
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากบริษัท การรถไฟแห่งประเทศจีน (สาขาคุนหมิง) ว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จีนได้ใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของทางรถไฟจีน-ลาว หรือที่เรียกได้ว่าเป็น "เส้นทางขนส่งสายทองคำ" ที่ปลอดภัย สะดวก และมีประสิทธิภาพ ทำให้การขนส่งผลไม้ข้ามพรมแดนเป็นไป อย่างโดดเด่น โดยการขนส่งผลไม้จากประเทศในอาเซียนผ่านด่านรถไฟโม่ฮาน (มณฑลยูนนาน) เป็นไปด้วยความรวดเร็วและประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้ปริมาณการขนส่งผลไม้ผ่านเส้นทางรถไฟดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นประวัติการณ์
โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ความต้องการบริโภคสินค้าเกษตรที่เป็นเอกลักษณ์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ทุเรียนและกล้วยหอม ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดผู้บริโภคจีน ด่านรถไฟโม่ฮาน ในฐานะศูนย์กลางการขนส่งระหว่างประเทศ ได้กระชับความร่วมมือกับด่านบ่อเต็นของ สปป.ลาว รวมถึงการปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการขนส่งสินค้าผ่านแดนเป็นระยะ เพื่อให้ช่องทางการขนส่งทั้งสองฝั่งเป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ รวมถึงเพื่อเป็นการรับประกันว่าสินค้าสดจากอาเซียนจะผ่านแดนและเปลี่ยนถ่ายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้การค้าสินค้าเกษตรข้ามพรมแดนเติบโตอย่างมั่นคง
การรถไฟแห่งประเทศจีน (สาขาคุนหมิง) ได้กำหนดเป้าหมายในการขนส่ง ในการรักษา ความสะดวกรวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพในการขนสินค้า รวมถึงผลักดันการยกระดับการขนส่งข้ามพรมแดนด้วยระบบดิจิทัล ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ได้มีการนำระบบจัดทำเอกสารอัตโนมัติมาใช้กับสินค้าทุกประเภท ซึ่งช่วยลดเวลาการจัดทำเอกสารต่อขบวนจากเดิม 40 นาที เหลือเพียงประมาณ 10 นาที ถือว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากกว่า 80% การใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีนี้ ไม่เพียงแต่ลดขั้นตอนและข้อผิดพลาดในการออกเอกสาร แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้กับการขนส่งข้ามพรมแดนในยุคดิจิทัลด้วย
นอกจากนี้ เพื่อรองรับการขนส่งผลไม้ โดยเฉพาะช่วงที่ทุเรียนจากต่างประเทศออกสู่ตลาดมาก หน่วยงานรถไฟได้เพิ่มความถี่ในการให้บริการขนส่งผ่านรถไฟขนส่งผลไม้ระบบห่วงโซ่ความเย็น สายด่วนล้านช้าง-แม่โขง จากเดิมวันละ 2 ขบวน เป็น 6 ขบวน มีการวางแผนจัดเตรียมตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมความเย็นล่วงหน้ากว่า 4,000 ตู้ เพื่อรองรับการขนส่งทุเรียนดังกล่าว และเพื่อให้มั่นใจว่าผลไม้นำเข้าจากอาเซียนจะส่งถึงมือผู้บริโภคชาวจีนด้วยความสดใหม่ หน่วยงานรถไฟได้ร่วมมือกับศุลกากรและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งทีมงานพิเศษเพื่อดูแลการขนส่งผลไม้สดโดยเฉพาะ โดยใช้กลไก "3 ก่อน" คือ เข้าลานตรวจก่อน ตรวจสอบก่อน ส่งแล็บก่อน พร้อมเปิดช่องทางสีเขียวให้สำหรับสินค้าสดโดยเฉพาะ โดยภายหลังที่ขบวนรถไฟเข้าถึงด่านแล้ว จะต้องดำเนินการยกตู้และเปลี่ยนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ให้แล้วเสร็จภายใน 90 นาที ทำให้การเชื่อมต่อตั้งแต่วินาทีที่สินค้ามาถึงสถานี ผ่านศุลกากร จนถึงการกระจายการขนส่งไปยังพื้นที่อื่นเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ ช่วยลดระยะเวลาที่ผลไม้ต้องค้างอยู่ที่ด่านได้อย่างมาก ส่งผลให้ขณะนี้ การขนส่งผ่านทางรถไฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามกำหนดเวลา โดยใช้เวลาจากไทยมาถึงนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน 26 ชั่วโมง และสามารถจัดส่งต่อไปยังเมืองต่างๆ กว่า 30 เมืองทั่วจีน ภายใน 48 ชั่วโมง ผ่านการขนส่งรูปแบบต่างๆ ได้แก่ ทางบกหรือทางรถไฟ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าปริมาณการขนส่งผลไม้ผ่านเส้นทางรถไฟจีน-ลาวในปีนี้จะมีมากกว่า 2 แสนตัน หรือสูงกว่าปีที่แล้วกว่า 20%
การยกระดับปริมาณและคุณภาพของการขนส่งสินค้าสดผ่านด่านรถไฟจีน-ลาวเป็น การปลดปล่อยศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของเส้นทางระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ ช่วยกระตุ้นความคึกคักของการค้าสินค้าเกษตรระหว่างจีนและอาเซียน และยังกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าของทั้งสองฝ่ายให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคภายใต้โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางอย่างมีประสิทธิภาพ
ความคิดเห็น สคต.
เส้นทางรถไฟลาว – จีนมีประสิทธิภาพอย่างมากในการขนส่งสินค้าเกษตรข้ามพรมแดน โดยเฉพาะผลไม้ของไทยที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดจีน การที่จีนกำหนดเป้าหมายในการขนส่ง รักษาความสะดวกรวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า การใช้ระบบดิจิทัลในการจัดการเอกสารและตรวจสอบสินค้า และการเพิ่มความถี่ในการให้บริการขนส่งผ่านรถไฟขนส่งผลไม้ระบบห่วงโซ่ ความเย็น ทำให้กระบวนการขนส่งสินค้าราบรื่น และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียคุณภาพของผลไม้ไทยได้ นอกจากนี้ การขนส่งผลไม้ไทยให้ถึงมือผู้บริโภคชาวจีนโดยรักษาคุณภาพของผลไม้อยู่นั้น ไม่เพียงแต่ส่งเสริมการค้าให้แก่ผลไม้ไทย แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีต่อสินค้าไทยในตลาดจีนได้เป็นอย่างดี ทำให้ไทยสามารถรักษาความได้เปรียบและขยายโอกาสทางเศรษฐกิจในจีนได้อย่างยั่งยืนต่อไป
*************************************