fb
ฝรั่งเศสนำเข้าสินค้าเกษตรเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดย
Supawat
ลงเมื่อ 02 มีนาคม 2569 16:44
สคต. ณ กรุงปารีส (ฝรั่งเศส) (TTC, Paris (France))
2

ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญของโลก (อันดับที่ 6อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังกลับต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการผลิตสินค้าเกษตรที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการภายในประเทศได้อย่างเต็มที่    ส่งผลให้เกิดความจำเป็นในการนำเข้าสินค้าหลายประเภทเพื่อทดแทน โดยในปี 2025 มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของฝรั่งเศสสูงกว่าการนำเข้าเพียง 200  ล้านยูโรเท่านั้น  เป็นครั้งแรกในรอบ 46 ปีที่มูลค่าการนำเข้าและส่งออกอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน

ตัวอย่างสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบ 

ไข่สดขาดตลาด

ในปี 2025  สภาพเศรษฐกิจผันผวนส่งผลให้ความต้องการบริโภคไข่สดเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนราคาย่อมเยา โดยยอดขายในห้างค้าปลีกเพิ่มขึ้นร้อยละ หรือคิดเป็นปริมาณบริโภค 7.3 พันล้านฟอง (ประมาณ 700 ล้านกล่อง) โดยมีการนำเข้าไข่สดมากขึ้นถึงร้อยละ 2ขณะที่การส่งออกกลับลดลงร้อยละ 

ปัจจัยที่ส่งผลให้ไข่สดไม่เพียงพอต่อความต้องการ ได้แก่ 

  • การระบาดของโรคไข้หวัดนกหลายครั้งในช่วงสองปีที่ผ่านมา แม้จะควบคุมสถานการณ์ได้ แต่กำลังผลิตกลับเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.8 เท่านั้น

  • เกิดข้อขัดแย้งระหว่างเกษตรกรกับผู้ค้าปลีก เนื่องจากผู้ค้าปลีกหลายรายเริ่มนำเข้าไข่สดจากต่างประเทศแทนไข่ที่ผลิตในประเทศ

  • ความต้องการใช้ไข่สดปริมาณมากเพื่อผลิตสินค้าเบเกอรี่ในช่วงเทศกาลสำคัญปลายปี

  • ปัญหาการขนส่งล่าช้าในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากหิมะตก 

  • โครงการฟาร์มไก่ไข่แห่งใหม่ถูกเลื่อน จากการคัดค้านของชาวบ้านในชุมชนและสมาพันธ์  คาดว่าหากฝรั่งเศสต้องการผลิตไข่สดให้เพียงพอต่อความต้องการในปี 2035 จะต้องสร้างฟาร์มเพิ่มขึ้นอีก 575 แห่ง

นาย Yves-Marie Beaudet ประธานสมาพันธ์ผู้ประกอบการค้าไข่ (Comité National pour la Promotion de l’Œuf-CNPO) และเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า  สถานการณ์ตลาดไข่มีแนวโน้มจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในเดือนมิถุนายนนี้ หลังจากที่ในปี 2025 มีการจัดตั้งฟาร์มเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 18 แห่ง เพิ่มการผลิตได้ 200 ล้านฟองต่อปี และในปี 2026 มีแผนขยายฟาร์มเพิ่มเติมอีก 40 แห่ง เพิ่มการผลิตได้ 375 ล้านฟองต่อปี

การนำเข้าเนื้อวัวเพิ่มขึ้น

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติสินค้าอาหารและเกษตรฝรั่งเศสAgreste ถึงแม้ว่าฝรั่งเศสจะยังคงเป็นผู้ผลิตเนื้อวัวอันดับหนึ่งในสหภาพยุโรป แต่ในปี 2025 กลับมีการนำเข้าเนื้อวัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25 ส่งผลให้การขาดดุลการค้าเนื้อวัวเพิ่มขึ้นเป็น 780 ล้านยูโร ขาดดุลเพิ่มขึ้น 166 ล้านยูโรจากปี 2024 (ขาดดุล 614 ล้านยูโร) เช่นเดียวกันกับแนวโน้มสินค้าเนื้อไก่และเนื้อแกะที่มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน  

 

การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นเนื่องมาจาก 

  • การผลิตภายในประเทศไม่เพียงพอกับความต้องการ ส่วนหนึ่งมาจากโรคระบาดในวัว 

  • เนื้อวัวที่ผลิตในประเทศเป็นสินค้าที่มีราคาสูง ผู้บริโภคบางส่วนหันไปบริโภคเนื้อไก่และหมูที่ราคาถูกกว่า เห็นได้จากความต้องการบริโภคเนื้อวัวที่ลดลงร้อยละ 3.2 ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2025  และอีกส่วนหนึ่งเลือกบริโภคเนื้อวัวนำเข้าที่มีราคาถูกกว่า

