
ขณะนี้กำลังมีความสับสนในเรื่องข้อตกลงการค้าที่ต่างกันระหว่างสหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น ที่ตกลงกันเมื่อวันที่ 23 กรกฏาคม 2568 โดยสหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น ตีความข้อตกลงแตกต่างกัน และญี่ปุ่นยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่ทำตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ซึ่งดูเหมือนว่า สหรัฐฯ จะยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของตน
ญี่ปุ่นยืนยันว่าเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ คือ
1. สหรัฐฯ ตกลงว่า สินค้าญี่ปุ่นที่อัตราภาษีนำเข้าปกติต่ำกว่าร้อยละ 15 อัตราภาษีใหม่รวมทั้งสิ้น (รวม reciprocal tariff แล้ว) จะอยู่ที่ร้อยละ 15 สำหรับสินค้าที่เคยเสียภาษีนำเข้าปกติสูงกว่าร้อยละ 15 จะไม่ถูกเรียกเก็บ reciprocal tariff เพิ่ม
2. สหรัฐฯ ตกลงว่า จะลดอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนประกอบญี่ปุ่นเหลือร้อยละ 15 จากเดิมที่ตั้งใจจะเก็บร้อยละ 25
สำหรับข้อตกลง 1 และ 2 นี้ ญี่ปุ่นอ้างว่าสหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง เพราะเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2568 สหรัฐฯ ประกาศอัตรา reciprocal tariff สินค้าญี่ปุ่นทุกรายการ ที่ร้อยละ 15 ลดลงจากเดิมที่ตั้งใจจะเก็บที่ร้อยละ 25 และ reciprocal tariff นี้จะถูกเก็บเพิ่มขึ้นจากอัตราภาษีนำเข้าปกติที่เคยถูกเรียกเก็บอยู่แล้ว และสหรัฐฯ ยังคงประกาศว่าจะเก็บภาษีรถยนต์และชิ้นส่วนประกอบนำเข้า ร้อยละ 25 โดยไม่มีการระบุว่าภาษีนำเข้าจากญี่ปุ่นจะเป็นร้อยละ 15 ตามที่สัญญาไว้
3. คำสัญญาที่ญี่ปุ่นให้กับสหรัฐฯว่า จะลงทุนในสหรัฐฯในวงเงิน 550 พันล้านเหรียญฯ
สำหรับข้อตกลงนี้ ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ตีความแตกต่างกัน คือ
การตีความของสหรัฐฯ:
(1) สหรัฐฯ จะเป็นผู้จัดการเงินลงทุน โดยเน้นนำไปลงทุนในอุตสาหกรรม
ยุทธศาสตร์สำคัญของสหรัฐฯ รวมถึงโครงสร้างด้านพลังงาน การผลิต semiconductor แร่ธาตุสำคัญ การผลิตเวชภัณฑ์ และ การสร้างเรือรบและเรือเพื่อการพาณิชย์
(2) ร้อยละ 90 ของผลกำไรที่ได้จากการลงทุนในครั้งนี้จะตกเป็นของสหรัฐฯ
การตีความของญี่ปุ่น:
(1) การใช้เงินลงทุน 550 พันล้านเหรียญฯ จะเป็นการลงทุนจริงเพียงร้อยละ 1 – 2 ของ เงินทุน ที่เหลือจะถูกนำไปใช้ใน การให้กู้ยืม และการประกันการลงทุน แหล่งเงินทุนเหล่านี้จะมาจากและอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทญี่ปุ่นโดยมีสถาบันการเงินญี่ปุ่นที่เป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
(2) ญี่ปุ่นจะเป็นผู้เก็บผลกำไรที่เกิดขึ้นจะนำไปใช้ประโยชน์สำหรับทั้งญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เช่น สร้างความเข้มแข็งแก่ห่วงโซ่อุทานในภาคเศรษฐกิจสำคัญของทั้งสองประเทศ
วันที่ 5 สิงหาคม 2568 นาย Ryosei Akazawa หัวหน้าคณะการเจรจาการค้าฝ่ายญี่ปุ่นได้เดินทางไปยังสหรัฐฯ อีกครั้ง เพื่อทำความกระจ่างในเรื่องนี้ แต่เมื่อเขาเดินทางไปถึงกรุงวอชิงตัน ข้อตกลงที่เป็นการตีความของสหรัฐฯ ได้ถูกประกาศลงใน Federal Register แล้ว ซึ่งหมายถึงเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบ
