fb
เศรษฐกิจอ่าวอาหรับใต้เงาสงคราม : 6 เดือนแห่งการปรับตัวครั้งใหญ่

เศรษฐกิจอ่าวอาหรับใต้เงาสงคราม : 6 เดือนแห่งการปรับตัวครั้งใหญ่

โดย
Suthida
ลงเมื่อ 01 กันยายน 2569 12:00
สคต. ณ เมืองดูไบ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) (TTC, Dubai (United Arab Emirates))
1

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ดำเนินมาเป็นเวลา 6 เดือน ได้ส่งผลให้เศรษฐกิจภูมิภาคอ่าวอาหรับ (GCC) เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะด้านพลังงาน โลจิสติกส์ การบิน อสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และตลาดทุน ภาครัฐและภาคธุรกิจจึงเร่งปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงจากเส้นทางขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานที่มีความเปราะบาง ขณะที่ต้นทุนพลังงาน การขนส่ง และประกันภัยเพิ่มสูงขึ้น

  • การขนส่งทางทะเลปรับเส้นทางใหม่

ปริมาณการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันไปใช้ท่าเรือทางเลือก เช่น ท่าเรือ Fujairah ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) รวมถึงท่าเรือ Sohar ท่าเรือ Duqm และ Salalah ของโอมาน ซึ่งอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงท่าเรือบริเวณทะเลแดง เพื่อกระจายความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเส้นทางส่งผลให้ระยะทาง ค่าขนส่ง และเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงจากสงครามเพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศในภูมิภาคหันมาใช้การขนส่งทางบกและโครงสร้างพื้นฐานทางเลือกมากขึ้น

  • ความเสี่ยงด้านพลังงานเพิ่มแรงกดดันต่อราคา

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยก่อนเกิดความขัดแย้งมีน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของอุปทานโลกผ่านเส้นทางดังกล่าว การปิดช่องแคบโดยพฤตินัยจึงทำให้ราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน เช่น ดีเซล ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคอาจมีมูลค่าสูงถึง 58 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันยังคงผันผวนตามระดับความตึงเครียดของสถานการณ์

  • อสังหาริมทรัพย์ GCC ชะลอตัว

                        ความไม่แน่นอนจากสงครามส่งผลให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยก่อนการก่อสร้าง (Off-plan) ลดลงเกือบร้อยละ 90 ระหว่างไตรมาสที่ 1 และ 2 ขณะที่ดูไบส่งมอบที่อยู่อาศัยประมาณ 27,000 หน่วยในไตรมาสที่ 2 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี ด้านธุรกรรมซื้อขายที่อยู่อาศัยช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายน 2569 อยู่ที่ประมาณ 86,000 รายการ ลดลงเกือบร้อยละ 13 จากปีก่อน

  • ภาคการบินเริ่มฟื้นตัว

     

ในเดือนเมษายน ขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารของสายการบิน GCC ลดลงมากกว่า 1 ใน 3 จากปีก่อน แต่ภายในเดือนสิงหาคม ช่องว่างดังกล่าวลดลงเหลือประมาณร้อยละ 5 สะท้อนการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยเส้นทางสิงคโปร์และซิดนีย์มีจำนวนที่นั่งตามตารางบินเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากเดือนเมษายน ขณะที่นิวยอร์กเพิ่มขึ้นร้อยละ 57 และเส้นทางลอนดอน มิลาน และปารีสเพิ่มขึ้นร้อยละ 39 ร้อยละ 39 และร้อยละ 28 ตามลำดับ

  • การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบสูง

image.pngภาคท่องเที่ยวคิดเป็นประมาณ 1 ใน 8 ของ GDP ยูเออี และรองรับการจ้างงานเกือบ 1 ล้านตำแหน่ง โดย WTTC ประเมินว่าตะวันออกกลางสูญเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวอย่างน้อยวันละ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่อัตราการเข้าพักโรงแรมและรายได้ต่อห้องพักลดลงร้อยละ 20 ในรอบปีจนถึงเดือนกรกฎาคม และ GCC อาจสูญเสียการจ้างงานด้านการท่องเที่ยวประมาณ 137,000 ตำแหน่งในปีนี้ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นยูเออีประมาณ 46,000 ตำแหน่ง

image.png

อย่างไรก็ตาม โรงแรมชั้นนำในดูไบหลายแห่ง อาทิ Burj Al Arab, Armani Hotel Dubai และ Park Hyatt Dubai ใช้ช่วงธุรกิจชะลอตัวเร่งปรับปรุงโรงแรม ขณะที่ร้านอาหารต้องเผชิญทั้งจำนวนลูกค้าที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบและขนส่งที่สูงขึ้น

  • ตลาดหลักทรัพย์ยังมีความยืดหยุ่น

ตลาดทุน GCC โดยรวมยังสามารถรองรับแรงกดดันจากสถานการณ์ได้ โดยตลาดดูไบและกาตาร์เป็นตลาดที่ปรับตัวลดลงในระดับเลขสองหลัก ขณะที่ตลาดซาอุดีอาระเบียยังเติบโตได้ดีจากผลกระทบต่อเศรษฐกิจนอกภาคน้ำมันที่จำกัด ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และความสามารถในการส่งออกน้ำมันผ่านทะเลแดง

  • ความเห็นของ สคต. ณ เมืองดูไบ

ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ไทยมีมูลค่าการค้ากับ GCC รวม 23,060 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออก 4,637 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 1.4 และการนำเข้า 18,423 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.95 โดยยูเออียังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยในกลุ่ม GCC และมีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.87

ความขัดแย้งในภูมิภาคยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจและการค้าของยูเออีและ GCC โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน โลจิสติกส์ และความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน การเบี่ยงเส้นทางขนส่งจากช่องแคบฮอร์มุซไปยังท่าเรือฟูไจราห์ของยูเออี และท่าเรือสำคัญของโอมาน ประกอบกับค่าประกันภัยที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนและระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้น และอาจกดดันต้นทุนสินค้านำเข้าโดยรวม

สำหรับผู้ประกอบการไทย ควรติดตามสถานการณ์ด้านความปลอดภัย เส้นทางเดินเรือ ค่าระวาง และเบี้ยประกันภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารสินค้าคงคลังและกำหนดระยะเวลาส่งมอบให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีต้นทุนขนส่งสูงหรือพึ่งพาการนำเข้า ทั้งนี้ แม้ความขัดแย้งจะเพิ่มต้นทุนและความเสี่ยง แต่ยูเออียังคงมีความสำคัญในฐานะตลาดและศูนย์กลางการค้าและกระจายสินค้าของภูมิภาค จึงยังเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการไทยควรรักษาและแสวงหาโอกาสทางการค้าอย่างต่อเนื่อง

-----------------------------------------------------------------------------------------

 

ที่มา: https://www.agbi.com/economy/2026/08/how-6-months-of-the-iran-conflict-has-reshaped-the-gulf-economy/

2026 PR sept 1 (2) How 6 months of the Iran conflict has reshaped the Gulf economy.pdf
Share :
Instagram