fb
ภาพรวมสถานการณ์กล้วยในตลาดโลก
โดย
ลงเมื่อ 01 พฤษภาคม 2568 00:29
สคต. ณ นครเฉิงตู (จีน) (TTC, Chengdu (China))
659
ภาพรวมสถานการณ์กล้วยในตลาดโลก ปัจจุบัน มีกว่า 130 ประเทศหรือภูมิภาคในทั่วโลกมีการปลูกกล้วย โดยแหล่งพื้นที่ปลูกกล้วยหลัก ได้แก่ อินเดีย จีน อินโดนีเซีย บราซิล เอกวาดอร์ ฟิลิปปินส์ เป็นต้น สถานการณ์การส่งออก จากรายงาน "Global Banana Market Review 2024" ที่เผยแพร่โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 การส่งออกกล้วย ทั่วโลกจะลดลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 โดยการคาดการณ์เบื้องต้นว่าการส่งออกกล้วยทั่วโลกอาจลดลงประมาณร้อยละ 1 ตั้งแต่ปี 2566 เหลือประมาณ 19.1 ล้านตัน เนื่องจากปัญหาสภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนโรคพืชและศัตรูพืช ทำให้ผลผลิตโดยรวมลดลง  ประกอบกับความต้องการกล้วยในตลาดโลกเริ่มลดลง จากเทรนด์สุขภาพทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มลดการบริโภคน้ำตาลจากผลไม้ เป็นต้น เอกวาดอร์ ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกกล้วยรายใหญ่ที่สุดของโลก มีปริมาณการส่งออกลดลงประมาณร้อยละ 7 ในช่วงแปดเดือนแรก (มกราคม-สิงหาคม) ของปี 2567 ดังนั้น คาดว่าการส่งออกตลอดทั้งปี 2567 จะลดลงเหลือประมาณ 5.8 ล้านตัน ปริมาณการส่งออกของโคลอมเบีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 เมื่อเทียบเป็นรายปี และราคาส่งออกต่อหน่วยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 ในขณะที่การส่งออกของคอสตาริกา ลดลงร้อยละ 32 เมื่อเทียบกับปีก่อน และการส่งออกจากเม็กซิโก จะลดลงประมาณร้อยละ 11 เหลือ 380,000 ตัน การส่งออกจากแคริบเบียน จะลดลงประมาณร้อยละ 6 เหลือประมาณ 260,000 ตัน ส่วนการส่งออกจากเอเชีย คาดว่าเติบโตขึ้นร้อยละ 12 ในปี 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 4.6 ล้านตัน การส่งออกกล้วยของฟิลิปปินส์ ยังคงได้รับผลกระทบจากจากการแพร่ระบาดของโรคตายพรายหรือโรคเหี่ยวในกล้วย (Panama disease) สายพันธุ์ TR 4 โดยคาดว่าปริมาณการส่งออกจะลดลงร้อยละ 3 เหลือ 2.3 ล้านตัน ส่วนการส่งออกของกัมพูชาจะลดลงประมาณร้อยละ 16 เหลือประมาณ 230,000 ตัน การส่งออกจากแอฟริกา จะลดลงประมาณร้อยละ 1.5 เหลือประมาณ 650,000 ตัน ข้อมูลการค้าเบื้องต้นช่วง 8 เดือนแรกของปี 2567 ชี้ว่าปริมาณการนำเข้ากล้วยสุทธิทั่วโลกคาดว่าจะลดลงประมาณร้อยละ 1 มูลค่าประมาณ 18.3 ล้านตัน ซึ่งสหภาพยุโรป (EU-27) ซึ่งเป็นตลาดนำเข้ากล้วยที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาณการนำเข้าสุทธิระหว่าง ม.ค.- ส.ค. ปี 2567 เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 2 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยคาดว่าปริมาณนำเข้าทั้งปีจะอยู่ที่ 5.2 ล้านตัน แม้จะมีปัญหาการขาดแคลนอุปทานจากบางประเทศผู้ส่งออกหลัก แต่ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดยุโรปยังคงมีเสถียรภาพ ส่วนการนำเข้ากล้วยของสหรัฐอเมริกา ระหว่างเดือน ม.ค.-ส.