
รัฐบาลประชาชนมณฑลเหลียวหนิง ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน กำหนดจัดงานมหกรรมการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ “The 7th China Liaoning International Fair for Investment and Trade (CLIFIT 2026)” ระหว่างวันที่ 23 – 25 กันยายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ Shenyang New World Expo นครเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีพื้นที่จัดงานประมาณ 15,000 ตารางเมตร ซึ่งการจัดงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “พลังขับเคลื่อนใหม่แห่งการเปิดกว้าง ริเริ่มบทใหม่แห่งการฟื้นฟู” เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ฝ่ายจัดงานฯ ยินดีสนับสนุนคูหาให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ในการสมัครเข้าร่วมงานฯ ตามลิงค์ https://forms.gle/YkodU7UrFveVGfwN6 ภายในไม่เกินวันที่ 28 สิงหาคม 2569 (ด่วน! จำนวนจำกัด)
งานแสดงสินค้า CLIFIT ถือเป็นเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระดับสูงสุดของมณฑลเหลียวหนิง โดยการจัดงานครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 6) เมื่อเดือนกันยายน 2568 มีคณะผู้แทนและนักธุรกิจเข้าร่วมงานกว่า 50 ประเทศ และ 24 มณฑลทั่วประเทศจีน รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากบริษัท Fortune Global 500 กว่า 296 แห่ง และภาคเอกชนชั้นนำเข้าร่วมงาน มีการลงนามโครงการความร่วมมือสำคัญภายในงานถึง 181 โครงการ ครอบคลุมอุตสาหกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะ อุปกรณ์การบิน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหม่



สำหรับการจัดแสดงสินค้าในครั้งที่ 7 นี้ มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น “5 โซนจัดแสดงนิทรรศการ และ 1 พื้นที่กิจกรรม” เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่
(1) โซนการพัฒนาพลังขับเคลื่อนใหม่: นำเสนอผลสำเร็จด้านการผลิตอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานใหม่ เทคโนโลยีสีเขียว และนวัตกรรม
(2) โซนความร่วมมือระดับภูมิภาครูปแบบใหม่: นำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจ โครงการลงทุน เขตพัฒนาเศรษฐกิจ นิคมอุตสาหกรรม และความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมระหว่างมณฑล เมือง และภูมิภาคต่าง ๆ
(3) โซนการเปิดกว้างทางบกและทางทะเลรูปแบบใหม่: นำเสนอศักยภาพด้านท่าเรือ การขนส่งทางบกและทางทะเล การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ โลจิสติกส์ระหว่างประเทศ คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า การนำเข้าและส่งออก และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน
(4) โซนสุขภาพและความงามอัจฉริยะ: ครอบคลุมผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพ เวลเนส การดูแลผู้สูงอายุ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ความงาม ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อุปกรณ์ทางการแพทย์
(5) โซนแนวโน้มการบริโภครูปแบบใหม่: ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม สินค้านำเข้า ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ แบรนด์สินค้า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และรูปแบบการค้าปลีกและการบริโภคสมัยใหม่
(6) พื้นที่การค้าดิจิทัลและไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่: ครอบคลุมธุรกิจการค้าดิจิทัล (Digital Trade) แพลตฟอร์มดิจิทัล คอนเทนต์ออนไลน์ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีความบันเทิงและการบริการ
ข้อมูลเกี่ยวกับมณฑลเหลียวหนิง
มณฑลเหลียวหนิงเป็นหนึ่งในสามมณฑลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 17 ของจีน และมากที่สุดในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (3.32 ล้านล้านหยวน) มีจำนวนประชากรประมาณ 41.80 ล้านคน และมียอดขายปลีกสินค้าอุปโภคบริโภครวมกว่า 1.04 ล้านล้านหยวน เป็นหนึ่งในมณฑลยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศและศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่สำคัญของจีนตอนเหนือ โดยภูมิศาสตร์ตั้งอยู่ติดกับเขตพื้นที่เศรษฐกิจทะเลป๋อไห่ ใกล้ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ มีท่าเรือที่สำคัญหลายแห่ง ได้แก่ ท่าเรือต้าเหลียนและท่าเรือหยิงโข่ว อีกทั้งความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานเติบโตต่อเนื่อง มณฑลเหลียวหนิงจึงเป็นอีกมณฑลทางตอนเหนือที่มีโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการของไทย รวมถึงแสวงหาคู่ค้า/พันธมิตรท้องถิ่นในเมืองหลัก เช่น เมืองต้าเหลียน (เมืองท่าการค้า) นครเสิ่นหยาง (เมืองเอก) รวมถึงเมืองรองที่มีศักยภาพ อาทิ เมืองจินโจว และเมืองหยิงโข่ว เป็นต้น
ทั้งนี้ ในปี 2568 การค้าระหว่างประเทศของมณฑลเหลียวหนิงกับประเทศไทยมีมูลค่า 1,503.62 ล้านเหรียญสหรัฐ (~51,123.08 ล้านบาท) ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.51 แบ่งเป็นการส่งออกไปยังไทย 994.31 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (~33,806.54 ล้านบาท) ลดลงร้อยละ 2.66 และการนำเข้าจากไทย 509.31 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (~17,316.54 ล้านบาท) ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.78 โดยมีสินค้าส่งออกที่สำคัญไปยังไทย ได้แก่
1) เหล็กและเหล็กกล้า 2) เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ บอยเลอร์ เครื่องจักร และส่วนประกอบฯ 3) เครื่องจักรไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และส่วนประกอบฯ 4) ผลิตภัณฑ์เหล็ก 5) ยานพาหนะ (ยกเว้นรถไฟ/รถราง) และชิ้นส่วนอุปกรณ์ประกอบ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 59.14 ของมูลค่าการส่งออกไปยังไทย และสินค้านำเข้าที่สำคัญจากไทย ได้แก่
1) ยางพารา 2) เครื่องจักรไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และส่วนประกอบฯ 3) เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์
4) ผลไม้ 5) น้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากน้ำตาล คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 82.72 ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมดจากไทย


