fb
แนวโน้มการบริโภคขนมประเภทพัฟ ปี 2569
โดย
Ploenpit
ลงเมื่อ 17 มีนาคม 2569 13:00
สคต. ณ นครเซี่ยงไฮ้ (จีน) (TTC, Shanghai (China))
5

image.png

ที่มาภาพ: https://www.sohu.com/a/676272165_121701111

 

จากข้อมูลของ iiMedia Research ตลาดขนมขบเคี้ยวแบบพัฟในประเทศจีนมีมูลค่าถึง 1.204 แสนล้านหยวน (ประมาณ 6.02 แสนล้านบาท) ในปี 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 6.23 แสนล้านหยวน (ประมาณ 3.115 ล้านล้านบาท) ในปี 2569 การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น กำลังซื้อที่สูงขึ้น การเพิ่มขึ้นของขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ และการขยายตัวของช่องทางจำหน่ายออนไลน์

เนื่องจากผู้บริโภคต้องการตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น การลดปริมาณน้ำตาล เกลือ และไขมัน รวมถึงวิธีการแปรรูปที่ไม่ผ่านการทอด จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ มันฝรั่งทอดกรอบเป็นขนมขบเคี้ยวแบบพัฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยรสเผ็ดเป็นที่นิยมสูงสุด อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนของอุตสาหกรรม เช่น ปริมาณเกลือและน้ำมันสูง คุณค่าทางโภชนาที่ไม่เพียงพอ และบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาในอนาคตของอุตสาหกรรมพัฟมีแนวโน้มหลัก 4 ประการ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงไปสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ การกระจายและยกระดับโครงสร้างช่องทางการจำหน่าย การยกระดับระบบอุตสาหกรรมอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น

image.png

ที่มาภาพ: https://www.iimedia.cn/c400/108815.html

 

นักวิเคราะห์เชื่อว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ ไม่เพียงแต่ได้รับประโยชน์จากฐานประชากรจำนวนมากและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น การเพิ่มขึ้นของขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพและการขยายตัวของช่องทางออนไลน์ ในอนาคต อุตสาหกรรมนี้จำเป็นต้องเสริมสร้างประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานและขยายรูปแบบการบริโภค โดยอาศัยการยกระดับคุณภาพและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เพื่อดึงศักยภาพการเติบโตให้มากขึ้น

 

ความต้องการของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน โดยความต้องการดูแลสุขภาพยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แนวทางการดำเนินงานของแผน “จีนสุขภาพดี 2030” และนโยบาย “ลดสามด้านและส่งเสริมสุขภาพสามด้าน” ได้กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวอย่างมากในเรื่องสุขภาพของผู้บริโภค ส่งผลให้การรักษาสุขภาพกลายเป็นความต้องการหลักในอุตสาหกรรม จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าร้อยละ 43.41 ของผู้บริโภคเชื่อว่าการอ้างถึงสรรพคุณด้านสุขภาพ เช่น “ลดน้ำตาล/เกลือ/ไขมันมากกว่าร้อยละ 30” มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นความสนใจในการซื้อมากที่สุด การเพิ่มส่วนผสมที่มีประโยชน์ การใช้กระบวนการที่ไม่ทอด และฉลากที่สะอาด ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเพิ่มความตั้งใจในการซื้อเช่นกัน สำหรับความต้องการผลิตภัณฑ์ “น้ำตาลต่ำ/เกลือต่ำ/น้ำมันต่ำ” ผู้บริโภคร้อยละ 53.38 ระบุว่าปัจจัยนี้ทำให้มีแนวโน้มที่ต้องการซื้อเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อาจจะเลือกซื้อเป็นครั้งคราว ในขณะที่ร้อยละ 24.44 ของผู้บริโภคระบุว่าปัจจัยนี้มีผลทำให้ต้องการเพิ่มขึ้นมาก และต้องการเลือกซื้อเป็นประจำ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางการตลาดของการเปลี่ยนแปลงที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพ

 

image.png

ที่มาภาพ: https://www.iimedia.cn/c400/108815.html

 

ในส่วนของการเลือกประเภทขนมขบเคี้ยวแบบพัฟ จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่า มันฝรั่งทอดครองอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่งการซื้อร้อยละ 45.44 เป็นหมวดหมู่ที่ผู้บริโภคซื้อบ่อยที่สุด ผลิตภัณฑ์จากข้าว เช่น ข้าวเกรียบ และผลิตภัณฑ์อาหารทะเล เช่น กุ้งทอดกรอบ มีส่วนแบ่งรองลงมา ในแง่ของรสชาติ รสเผ็ดเป็นที่นิยมมากที่สุด ด้วยสัดส่วนร้อยละ 29.05 รองลงมาได้แก่ รสเนื้อสัตว์และรสถั่ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความชอบของผู้บริโภคในรสชาติที่เข้มข้น

