

ที่มารูปภาพ: https://www.iimedia.cn/c1088/106761.html
“Holiland” (好利来) แบรนด์เบเกอรี่ชื่อดังที่เคยครองใจกลุ่มลูกค้ามาอย่างยาวนาน กำลังเผชิญกับคลื่นความท้าทายครั้งใหม่ในยุคที่ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ด้วยกลยุทธ์ล่าสุดในการเปิดร้านธีมสุดน่ารัก เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่น การปรับตัวครั้งสำคัญของแบรนด์ Holiland ไม่เพียงแต่ต้องการขยายฐานลูกค้าเท่านั้น แต่เพื่อเอาชนะการแข่งขันที่ดุเดือดและรักษาความนิยมในตลาดที่เต็มไปด้วยความผันผวน
เว็บไซต์ iiMedia รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ร้านเบเกอรี่ชื่อดังอย่าง Holiland เปิดตัวสาขาแรกในเมืองกว่างโจว ประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการทดลองตลาดครั้งแรกของ
แบรนด์ในเมืองนี้ Holiland ได้เปิดร้านในรูปแบบใหม่ 2 สาขา ได้แก่ ที่ Guangzhou Tower Plaza และ BaiXing Plaza โดยร้านทั้งสองสาขาถูกตกแต่งในธีมเกมจีบหนุ่มยอดนิยมอย่าง “Light and Night (光与夜之恋)” และจัดโปรโมชั่นแบบจำกัดเวลาในช่วงเปิดร้าน ซึ่งสามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมสินค้าได้เป็นจำนวนมาก
ด้วยการออกแบบร้านสีชมพูอันเป็นเอกลักษณ์ และการร่วมมือกับแบรนด์ดังต่าง ๆ ทำให้ Holiland ประสบความสำเร็จในการดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่ได้เป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับแบรนด์ดังหน้าใหม่หลายแบรนด์ในโลกออนไลน์ ในขณะที่ระดับการบริโภคของประชากรสูงขึ้นและโครงสร้างการบริโภคอาหารเปลี่ยนแปลงไป ตลาด
เบเกอรี่ในประเทศจีน จึงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
จากการสำรวจของ iiMedia Research พบว่า ในปี 2567 ตลาดเบเกอรี่ค้าปลีกในประเทศจีนมีมูลค่าสูงถึง 611,070 ล้านหยวน (ประมาณ 3 ล้านล้านบาท) เติบโตขึ้นร้อยละ 8.8 และคาดว่าตลาดค้าปลีกเบเกอรี่ในจีนจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าในปี 2572 จะมีมูลค่าสูงถึง 859,560 ล้านหยวน (ประมาณ 4.2 ล้านล้านบาท)
นอกจากนี้ ตลาดเบเกอรี่จีนยังมีศักยภาพสูงในตลาดเฉพาะกลุ่มย่อย (Niche Market) เนื่องจากการเติบโตของสื่อโซเชียลมีเดีย ร้านดังในโลกออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ด้านอาหารต่าง ๆ ได้แนะนำขนมแบบจีนดั้งเดิมและขนมแบบจีนประยุกต์ ส่งผลให้เบเกอรี่จีนเป็นที่นิยมและเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มารูปภาพ: https://www.iimedia.cn/c1088/106761.html
จากข้อมูล พบว่าประเทศจีนมีจำนวนสถานประกอบการด้านเบเกอรี่ที่ยังดำเนินการอยู่เป็นจำนวนมาก โดย 3 มณฑลแรก ที่มีจำนวนมากที่สุดมีมากกว่า 10,000 แห่ง ได้แก่ มณฑลกวางตุ้ง (Guangdong) มีจำนวน 28,234 แห่ง มณฑลซานตง (Shandong) มีจำนวน 20,113 แห่ง และมณฑลเจียงซู (Jiangsu) มีจำนวน 13,390 แห่ง แสดงให้เห็นว่าธุรกิจเบเกอรี่ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคจีนตอนใต้และจีนตอนตะวันออก ขณะที่ภูมิภาคอื่น ๆ เช่น จีนตอนเหนือ จีนตะวันตกเฉียงใต้ และจีนตะวันตกเฉียงเหนือ ยังคงมีโอกาสในการพัฒนาและขยายตลาด
เบเกอรี่อีกมาก

ที่มารูปภาพ: https://www.iimedia.cn/c1088/106761.html
ความท้าทายและการปรับตัวของ Holiland