ค. ปี 2567 มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก คาดว่าปริมาณนำเข้าทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 4.1 ล้านตัน สถานการณ์การนำเข้า การนำเข้ากล้วยของจีนในปี 2567 ลดลงร้อยละ 4.6 เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยปริมาณการนำเข้าลดลงเหลือ 1.687 ล้านตัน สาเหตุหลักมาจากปัญหาการขาดแคลนอุปทาน โดยเฉพาะเมื่ออุปทานกล้วยจากกัมพูชาและฟิลิปปินส์ลดลง คาดว่าการนำเข้ากล้วยของรัสเซียจะลดลงร้อยละ 16 เหลือ 1.2 ล้านตัน เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและต้นทุนการขนส่งที่สูงอย่างต่อเนื่องกลายเป็นข้อจำกัดหลักในการนำเข้ากล้วยของรัสเซีย ในขณะที่การนำเข้ากล้วยของญี่ปุ่นลดลงประมาณร้อยละ 2 เหลือ 1 ล้านตัน แม้ว่าความต้องการจากญี่ปุ่นจะค่อนข้างคงที่ แต่ปัญหาการขาดแคลนกล้วยจากฟิลิปปินส์กำลังส่งผลกระทบต่อปริมาณการนำเข้าของญี่ปุ่น ภาพรวมตลาดและการบริโภคกล้วยของจีน ประเทศจีนเป็นตลาดผลิตและบริโภคกล้วยใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก (รองลงจากอินเดีย) โดยมีการบริโภคประมาณ 13-14 ล้านตันต่อปี คิดเป็นปริมาณการบริโภคต่อหัว 9.69 กิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 15.4 กิโลกรัม ในปี 2566 จีนมีพื้นที่ปลูกกล้วยทั้งสิ้น 2 ล้านไร่ และผลผลิตรวมเป็น 11.7 ล้านตัน มณฑลกว่างตงเป็นแหล่งผลิตกล้วยที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีผลผลิตประมาณ 4.5 ล้านตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 40 ของทั้งประเทศ รองลงมา ได้แก่ มณฑลกว่างสี ผลผลิตต่อปีอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 26.8 ของทั้งประเทศ  ต่อด้วยมณฑลฝูเจี้ยน มณฑลยูนนาน และมณฑลไหหนาน นอกจากนี้ มณฑลกุ้ยโจว มณฑลเสฉวน และ นครฉงชิ่ง ก็เริ่มมีการปลูกกล้วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พันธ์กล้วยที่ปลูกในจีน ได้แก่ กล้วยหอมคาเวนดิช (Cavendish) ร้อยละ 80 กล้วยน้ำว้า ร้อยละ 17 กล้วยไข่ ร้อยละ 2 พันธุ์อื่นๆ ร้อยละ 1 แม้ว่าในแต่ละปีจีนมีผลผลิตกล้วยจำนวนมาก แต่กลับต้องนำเข้ากล้วยมูลค่าสูงถึง 7.4 พันล้านหยวนต่อปี เนื่องจากอุปทานภายในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภค แม้ว่าในปีที่ผ่านมาปริมาณการนำเข้ากล้วยของจีนจะลดลง และระดับการพึ่งพาการนำเข้าลดลงบ้าง แต่ตลาดภายในประเทศยังคงมีความต้องการกล้วยนำเข้าอย่างต่อเนื่อง กล้วยนำเข้าไม่เพียงแต่มีความได้เปรียบ         ในด้านปริมาณ แต่ยังมีคุณภาพที่ดีกว่า จึงทำให้ปริมาณการนำเข้ากล้วยของจีนสูงกว่าการส่งออกมาก เนื่องจากกล้วยเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและอร่อย ความต้องการตลาดของกล้วยจึงขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อการบริโภคพัฒนาขึ้นและมาตรฐานการครองชีพของประชาชนจีนสูงขึ้น ผู้บริโภค    จึงให้ความสำคัญกับ คุณภาพและความหลากหลาย ของกล้วยมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดมีความต้องการผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน พื้นที่ปลูกกล้วย และผลผลิตกล้วยของแหล่งผลิตสำคัญของจีนในปี 2566