ข้อมูลเกี่ยวกับนครเสิ่นหยาง
นครเสิ่นหยางเป็นเมืองเอกของมณฑลเหลียวหนิง และเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการคมนาคมที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน นครเสิ่นหยางเป็นจุดเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ตามแผน “เขตเศรษฐกิจเสิ่นหยาง” และทำหน้าที่เป็นชุมทางคมนาคมระบบรางและถนนที่เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่จีนตอนเหนือ กลุ่มเศรษฐกิจรอบอ่าวปั๋วไห่ มณฑลจี๋หลิน ตลอดจนเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน
นครเสิ่นหยางได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์และเครื่องมืออุตสาหกรรม (Equipment Manufacturing Industry)” ของประเทศจีน โดยมีศักยภาพการผลิตที่โดดเด่นจนคิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของอุปกรณ์เครื่องจักรกลและเครื่องมืออุตสาหกรรมทั้งหมดที่ผลิตในประเทศจีนมีความเชี่ยวชาญพิเศษในกลุ่มการผลิตอุปกรณ์เครื่องจักรหนัก เช่น อุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมผลิตซีเมนต์ อุตสาหกรรมถ่านหิน การก่อสร้างตลอดจนอุปกรณ์เครื่องส่งกำลังไฟฟ้า ปิโตรเคมี และเครื่องมือโลหะ ซึ่งสอดรับกับนโยบายการยกระดับอุตสาหกรรมสมัยใหม่และนวัตกรรมการผลิตขั้นสูงของจีนตอนเหนือ
นครเสิ่นหยางเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าและโลจิสติกส์สินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) ที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีศูนย์บริการห่วงโซ่ความเย็นและกระจายสินค้ารายใหญ่อย่าง PDA YIDU Cold Chain (Shenyang) ซึ่งทำหน้าที่รองรับและกระจายสินค้าเกษตร อาหาร และผลไม้เมืองร้อนนำเข้าจากประเทศไทย อาทิ ทุเรียน ส่งต่อไปยังผู้บริโภคทั่วทั้งมณฑลเหลียวหนิงและมณฑลข้างเคียง นอกจากนี้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว ยังได้ประสานความร่วมมือกับสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (CCPIT มณฑลเหลียวหนิง) และภาคเอกชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เสิ่นหยางเป็นตลาดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขยายตลาดสินค้าอาหาร แปรรูปเกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยเข้าสู่ตอนเหนือของจีน


ความเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว
งานแสดงสินค้า The 7th China Liaoning International Fair for Investment and Trade (CLIFIT) เป็นงานสำคัญระดับมณฑล ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลจีนในการผลักดันการยกระดับนครเสิ่นหยางและมณฑลเหลียวหนิงให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ โลจิสติกส์ และการเปิดกว้างสู่สากลในภูมิภาคจีนตอนเหนือ ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์สินค้าไทยให้เป็นที่รู้จัก เพื่อการขยายการค้าไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยิ่งขึ้น โดยในปีนี้ ฝ่ายจัดงานฯ ยินดีสนับสนุนคูหาให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ในการสมัครเข้าร่วมงานมายังสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองชิงต่าว ตามลิงค์ https://forms.gle/YkodU7UrFveVGfwN6 ภายในไม่เกินวันที่ 28 สิงหาคม 2569
******************************