 

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ฝรั่งเศสมีจำนวนวัวเนื้อลดลงกว่า 1.2 ล้านตัว ทำให้การผลิตเนื้อวัวในประเทศที่เคยเพียงพอถึง ร้อยละ 9ของความต้องการในปี 2023    ลดเหลือเพียงร้อยละ 74 ในปัจจุบัน หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป คาดว่าฝรั่งเศสจะสามารถผลิตเนื้อวัวได้เพียงร้อยละ 67 ของความต้องการในปี 2035   ส่งผลให้ต้องนำเข้าเนื้อวัวเพิ่มมากขึ้น ส่วนใหญ่นำเข้าจากเนเธอร์แลนด์และไอร์แลนด์  ในปี 2025 มูลค่าการนำเข้าเนื้อวัวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่ปี 2014 โดยมีอัตราการนำเข้าสูงสุดในปี 2022

ผลิตภัณฑ์เนยและนม

ผลิตภัณฑ์เนยและนมถือเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกหลักของฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม ในปี 2025 สินค้าเหล่านี้ได้รับผลกระทบเช่นกัน  มูลค่าการส่งออกลดลงถึงร้อยละ 22 เหลือเพียง 2 พันล้านยูโร  เนื่องมาจาก 

  • การนำเข้าโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น (+ 800 ล้านยูโร) โดยเฉพาะชีส Mozzarella หรือ Cheddar  (+ร้อยละ 11)   เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการสำหรับธุรกิจร้านอาหารและอุตสาหกรรมอาหาร

  • ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่บริโภคเนยมากที่สุดในโลก ทั้งในการประกอบอาหารและเบเกอรี่ ส่งผลให้การผลิตเนยในประเทศไม่เพียงพอจำเป็นต้องนำเข้าเพิ่ม  และเนื่องจากผู้ผลิตภายในประเทศหันไปผลิตครีมซึ่งขายได้ราคาดีกว่าเนย นอกเหนือจากนั้นปริมาณน้ำนมวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อความต้องการ 

  • ปริมาณการส่งออกลดลงจากปีก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 3 เท่านั้น (ปี 2025 +ร้อยละ 25) ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าผลิตภัณฑ์เนยและนมจากสหภาพยุโรปสู่จีนและสหรัฐอเมริกาที่เป็นคู่ค้าสำคัญของฝรั่งเศส  

วามเห็น สคต.

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เกษตรกรฝรั่งเศสต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจที่ผันผวนและนโยบายของรัฐบาลที่รอการแก้ไข  รวมถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคในสัตว์   ในงานแสดงสินค้าเกษตรครั้งสำคัญประจำปี - Salon de l’Agriculture ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ มีนาคม 2026 ณ ศูนย์แสดงสินค้า Porte de Versailles กรุงปารีส  ในปีนี้จะไม่มีวัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของงานเข้าร่วม  เนื่องมาจากการระบาดของโรค Nodular Dermatosis ในวัวตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศ

 

ในส่วนของการบริโภค  ถึงแม้ว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสงครามการค้าที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย แต่ปัจจัยด้านสุขภาพยังคงมีความสำคัญต่อการเลือกซื้อสินค้าอาหาร  เห็นได้จากข้อมูลการบริโภคในปี 2025 สัดส่วนประชากรฝรั่งเศสที่หันมาบริโภคอาหารในรูปแบบ Flexitarian (ลดการบริโภคเนื้อสัตว์และเพิ่มสัดส่วนการบริโภคผักหรือโปรตีนจากพืช) คิดเป็นร้อยละ 31 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 16 ในปี 2022    ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารกลุ่มธัญพืชและโปรตีนทางเลือกได้รับความนิยมสูงขึ้น    ดังนั้น ผู้ประกอบการอาหารไทยควรพิจารณาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากธัญพืชหรือโปรตีนทางเลือกเพิ่มขึ้น  ซึ่งจะช่วยขยายตลาดสินค้าให้มีความหลากหลาย   โดยสามารถพิจารณาเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารนานาชาติ SIAL Paris 2026 ที่จะจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 17 -21 ตุลาคม 2026 ณ ศูนย์การแสดงสินค้านานาชาติเมือง Villepintes ชานกรุงปารีส ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นทุกสองปีและมีผู้เข้าร่วมชมงานจากทั่วโลก  

 

ที่มาของข่าว

Dominique Chapuis

ข้อมูลจาก Les Echos 

https://www.lesechos.fr/industrie-services/conso-distribution/oeufs-viande-fromages-ces-crises-qui-expliquent-le-plongeon-de-la-balance-commerciale-de-lagriculture-francaise-2217281

Press release - 2026 - 02 - 24 - ฝรั่งเศสนำเข้าสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่่อง.pdf
Share :
Instagram