ลำดับ มณฑล พื้นที่ปลูก (ไร่) ผลผลิต    เมืองผลิตสำคัญ
1 กว่างตง 664,375 4.78 ล้านตัน ม่าวหมิง จ้านเจียง หุ้ยโจว เจ้าชิ่ง กว่างโจว ตงก่วน ฉาวโจว
2 เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง 496,875 3.02 ล้านตัน หนานหนิง ชินโจว ป่ายซื่อ ฉงโจว่ ยวี่หลิน หลิงซาน ผู่เป่ย
3 มณฑลหยูนหนาน 474,375 2.09 ล้านตัน หงเหอ สิบสองปันนา เหวินซาน ผู่เอ่อ
4 มณฑลห่ายหนาน 220,000 1.17 ล้านตัน เฉิงม่าย ตงฟาง เล่อตง ตานโจว ซานย่า ชางเจียง
5 มณฑลฝูเจี้ยน 78,750 0.51 ล้านตัน เมืองจางโจว(จางผู่ ผิงเหอ หนานจิ้ง ฉางไท่ จ้าวอัน หยูนเซียว หลงห่าย) เซี่ยเหมิน ผูเถียน เซียนโหยว
6 มณฑลกุ้ยโจว 58,125 91,000 ตัน จังหวัดปกครองตนเองชนชาติม้งและปู้ยี เฉียนซีหนาน
7 มณฑลเสฉวน 12,500 35,700 ตัน เมืองพานจือฮัว จังหวัดปกครองตนเองชนชาติอี๋เหลียงซาน
การบริโภคกล้วยของจีน จากข้อมูลระบุจีนบริโภคกล้วยปีละประมาณ 13-14 ล้านตัน (เท่ากับบริโภค 9.69 กิโลกรัมต่อปีต่อหัว) และยังคงเน้นบริโภคกล้วยสดเป็นหลัก (คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 90) ซึ่งมีการนำกล้วยไปแปรรูปค่อนข้างน้อย ไม่ถึงร้อยละ 10 ของผลผลิตทั้งหมด สถิติล่าสุด เดือนกรกฎาคม 2566 จีนมีจำนวนบริษัทดำเนินกิจการเกี่ยวกับการปลูกกล้วยประมาณ 9,800 แห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ตั้งอยู่มณฑลหยูนหนาน มณฑลฝูเจี้ยน มณฑลกว่างตง และมณฑลห่ายหนานและเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และสำหรับบริษัทที่ดำเนินกิจการด้านการแปรรูปกล้วย มีเพียงประมาณ 2,500 แห่งในทั่วประเทศ (ตั้งอยู่มณฑล  ฝูเจี้ยน มณฑลหยูนหนานและมณฑลห่ายหนาน เป็นส่วนใหญ่) ซึ่งไม่ถึง 1 ใน 10 ของบริษัทที่ดำเนินกิจการปลูกกล้วยดังกล่าว การนำเข้ากล้วยของจีน ปี 2567 จีนนำเข้ากล้วย (HS Code 08039000 รวมกล้วยสดและแห้ง) ทั้งสิ้นประมาณ 1.69 ล้านตันจากทั่วโลก คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 6,533 ล้านหยวน และเมื่อพิจารณาจากปริมาณการนำเข้าจะพบว่า ในปี 2567 จีนนำเข้ากล้วยจากเวียดนามปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 รองลงมา ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เอกวาดอร์ กัมพูชา ลาว เม็กซิโก และไทย ตามมาเป็นลำดับที่ 7
  • ด่านนำเข้าสำคัญของจีน ที่นำเข้ากล้วยจากไทย ในปี 2567
ด่าน ปริมาณนำเข้า (ตัน) อัตราการเติบโต (%) สัดส่วน (%)
ทั่วประเทศ 4,288 -10.32 100
มณฑลกว่างตง 1,688 697.57 39.22
มณฑลหยูนหนาน 1,287 -65.43 29.83
มณฑลซานตง 585 825.18 14.51
มณฑลเสฉวน 622 244.62 14.44
มณฑลเหอเป่ย 88 -- 1.28
  • 5 มณฑลที่มีการนำเข้ากล้วยสูงสุดของจีน
ในปี 2567 ผู้นำเข้ากล้วยของจีนกระจายอยู่ใน 19 มณฑล โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่นครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเหลียวหนิง มณฑลเจ้อเจียง มณฑลหูหนาน และมณฑลกวางตุ้ง
