fb
อินเดียกับวิกฤติช่องแคบฮอร์มุส

อินเดียกับวิกฤติช่องแคบฮอร์มุส

โดย
Parisa
ลงเมื่อ 30 เมษายน 2569 19:19
สคต. ณ กรุงนิวเดลี (อินเดีย) (TTC, New Delhi (India))
2

การผ่านช่องแคบฮอร์มุสของเรือสัญชาติอินเดีย

สถานการณ์การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุสของเรือสัญชาติอินเดียยังคงมีความเปราะบางและมี
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูง โดยมีรายงานเหตุการณ์ที่กองกำลังอิหร่านได้เปิดฉากยิงใส่เรือสัญชาติอินเดียจำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (VLCC) และเรือขนส่งสินค้าเทกอง ส่งผลให้เรือต้องยุติ
การเดินทางและเปลี่ยนเส้นทางกลับ อย่างไรก็ดี เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติอินเดีย “Desh Garima” ซึ่งมีลูกเรือชาวอินเดียจำนวน 31 คน สามารถเดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าวได้สำเร็จ และมีกำหนดเดินทางถึงท่าเรือมุมไบในวันที่ 22 เมษายนนี้

ทั้งนี้ รัฐบาลอินเดียได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการสถานการณ์ โดยได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำกรุงนิวเดลีเข้าหารืออย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้มีการรับรองความปลอดภัยของเรือพาณิชย์และลูกเรืออินเดียที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ และกรมเจ้าท่า 
ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านการเดินเรือและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ ให้ความช่วยเหลือลูกเรือ และอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะมีความพยายามในการเจรจาและประสานความร่วมมือในระดับการทูต 
แต่สถานการณ์โดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอนสูง โดยมีเรือพาณิชย์จำนวนมากและลูกเรือหลายพันรายยังคงติดค้างอยู่ในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุสยังคงเผชิญข้อจำกัด และมีความเสี่ยงที่จะเกิดความล่าช้าหรือหยุดชะงักเพิ่มเติมในระยะต่อไป

 

 

สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุสและผลกระทบต่ออินเดีย

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุสทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย ณ วันที่ 20 เมษายน 2569 ราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ประมาณ 88.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.12 ขณะที่น้ำมันดิบ Brent อยู่ที่ประมาณ 95.23 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.37 ภายในระยะเวลาอันสั้น 

อินเดียในฐานะประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายสำคัญของโลก ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก
การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานดังกล่าว เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงานภายในประเทศ และส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการในภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ อาทิ 
ภาคการขนส่ง การบิน และภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งจะส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้

ในด้านภาคการเกษตร ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีความสำคัญของอินเดีย วิกฤติดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยเคมีอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียและปุ๋ยไดแอมโมเนียมฟอสเฟต (DAP) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตในตลาดโลก ปัจจุบัน ราคานำเข้าปุ๋ย DAP ของอินเดียได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับประมาณ 680–720 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในช่วงก่อนเกิดวิกฤติ เป็นประมาณ 865 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 925 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในอีกไม่ช้า ซึ่งจะส่งผลต่อภาคการเกษตรของอินเดียอย่างมาก โดยคาดว่าปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยอาจปรากฏชัดเจนมากขึ้นในฤดูราบี (Rabi) ช่วงตุลาคม – พฤศจิกายน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะต่อไปได้

ในบริบทดังกล่าว ภาครัฐและภาคเอกชนของอินเดียเริ่มให้ความสำคัญกับการใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือก เช่น สารกระตุ้นชีวภาพ (biostimulants) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ธาตุอาหารของพืช แม้จะไม่ได้ให้ธาตุอาหารโดยตรง แต่สามารถลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาปุ๋ยในตลาดโลกได้ในระดับหนึ่ง

ข้อคิดเห็นของ สคต.

1. ผู้ประกอบการไทยที่มีแผนการส่งออกสินค้าไปยังตลาดอินเดียควรติดตามสถานการณ์วิกฤติใน
ช่องแคบฮอร์มุสอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบทางอ้อมจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน อัตรา
เงินเฟ้อ และต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคอินเดียและต้นทุนการดำเนินธุรกิจในภาพรวม แม้ว่าการส่งออกสินค้าไทยไปยังอินเดียจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ตาม

2. อินเดียยังคงมีศักยภาพในการรับมือกับสถานการณ์ความผันผวนในระดับหนึ่ง และมีแนวโน้มได้รับผลกระทบน้อยกว่าหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมีนโยบาย
การต่างประเทศที่มีความยืดหยุ่นและสามารถดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศคู่ขัดแย้งในหลายขั้วอำนาจได้อย่างสมดุล อันเป็นปัจจัยสนับสนุนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความต่อเนื่องของการค้าในระยะยาว 

3. มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอินเดียอาจพิจารณามาตรการจำกัดหรือควบคุมการส่งออกปุ๋ยในระยะต่อไป เพื่อรักษาปริมาณสำรองภายในประเทศและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหาร ท่ามกลางภาวะราคาปุ๋ยในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นและมีความผันผวน

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

https://www.indiatoday.in/india/story/indian-tanker-desh-garima-crosses-strait-of-hormuz-on-the-day-iran-fired-on-two-other-vessels-2898627-2026-04-19

https://www.indiatoday.in/business/commodities/story/strait-of-hormuz-closure-crude-oil-prices-rise-iran-us-tensions-impact-india-2898746-2026-04-20

https://indianexpress.com/article/explained/explained-economics/fertiliser-challenge-india-iran-war-10645383/

ข่าวเด่น 20 เมษายน ใส่ฟอร์ม.pdf
Share :
Instagram