวียน Digital and Creative อุตสาหกรรมผลิตและการศึกษา) และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงสำคัญ 2 ฉบับ (การปราบปรามองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ)
2. สถานการณ์การค้าภาพรวมของออสเตรเลีย [1]
ปี 2569 เดือนมกราคม-มิถุนายน สถานการณ์การส่งออกสินค้าของออสเตรเลีย มีมูลค่า 186,833 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 15.03) เป็นการส่งออกสินแร่และหัวแร่เหล็ก (ร้อยละ 26.63) ถ่านหินบิทูมินัส (ร้อยละ 26.00) ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป (ร้อยละ 15.53) เนื้อสัตว์สำหรับบริโภค (ร้อยละ 5.43) และข้าวสาลีและเมสลิน (ร้อยละ 2.96) ประเทศส่งออกหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกงและสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 14 (อะลูมิเนียมที่ยังไม่ได้ขึ้นรูป ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป ทองแดงบริสุทธิ์ เนื้อสัตว์สำหรับบริโภค และน้ำมันปิโตรเลียมดิบ)
ปี 2569 เดือนมกราคม-มิถุนายน การนำเข้าสินค้าของออสเตรเลีย มีมูลค่า 178,650 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 27.39) โดยเป็นการนำเข้าน้ำมันปิโตรเลียมดิบและน้ำมันดิบที่ได้จากแร่บิทูมินัส (ร้อยละ 15.36) เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา (ร้อยละ 14.32) รถยนต์สำหรับขนส่งบุคคลและขนส่งของ (ร้อยละ 12.16) เครื่องโทรศัพท์สำหรับเครือข่ายเซลลูลาร์หรือเครือข่ายไร้สายอื่นๆ (ร้อยละ 10.63) ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป (ร้อยละ 7.50) ประเทศคู่ค้าสำคัญ คือ จีน สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและไทย ปี 2569 เดือนมกราคม-มิถุนายน ออสเตรเลียได้ดุลการค้า 8,183 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 5 มีมูลค่า 8,519 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 46.35) (สินค้านำเข้าหลักจากไทย 5 อันดับแรกได้แก่ รถยนต์ ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป เครื่องปรับอากาศ เครื่องโทรศัพท์สำหรับเครือข่ายเซลลูลาร์หรือเครือข่ายไร้สายอื่นๆ และยางรถยนต์ใหม่) และ ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 5,613 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (185,229 ล้านบาท)
สถานการณ์การส่งออกสินค้าของออสเตรเลียในเดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 34,816 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 17.43) โดยเป็นผลมาจากการส่งออกถ่านหินบิทูมินัส (ร้อยละ 26.72) สินแร่และหัวแร่เหล็ก (ร้อยละ 25.98) ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป (ร้อยละ 15.03) เนื้อสัตว์สำหรับบริโภค (ร้อยละ 5.20) และแร่ Lithium Concentrates (ร้อยละ 3.37) ประเทศส่งออกหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 13 (อะลูมิเนียมที่ยังไม่ได้ขึ้นรูป น้ำมันปิโตรเลียมดิบ เนื้อสัตว์สำหรับบริโภค ทองแดงบริสุทธิ์ เศษและของที่ใช้ไม่ได้จำพวกเหล็ก)
สำหรับการนำเข้าสินค้าของออสเตรเลียในเดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 30,804 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 19.89) โดยเป็นการนำเข้าน้ำมันปิโตรเลียมที่ได้จากแร่ บิทูมินัส (ดีเซล) (ร้อยละ 14.63) รถยนต์สำหรับขนส่งบุคคลและขนส่งของ (ร้อยละ 13.71) เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา (ร้อยละ 13.54) เครื่องโทรศัพท์สำหรับเครือข่ายเซลลูลาร์หรือสำหรับเครือข่ายไร้สายอื่นๆ (ร้อยละ 11.04) ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป (ร้อยละ 7.47) ประเทศคู่ค้าสำคัญ คือ จีน สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ซึ่งในเดือนมิถุนายน 2569 ออสเตรเลียได้ดุลการค้าที่ 4,012 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 6 (รถยนต์ ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป เครื่องปรับอากาศ เครื่องจักรสำหรับการรับการเปลี่ยนและการส่ง หรือการสร้างเสียง ภาพหรือข้อมูลอื่นๆ และยางรถยนต์ใหม่)
[1] Source: Global Trade Atlas
3. สรุปสถานการณ์การค้าไทย-ออสเตรเลีย [2]
เป้าหมายส่งออก | มูลค่าการค้ารวม (ล้าน US$) | มูลค่าการส่งออก (ล้าน US$) | มูลค่าการนำเข้า (ล้าน US$) | |||||||
ปี 2025 (%) | ปี 2026 (%) | ปี 2025 | ปี 2026 | ปี 2025 | ปี 2026 | ปี 2025 | ปี 2026 | |||
| ม.ค-มิ.ย. | +/- (%) |
| ม.ค-มิ.ย. | +/- (%) |
| ม.ค-มิ.ย. | +/- (%) | ||
0.0 (-2.5) | 1.0 | 17,364.37 (-2.59) | 12,520.07 | 48.75 | 12,041.35 (-2.5) | 8,155.59 | 43.89 | 5,323.02 (-2.79) | 4,364.47 | 58.78 |
[2] Source: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร
4. สรุปการค้าระหว่างไทยและออสเตรเลียเดือนมิถุนายน ปี 2569 [2]
การส่งออกสินค้าไทยไปออสเตรเลียเดือนมิถุนายน ปี 2569 มีมูลค่า 1,207.30 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (38,634 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.80 เป็นการเพิ่มขึ้นของสินค้ารถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศ เม็ดพลาสติก เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋อง เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิวและอาหารสัตว์เลี้ยง แต่การส่งออกผลิตภัณฑ์ยางลดลง
การนำเข้าสินค้าของไทยจากออสเตรเลียเดือนมิถุนายน ปี 2569 มีมูลค่า 634.21 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (20,295 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 95.86 เป็นการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าเครื่องเพชรพลอย อัญมณี สินแร่โลหะอื่นๆ ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ นมและผลิตภัณฑ์นม เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอและเคมีภัณฑ์ แต่การนำเข้าสินค้าพืชและผลิตภัณฑ์จากพืชลดลง
[2] Source: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร
..............................................................................................................
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์