  • ราคากล้วยในตลาดจีน
ราคากล้วยในประเทศ ปี 2567 ราคาขายส่งกล้วยเฉลี่ยทั่วประเทศมีความผันผวนระหว่าง 5.39-5.86 หยวน/กิโลกรัม โดยจุดสูงสุดในรอบปีอยู่ที่เดือนตุลาคม ที่ 6.65 หยวน/กิโลกรัม สูงกว่าจุดสูงสุดของปีก่อนหน้า 0.14 หยวน/กิโลกรัม ส่วนจุดต่ำสุดอยู่ที่เดือนเมษายน ที่ 5.25 หยวน/กิโลกรัม ต่ำกว่าจุดต่ำสุดปีก่อนหน้า 0.33 หยวน/กิโลกรัม สำหรับราคาขายปลีกเฉลี่ยทั่วประเทศในช่วงเวลาเดียวกัน มีการเคลื่อนไหวระหว่าง 7.88 - 8.4 หยวน/กิโลกรัม โดยจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม อยู่ที่ 9.1 หยวน/กิโลกรัม ต่ำกว่าปีก่อนหน้า 0.27 หยวน/กิโลกรัม และจุดต่ำสุดในเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ 7.73 หยวน/กิโลกรัม ต่ำกว่าปีก่อนหน้า 0.39 หยวน/กิโลกรัม ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ราคาขายส่งและขายปลีกกล้วยต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปี 2566 โดยแนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทั้งสองส่วนสอดคล้องกัน สะท้อนให้เห็นว่าตลอดสองปีที่ผ่านมาราคากล้วยค่อนข้างมีเสถียรภาพและอยู่ในภาวะตลาดที่ดี ราคากล้วยนำเข้า ตามข้อมูลจากสำนักงานศุลกากรจีน เมื่อพิจารณาจากราคานำเข้าและส่งออกโดยเฉลี่ย ราคาส่งออกกล้วยของจีน ปี 2567 สูงกว่าราคานำเข้าอย่างมีนัยสำคัญ ในปี 2567 ราคานำเข้ากล้วยของจีนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3,874 หยวนต่อตัน ลดลง 12.1% จากปีก่อน และราคาส่งออกโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 8,301 หยวนต่อตัน ลดลง 7.66% จากปีก่อน โดยทั่วไปฤดูกาลที่มีความต้องการกล้วยสูงสุดคือเดือนกันยายน-เดือนพฤษภาคมของปีถัดไป ซึ่งมีการบริโภคสูงและมีราคาสูงขึ้น ในขณะที่เดือนมิถุนายน-สิงหาคมเป็นช่วงนอกฤดูกาลของความต้องการ โดยการบริโภคจะลดลงและราคามักจะลดลง ตารางแสดงข้อมูลการนำเข้ากล้วยจากต่างประเทศของจีนปี 2566 - 2567 ข้อมูลจากตารางข้างต้นจะพบว่าในปี 2567 แหล่งนำเข้ากล้วยของจีนเรียงลำดับตามปริมาณการนำเข้า ได้ดังนี้ อันดับ 1 เวียดนาม ปริมาณ 625,166 ตัน (+23.65%) มูลค่า 1,881 ล้านหยวน (+10.33%) ในช่วง 7 ปี ที่ผ่านมา จีนนำเข้ากล้วยจากเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เวียดนามก้าวขึ้นเป็นแหล่งนำเข้ากล้วยอันดับหนึ่งของจีนในด้านปริมาณ เนื่องจากเวียดนามมีอาณาเขตติดกับจีน มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ใกล้กับตลาดจีนมากกว่า จึงสะดวกต่อการส่งออก ขณะเดียวกันในปลายปี 2565 เวียดนามและจีนได้ลงนามพิธีสารว่าด้วยการส่งออกกล้วยสดไปยังจีนอย่างเป็นทางการทำให้กล้วยเวียดนามสามารถส่งออกไปยังจีนผ่านช่องทางการค้าปกติ ได้ดึงดูดให้เกษตรกรจำนวนมากหันมาขยายพื้นที่ปลูกกล้วยมากขึ้น อันดับ 2 ฟิลิปปินส์ ปริมาณ 463,305 ตัน (-32.45%) มูลค่า 1,884 ล้านหยวน (-37.62%) (ในอดีตฟิลิปปินส์เคยเป็นแหล่งนำเข้ากล้วยอันดับหนึ่งของจีน แต่ในปี 2567 ตกลงมาอยู่อันดับสอง โดยนับตั้งแต่ ปี 2563 เป็นต้นมา