
สำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารและโภชนาการแห่งสเปน (AESAN[1]) เผยแพร่นโยบายของรัฐสำหรับการควบคุมห่วงโซ่อาหารอย่างเป็นทางการ (PNCOCA[2]) ประจำปี 2026–2030 ซึ่งถือเป็นกรอบยุทธศาสตร์สำคัญด้านความปลอดภัยอาหารของประเทศ การดำเนินการตามแผนดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยยกระดับการคุ้มครองสุขภาพผู้บริโภค และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบอาหารของสเปนในระยะยาว
การควบคุมห่วงโซ่อาหารอย่างเป็นทางการเป็นกลไกหลักในการรับประกันทั้งความปลอดภัยของผู้บริโภคและความเป็นธรรมในตลาดอาหาร แผน PNCOCA 2026–2030 ซึ่ง AESAN จัดทำขึ้นล่าสุด จึงทำหน้าที่เป็นกรอบยุทธศาสตร์สำหรับการจัดโครงสร้างและประสานงานการควบคุมอย่างเป็นทางการทั่วประเทศในช่วงห้าปีข้างหน้า
แผนนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของระเบียบ (EU) 2017/625[3] ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องมีแผนควบคุมระดับชาติแบบหลายปี ครอบคลุมองค์กร ระบบ และโครงการควบคุมตลอดทั้งห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่การผลิตขั้นต้นไปจนถึงการจำหน่ายสู่ผู้บริโภค
PNCOCA 2026–2030 ไม่เพียงกำหนดขอบเขตการควบคุมเท่านั้น แต่ยังระบุวิธีดำเนินการ เกณฑ์การประเมิน และวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน จึงถือเป็นเอกสารอ้างอิงหลักสำหรับหน่วยงานรัฐ ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหาร
ขอบเขตการดำเนินงานของแผน PNCOCA 2026–2030
ครอบคลุมระบบการควบคุมอย่างเป็นทางการของสเปนในประเด็นสำคัญตลอดทั้งห่วงโซ่อาหาร ได้แก่ ความปลอดภัยอาหาร อาหารสัตว์ สุขภาพสัตว์และพืช สวัสดิภาพสัตว์ คุณภาพอาหารและการป้องกันการทุจริต ข้อมูลอาหารและการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนการควบคุมชายแดนและการรับรองการส่งออก แผนดังกล่าวได้รับการออกแบบให้มีความยืดหยุ่น สามารถทบทวนและปรับปรุงได้เป็นประจำทุกปี โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ความเสี่ยงใหม่ที่อาจเกิดขึ้น และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ PNCOCA 2026–2030
กำหนดกรอบการดำเนินงานไว้ 5 ประการ (1) ประการแรก คือ การรับรองการปฏิบัติตามกฎหมายในการผลิตขั้นต้น รวมถึงสุขภาพสัตว์ สุขภาพพืช อาหารสัตว์ และสวัสดิภาพสัตว์ โดยครอบคลุมการควบคุมด้านสุขอนามัยฟาร์ม การใช้ยาสำหรับสัตว์และสารกำจัดศัตรูพืช ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และสวัสดิภาพสัตว์ตลอดกระบวนการผลิต ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงในระยะต่อมา (2) ประการที่สอง มุ่งเน้นความปลอดภัยอาหาร โภชนาการ และสวัสดิภาพสัตว์ในสถานประกอบการอาหารทุกระดับ ตั้งแต่อุตสาหกรรมแปรรูปจนถึงภาคค้าปลีก ผ่านการตรวจสอบระบบสุขอนามัยและ HACCP ความปลอดภัยทางจุลชีววิทยาและเคมี การแสดงข้อมูลอาหารต่อผู้บริโภค และการส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสม โดยเฉพาะในสถานศึกษา (3) ประการที่สาม คือ การยกระดับคุณภาพอาหารและการต่อต้านการทุจริต โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันและตรวจจับการทุจริตด้านอาหาร เช่น การตรวจสอบความถูกต้องของส่วนประกอบและฉลากอาหาร ตลอดจนการต่อต้านการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งมีความสำคัญเพิ่มขึ้นในบริบทตลาดอาหารโลกที่มีความซับซ้อน (4) ประการที่สี่ มุ่งควบคุมการค้าและการนำเข้าจากต่างประเทศ ณ จุดผ่านแดน ท่าเรือ และสนามบิน ครอบคลุมสัตว์มีชีวิต ผลิตภัณฑ์จากสัตว์และพืช รวมถึงอาหารและอาหารสัตว์ และ (5) ประการสุดท้าย คือ การคุ้มครองสุขภาพในการส่งออกและเขตชายแดน โดยรับรองว่าสินค้าส่งออกเป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง และรักษาชื่อเสียงของระบบห่วงโซ่อาหารสเปนในตลาดสากล
สำหรับความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมอาหาร PNCOCA 2026–2030 ส่งผลโดยตรงต่อหลายภาคส่วน ภาครัฐสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผน ประสานงาน และประเมินผลการควบคุม ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับระบบการตรวจสอบตนเองให้สอดคล้องกับแนวทางที่อิงความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรด้านเทคนิคต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและแนวปฏิบัติอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อความปลอดภัยและคุณภาพของอาหารในระบบอาหารของสเปนโดยรวม
ที่มา: https://www.aesan.gob.es, www.ipacuicultura.com, https://higieneambiental.com, Foodready Food Supply Chain Guide
ข้อคิดเห็นของสคต.
แผนระดับชาติว่าด้วยการควบคุมห่วงโซ่อาหารอย่างเป็นทางการของสเปน (PNCOCA) ปี 2026–2030 สะท้อนทิศทางการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารของสเปนและสหภาพยุโรปที่มีความเข้มงวดและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะต่อการนำเข้าสินค้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรปเข้าสู่ตลาดสเปน ปัจจุบันสเปนมีแนวโน้มผลักดันให้สินค้านำเข้าต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดเดียวกันกับที่ใช้กับผู้ผลิตภายในประเทศ (Equal Standards) มากขึ้น มาตรการดังกล่าวครอบคลุมการกำกับดูแลตลอดห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่การผลิตขั้นต้น การแปรรูป การจำหน่าย ไปจนถึงการนำเข้าและการส่งออก ส่งผลให้ระบบควบคุมสินค้าอาหารในตลาดยุโรป มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และตั้งอยู่บนพื้นฐานการประเมินความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ผู้ประกอบการไทยที่มีแผนส่งออกสินค้าอาหารไปยังสเปนและสหภาพยุโรป ควรติดตามข้อกำหนดภายใต้แผนดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นด้านความปลอดภัยอาหาร (Food Safety) การใช้วัตถุดิบจากสัตว์ (Animal-derived ingredients) ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) การแสดงฉลาก (Labelling) และการรับรองสถานประกอบการ เนื่องจากอาจมีผลต่อขั้นตอนการตรวจสอบและการอนุญาตนำเข้าสินค้ามาสเปนและสหภาพยุโรปในอนาคต
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด
กุมภาพันธ์ 2569