การแข่งขันในตลาดเบเกอรี่ของจีนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแบรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย และเบเกอรี่บางประเภท เช่น เบเกิล สวิสโรล และสโคน ได้รับความนิยมอย่างสูง ในฐานะแบรนด์เบเกอรี่ระดับกลางถึงสูง Holiland กำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ร้านสาขาของ Holiland ร้อยละ 90 กระจุกตัวอยู่ในเมืองระดับ 1 2 และ 3 ซึ่งตลาดเริ่มอิ่มตัวแล้ว แม้ว่าผลิตภัณฑ์คลาสสิกอย่าง “ชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่น (半熟芝士)” ยังคงเป็นที่นิยม แต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และนวัตกรรมด้านประเภทสินค้ายังไม่มีความโดดเด่น ทำให้ไม่สามารถดึงดูดผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น
การขยายตลาดสู่พื้นที่ใหม่หรือการขยายเครือข่ายร้านค้าในพื้นที่ที่ยังไม่มีการให้บริการ จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ Holiland สามารถก้าวผ่านข้อจำกัดในการเติบโตนี้ได้
การขยายธุรกิจสู่ตลาดชา
ในขณะเดียวกัน Holiland ได้เร่งขยายธุรกิจสู่ตลาดที่หลากหลายมากขึ้น โดยในเดือนพฤษภาคม 2567 ได้เปิดตัวแบรนด์ชาจีนใหม่ชื่อ “Holiland Tea (好茶)” โดยเน้นชานมสดเป็นเมนูหลัก ราคาขายอยู่ที่ 13 หยวนต่อแก้ว (และมีราคาโปรโมชั่นที่ 9.9 หยวน) ซึ่งปัจจุบันได้ขยายสาขาไปแล้วกว่า 20 เมือง เช่น หนานจิงและหางโจว เป็นต้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ให้ความสำคัญกับตลาดเครื่องดื่มชาอย่างมาก และพยายามเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้าผ่านโมเดล “เบเกอรี่และเครื่องดื่มชา”
ทิศทางในอนาคต
ภายใต้การบริหารของคนรุ่นใหม่ที่เกิดในช่วงวัยหลังยุค 90ทำให้ Holiland ประสบความสำเร็จในการปรับภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้นผ่านการตลาดแบบร่วมมือกับแบรนด์ดังและการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมบนโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม การจะรักษาการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว ยังคงต้องได้รับการพิสูจน์จากตลาด ท่ามกลางความท้าทายจากรสนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมในอนาคต การมุ่งเน้นที่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ การขยายช่องทาง และการบริหารจัดการแบรนด์อย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ชะตาว่า Holiland จะก้าวต่อไปได้อย่างแข็งแกร่งได้หรือไม่
ข้อคิดเห็นของสคต.เซี่ยงไฮ้
จากการกรณีศึกษาของ Holiland ผู้ประกอบการไทยสามารถนำมาเป็นกรณีศึกษาเพื่อปรับใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจได้ โดยข้อมูลที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่าแม้แต่แบรนด์ใหญ่ในตลาดจีนอย่าง Holiland ยังต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว Holiland ได้ใช้กลยุทธ์การตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Marketing) อย่างการเปิดร้านในธีมเกมยอดนิยมเพื่อดึงดูดกลุ่มวัยรุ่น และการขยายตลาดสู่พื้นที่ใหม่ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพแต่ยังไม่ค่อยมีคู่แข่งมากนัก ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ หรือการเลือกตลาดใหม่เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ
___________________________________________________________________________________
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้
วันที่ 18 สิงหาคม 2568
แหล่งที่มา
https://www.iimedia.cn/c1088/106761.html