ปริมาณการนำเข้ากล้วยจากฟิลิปปินส์มีแนวโน้มลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในช่วงที่   ผ่านมา ฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบจากโรคตายพรายหรือโรคเหี่ยวในกล้วย (Panama disease) สายพันธุ์ TR 4 และผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ส่งผลให้ผลผลิตลดลง ราคาสูงขึ้น ความสามารถในการแข่งขันลดลง  อย่างต่อเนื่อง และประสบปัญหาการส่งออกกล้วยหดตัวลง) อันดับ 3 เอกวาดอร์ ปริมาณ 284,408 ตัน (-6.63%) มูลค่า 1,193 ล้านหยวน (-8.57%) เอกวาดอร์เป็นประเทศส่งออกกล้วยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปี 2561 – 2567 ปริมาณการนำเข้ากล้วยจากเอกวาดอร์ของจีน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก่อนจากนั้นจึงลดลง สาเหตุเนื่องมาจากคุณภาพกล้วยของเวียดนามและกัมพูชามีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เทคโนโลยีด้านการเพาะปลูกและด้านบรรจุภัณฑ์ก็ก้าวหน้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ช่องว่างด้านคุณภาพเมื่อเทียบกับกล้วยเอกวาดอร์ลดลง ส่งผลให้จุดเด่นด้านคุณภาพของกล้วยเอกวาดอร์ไม่โดดเด่นเหมือนเดิม อันดับ 4 กัมพูชา ปริมาณ 287,574 ตัน (-5.84%) มูลค่า 1,143 ล้านหยวน (-14.34%) หลังจากกัมพูชาสามารถส่งออกกล้วยไปยังจีนได้สำเร็จในเดือนพฤษภาคม ปี 2562 และกลายเป็นตลาดส่งออกกล้วยสด ที่สำคัญของจีน ต่อมาปริมาณการส่งออกกล้วยของกัมพูชาลดลง เนื่องจากปัจจัยหลายประการ อาทิ   ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยกระทบต่อการหมุนเวียนทางการค้าระหว่างประเทศอย่างรุนแรง ส่งผลให้การสั่งซื้อสินค้าทุกประเภทลดลง การพัฒนาอย่างรวดเร็วด้านอุตสาหกรรมกล้วยของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กล้วยเวียดนามได้เปรียบในด้านราคา กล้วยลาวได้เปรียบในด้านการขนส่ง เป็นต้น อันดับ 5 ลาว ปริมาณ 79,735 ตัน (+136.75%) มูลค่า 286 ล้านหยวน (73.12%) การพัฒนาอย่างรวดเร็วด้านอุตสาหกรรมกล้วยของลาว ตลอดจนความได้เปรียบในด้านการขนส่ง สำหรับไทย อยู่ที่อันดับ 7 ปริมาณ 4,677 ตัน (-8.30%) มูลค่า 38 ล้านหยวน (-9.02%) ซึ่งลดลง ทั้งปริมาณและมูลค่า เนื่องจากหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การแข่งขันจากเวียดนาม ที่เข้ามาขยายส่วนแบ่งตลาดกล้วยในจีนตั้งแต่ปี 2566 กล้วยจากมีคุณภาพที่สามารถแข่งขันได้และต้นทุนการขนส่งที่ต่ำกว่า ส่งผลให้ไทยเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับเวียดนาม ประกอบกับจีนกระจายแหล่งนำเข้าโดยเพิ่มการนำเข้าจากลาว เม็กซิโก อินโดนีเซีย ขณะเดียวกันลดการนำเข้าจากบางประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ส่งผลให้โครงสร้างตลาดเปลี่ยนแปลงและกระทบต่อการส่งออกจากไทย   ทั้งนี้ ปี 2568 ใน 2 เดือนแรก (มกราคม – กุมภาพันธ์)  จีนนำเข้ากล้วยมาแล้วทั้งสิ้น 301,218 ตัน  คิดเป็นมูลค่านำเข้า 1,180 ล้านหยวน โดยนำเข้าจากเวียดนามมากเป็นอันดับที่ 1 รองลงมาเป็นฟิลิปปินส์ เอกวาดอร์ กัมพูชา ลาว เม็กซิโก เมียนมา และไทย อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 คาดว่าปริมาณการนำเข้ากล้วยของจีนจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การผลักดันนโยบาย Belt and Road Initiatives (BRI) ที่จีนได้ส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตกล้วย และ ในขณะเดียวกัน จีนมีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการปลูกกล้วยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย   ซึ่งสามารถทดแทนกล้วยนำเข้าได้ในระดับหนึ่ง รวมทั้งผลผลิตกล้วยของจีนก็กำลังออกสู่ต่างประเทศ ปัจจุบัน สามารถพบเห็นเกษตรกรชาวจีนเพาะปลูกกล้วยได้ในประเทศและพื้นที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ลาว เมียนมา กัมพูชา เป็นต้น อนึ่ง ผู้บริโภคชาวจีนมีความต้องการบริโภคผลไม้หลากหลายชนิด และมีทางเลือกมากขึ้น ซึ่งผลไม้     ชนิดอื่นอาจจะแบ่งส่วนแบ่งการตลาดของกล้วยด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าตลาดจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร    กล้วยยังคงเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนมาก และไม่ว่าจะเป็นกล้วยผลิตในจีนหรือกล้วยนำเข้าต่างก็มีการพัฒนาทั้งคุณภาพ พันธ์ และปรับรุงระบบ Supply Chain ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผลดีต่อตลาดกล้วยในภาพรวม   ข้อเสนอแนะ สคต. ณ นครเฉิงตู - การที่จีนลดปริมาณการนำเข้ากล้วยจากต่างประเทศ แสดงให้เห็นว่าตลาดจีนพึ่งพากล้วยในประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ดีแต่อุปทานกล้วยที่มีคุณภาพดียังคงมีจำกัด การลดปริมาณการนำเข้าอาจส่งผลให้ราคากล้วยคุณภาพดีในตลาดปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า กล้วยคุณภาพดี มีศักยภาพอย่างมากในตลาดจีน - เนื่องด้วยการยกระดับคุณภาพชีวิตและผู้บริโภคตระหนักเรื่องสุขภาพมากขึ้น ตลาดการบริโภคกล้วย  จึงมีแนวโน้มที่จะมีความหลากหลายมากขึ้นและปรับเปลี่ยนไปสู่ระดับไฮเอนด์ ผู้บริโภคมีความต้องการคุณภาพกล้วยที่สูงขึ้น ไม่เพียงให้ความสำคัญกับรสชาติและคุณค่าทางสารอาหารเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญในด้านรูปลักษณ์และบรรจุภัณฑ์อีกด้วย ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและควบคุมคุณภาพสินค้า เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันในตลาดกล้วย ในขณะเดียวกัน เนื่องด้วยการพัฒนาอย่างรวดเร็วในด้านอีคอมเมิร์ซและระบบโลจิสติกส์ ช่องทางการจำหน่ายแบบออนไลน์จะกลายเป็นหนึ่งในช่องทางที่สำคัญในการจำหน่ายกล้วย ซึ่งจะมอบทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นให้แก่ผู้บริโภค และเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการขยายตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ

-----------------------------------

   

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเฉิงตู

เมษายน 2568

แหล่งข้อมูล : สคต.กวางโจว /เซี่ยเหมิน/หนานหนิง/เฉิงตู รวบรวมโดย สคต.เฉิงตู

 
Share :
Instagram