 

image.png

ที่มาภาพ: https://www.iimedia.cn/c400/108815.html

ผู้บริโภคเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ขนมแบบพัฟในปัจจุบัน มีข้อเสียหลายประการ เช่น “ความเสี่ยงจากปริมาณเกลือและน้ำมันสูง” “โครงสร้างทางโภชนาการที่ไม่สมดุล” และ “บรรจุภัณฑ์ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” “สุขภาพที่ดี + การประยุกต์ใช้ตามสถานการณ์” จึงกลายเป็นทิศทางการพัฒนานวัตกรรมหลักสำหรับอุตสาหกรรมขนมแบบพัฟ จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคคาดหวังให้อุตสาหกรรมพัฟพัฒนาและยกระดับในทิศทางต่าง ๆ เช่น เสริมสร้างสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น (ร้อยละ 46.20) มีความหลากหลายมากขึ้น (ร้อยละ 43.84) และรสชาติที่สะท้อนวัฒนธรรมดั้งเดิมมากขึ้น (ร้อยละ 41.16)

 

image.png

ที่มาภาพ: https://www.iimedia.cn/c400/108815.html

 

สี่แนวโน้มสำคัญที่นำพาอนาคตและเร่งการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม

จากข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดผู้บริโภค นักวิเคราะห์ได้ระบุแนวโน้มการพัฒนาหลักสี่ประการสำหรับอุตสาหกรรมขนมพัฟในปี 2569 ดังนี้:

การเปลี่ยนแปลงที่มุ่งเน้นสุขภาพ: ภายใต้นโยบาย “จีนสุขภาพดี 2030” คือขนมพัฟที่มีคุณสมบัติไขมันต่ำ โซเดียมต่ำ น้ำตาลต่ำ และไฟเบอร์สูง จะกลายเป็นจุดแข็งในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ วิธีการแปรรูปที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การเลี่ยงการทอด การเพิ่มส่วนผสมที่มีประโยชน์ และการติดฉลากที่ชัดเจน จะช่วยผลักดันการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมจาก “การขยายตัวเชิงปริมาณ” ไปสู่ การพัฒนาคุณภาพ”

 

image.png

ที่มาภาพ: https://www.iimedia.cn/c400/108815.html

 

โครงสร้างช่องทางที่หลากหลายและการยกระดับ: ส่วนแบ่งการตลาดของซูเปอร์มาร์เก็ตแบบดั้งเดิมยังคงลดลง ส่วนช่องทางออนไลน์ที่เกิดขึ้นใหม่อย่างอีคอมเมิร์ซแบบไลฟ์สตรีมมิ่ง (Live-Streaming E-Commerce) และอีคอมเมิร์ซคอนเทนต์ (Content E-Commerce) กำลังผสานรวมกับรูปแบบออฟไลน์ เช่น การซื้อแบบกลุ่มในชุมชนและการค้าปลีกแบบทันที ตลาดระดับล่าง (Lower-Tier Markets) และช่องทางข้ามพรมแดน (Cross-Border Channels) จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญเช่นกัน

การยกระดับระบบอุตสาหกรรมอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Intelligent and green industrial system): องค์กรต่าง ๆ จะสร้างเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่อุปทานผ่านการเกษตรตามคำสั่งซื้อและวัตถุดิบที่หลากหลาย ด้านการผลิตจะเร่งการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล และจะส่งเสริมการใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีอัจฉริยะในกระบวนการบรรจุภัณฑ์ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปสู่การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดคาร์บอน และมีคุณภาพสูง

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) ขยายไปยังหลายภาคส่วน: รูปแบบการบริโภคขยายไปสู่กลุ่มเฉพาะมากยิ่งขึ้น เช่น กิจกรรมกลางแจ้ง กีฬา เด็ก และผู้สูงอายุ นวัตกรรมด้านรสชาติผสานรวมวัตถุดิบทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการยกระดับคุณภาพตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมได้สอดคล้องกัน ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมก้าวไปสู่ขั้นตอนใหม่ของการพัฒนาด้านสุขภาพและคุณภาพสูง

 

ข้อคิดเห็นของสคต.เซี่ยงไฮ้

ตลาดขนมขบเคี้ยวแบบพัฟในประเทศจีนเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีฐานลูกค้าทุกเพศทุกวัย โดยขนมประเภทพัฟยังมีหลายปัจจัยที่สามารถปรับปรุงและขยายฐานลูกค้าได้เพิ่มขึ้น เช่น การการลดการใช้น้ำมัน ลดปริมาณน้ำตาล ปริมาณเกลือ และปริมาณไขมัน การปรับปรุงรสชาติให้หลากหลายและโดดเด่นมากกว่าคู่แข่ง การเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเหมาะกับการใช้งาน สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจส่งออกผลิตภัณฑ์ประเภทพัฟและสินค้าใกล้เคียงเข้ามาจำหน่ายในประเทศจีน ควรพัฒนาสินค้า มีรสชาติที่หลากหลาย และเน้นการประชาสัมพันธ์จุดเด่นของสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าชาวจีนมากยิ่งขึ้น

___________________________________________________________________________________

จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้

มีนาคม 2569

 

แหล่งที่มา

https://www.iimedia.cn/c400/108815.html

แนวโน้มการบริโภคขนมประเภทพัฟ ปี 2569.pdf
Share :
Instagram