fb
“สุขภาพ” กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดขนมในจีน
โดย
Sirikoon
ลงเมื่อ 08 กรกฎาคม 2569 13:28
สคต. ณ เมืองกวางโจว (จีน) (TTC, Guangzhou (China))
1

ตลาดขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ (Healthy Snacks) ของจีน กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ โภชนาการ และคุณภาพของสินค้า ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำตาลต่ำ ไขมันต่ำ และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ได้รับความนิยมมากขึ้น และกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในตลาดอาหารจีน โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 680 ล้านหยวนในปี 2025 เป็น 1,500 ล้านหยวนในปี 2030 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.1) สูงกว่าหลายกลุ่มสินค้าในอุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ สะท้อนถึงโอกาสของตลาดที่ได้รับแรงหนุนจากกระแสการบริโภคเพื่อสุขภาพและความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น

แผนภูมิที่1.png

ที่มา: https://mp.weixin.qq.com/s/AXynIXt7YyG9jZwHzx296A

แนวโน้มสินค้ากลุ่มขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ มีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าตลาดขนมขบเคี้ยวทั่วไป โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์อาหารเพื่อสุขภาพเกิดใหม่ และการขยายตัวของช่องทางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น Douyin และ Xiaohongshu ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลสินค้า รีวิว และตัดสินใจซื้อได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคจีนสะท้อนให้เห็นว่า คุณสมบัติด้านสุขภาพกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อขนม   ขบเคี้ยว โดยผู้บริโภคให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากสุขภาพ เช่น น้ำตาลต่ำ/ไม่มีน้ำตาล ร้อยละ 46.05 ไขมันต่ำ/ไม่มีไขมัน ร้อยละ 43.12 และไม่มีกรดไขมันทรานส์ ร้อยละ 41.63 ขณะที่ผลิตภัณฑ์ไม่ผ่านการทอดได้รับความสนใจร้อยละ 32.05 สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคจีนเริ่มให้ความสำคัญกับส่วนประกอบและคุณค่าทางโภชนาการของสินค้ามากขึ้น

แผนภูมิที่2.png

ที่มา: 第一财经调研数据 (Yicai Research Data)

ปัจจุบัน ผู้บริโภคจีน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และครอบครัวรุ่นใหม่ มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับรายละเอียดของสินค้ามากขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อ ทั้งส่วนประกอบ ปริมาณน้ำตาล ปริมาณไขมัน แหล่งที่มาของวัตถุดิบ และคุณค่าทางโภชนาการ ส่งผลให้ผู้ผลิตอาหารต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันจากเดิมที่เน้นรสชาติและราคา ไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพ นวัตกรรม และความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ โดยแม้สุขภาพจะเป็นปัจจัยที่มีบทบาทเพิ่มขึ้น แต่ผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับรสชาติและประสบการณ์ในการรับประทาน ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องพัฒนาสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านความอร่อยและคุณค่าทางสุขภาพควบคู่กันขณะเดียวกัน แบรนด์อาหารเพื่อสุขภาพเกิดใหม่ในจีนจำนวนมากได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ เช่น โปรตีนบาร์ อาหารทดแทนมื้ออาหาร ขนมควบคุมน้ำหนัก และผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่   ออกกำลังกาย โดยใช้แนวคิด “สุขภาพ + ความสะดวก” เพื่อสร้างความแตกต่างจากตลาดขนมแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคจีนเริ่มให้ความสำคัญกับมาตรฐาน คุณภาพ และความโปร่งใสของข้อมูลสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้แบรนด์ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและการซื้อซ้ำจากผู้บริโภคได้ มีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่าแบรนด์ที่พึ่งพากระแสหรือการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว โดยแนวโน้มตลาดยังเริ่มเข้าสู่รูปแบบ “โภชนาการเฉพาะบุคคล” (Personalized Nutrition) มากขึ้น ผู้บริโภคไม่ได้มองหาสินค้าสุขภาพในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด แต่เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ  กลุ่มครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับส่วนผสมจากธรรมชาติ หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและรับประทานง่าย
ในระยะต่อไป ตลาดขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพของจีนมีแนวโน้มเข้าสู่การแข่งขันที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น โดยแนวคิด “สุขภาพ” จะไม่ใช่เพียงจุดขายเพิ่มเติม แต่จะกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์แนวโน้มการใช้ชีวิต    เพื่อสุขภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์โปรตีนสูง ผลิตภัณฑ์ที่มีใยอาหาร ผลิตภัณฑ์ลดน้ำตาล ผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติ และอาหารฟังก์ชัน (Functional Food) ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการผลิต การสร้างความแตกต่างของแบรนด์ และการพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อประเทศไทย และแนวทางการปรับตัวของภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการไทย
ทิศทางการเติบโตของตลาดขนมเพื่อสุขภาพจีน นับเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการนำจุดแข็งด้านวัตถุดิบทางการเกษตร อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติของไทย มาพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคจีน ซึ่งให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณค่าทางโภชนาการ และความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น โดยกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพ ได้แก่ ผลไม้อบแห้ง ถั่วและธัญพืช ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยและวัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิต ความปลอดภัยอาหาร การตรวจสอบย้อนกลับของสินค้า (Traceability) การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการสื่อสารคุณค่าของสินค้าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคจีน
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการควรศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มตลาดอย่างใกล้ชิด พร้อมยกระดับผลิตภัณฑ์ผ่านนวัตกรรมอาหาร การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการใช้จุดเด่นของวัตถุดิบไทย เพื่อสร้างความแตกต่างจากสินค้าในตลาด รวมถึงควรระมัดระวังการใช้คำกล่าวอ้างด้านสุขภาพให้เป็นไปตามข้อกำหนดของจีน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มความเข้มงวดด้านการกำกับดูแลการโฆษณาและฉลากอาหาร นอกจากนี้ ควรใช้ประโยชน์จากช่องทางดิจิทัลของจีน เช่น Douyin, Xiaohongshu และแพลตฟอร์มพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ ทดลองตลาด และสร้างฐานลูกค้าระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า ระบบซัพพลายเชน และความน่าเชื่อถือของแบรนด์
 

---------------------------------

 

แหล่งข้อมูล 
https://mp.weixin.qq.com/s/MEcKcVir0thfrYSXZkridw
https://mp.weixin.qq.com/s/8VN5uZU_lI-JGtvdco6fJQ
https://mp.weixin.qq.com/s/xdg-epsRLoYpfGfKfyyb_Q
https://mp.weixin.qq.com/s/AXynIXt7YyG9jZwHzx296A

“สุขภาพ” กลายเป็นมาตรฐานใหม่ตลาดขนมของจีน.pdf
Share :
Instagram