ในวันที่ 7 สิงหาคม 2568 นาย Ryosel ประกาศว่า ได้พบหารือกับนาย Howard Lutnick รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ และนาย Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี Trump ยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของสหรัฐฯ ในการตีความข้อตกลง และสัญญาว่าจะแก้ไขความผิดพลาดในเรื่องการเก็บภาษีในลักษณะ stack up ให้ถูกต้องตามที่ได้ทำสัญญากับญี่ปุ่น และจะคืนเงินภาษีนำเข้าที่เก็บเกินให้แก่ญี่ปุ่น ส่วนเรื่องการเก็บภาษีนำเข้าสินค้ารถยนต์และอุปกรณ์รถยนต์ในอัตราร้อยละ 15 และการเป็นเจ้าของและมีสิทธิในการบริหารเงินลงทุน 550 พันล้านเหรียญฯ นั้นยังคงไม่ชัดเจน และมีท่าทีว่าอาจจะต้องมีการเจรจากันอีกเพื่อได้ข้อยุติที่ชัดเจน ทั้งนี้ นาย Bassent ได้กล่าวภายหลังการพบหารือว่า สหรัฐฯจะจับตาดูญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด และจะประเมินสถานการณ์การค้ากับญี่ปุ่นทุกๆไตรมาส และการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใดๆในข้อตกลงการค้ากับญี่ปุ่น จะขึ้นอยู่กับความรู้สึกของประธานาธิบดี Trump ที่มีต่อญี่ปุ่น
เป็นสำคัญ
มีข้อสังเกตว่า รัฐสภาญี่ปุ่นไม่พอใจกับการเจรจาตกลงทางการค้าในครั้งนี้ โดยกล่าวหาว่าไม่มีความชัดเจน และที่สำคัญคือ ไม่มีการเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งนาย Yyosei ให้เหตุผลว่า การทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรจำเป็นต้องใช้เวลานานและเป็นอุปสรรคที่จะทำให้ไม่สามารถเจรจากับสหรัฐฯ ได้อย่างรวดเร็วทันการณ์ นอกจากนั้น การพยายามที่จะระบุรายละเอียดในข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกับประธานาธิบดี Donald Trump ที่เป็นคนที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยและมีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนใจได้โดยง่าย ที่กำลังวุ่นอยู่กับการเจรจากับหลายประเทศ การทำให้ประธานาธิบดี Trump หงุดหงิดอาจส่งผลกระทบอาจจะส่งผลกระทบในทางลบและอาจนำไปสู่ความล้มเหลวในการเจรจา
ที่มา:
1. The Washington Post: “Frustration mounts as Japan questions details of Trump’s trade ‘deal’ “ โดย Michelle Ye Hee Lee และ Chie Tanaka, August 8, 2025
2. Forbes: “Japan Says U.S. Has Agreed To Fix ‘Regrettable’ Error In Trump’s Tariff Order และ Give Refunds”
โดย Siladitya Ray, August 8, 2025
3. The Japan Times: “The United States imposes 15% 'reciprocal' tariff on most Japanese goods” โดย Francis Tang, August 7, 2025
4. The Daily Beast: “Trump Agrees to Fix Humiliating Mistake in His Chaotic Trade War” โดย Ewan Palmer, August 8, 2025
ข้อมูลเพิ่มเติมและคำแนะนำจาก สคต. ลอสแอนเจลิส
ข้อตกลงระหว่างประเทศไทยและสหรัฐฯ อาจมีการตีความไม่ตรงกันในหลายๆประเด็น อย่างไรก็ตาม จะต้องติดตามความชัดเจนของผลการเจรจาที่เป็นลายลักษณ์อักษรต่อไป