fb
การลงนาม (MOU) เพื่อยกระดับการกำกับดูแลการนำเข้ายานพาหนะ พร้อมตั้งเป้าดันยอดส่งเสริมการใช้ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้บรรลุถึง 30% ภายในปี 2573

การลงนาม (MOU) เพื่อยกระดับการกำกับดูแลการนำเข้ายานพาหนะ พร้อมตั้งเป้าดันยอดส่งเสริมการใช้ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้บรรลุถึง 30% ภายในปี 2573

โดย
Boualaphat
ลงเมื่อ 24 มิถุนายน 2569 15:30
สคต. ณ กรุงเวียงจันทน์ (สปป.ลาว) (TTC, Vientiane (Lao PDR))
1

         กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว ผนึกกำลังภาคธุรกิจ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยกระดับการกำกับดูแลการนำเข้ายานพาหนะให้มีความโปร่งใสและทันสมัย พร้อมตั้งเป้าจัดทำแผนงานส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้มีสัดส่วนถึง 30% ภายในปี 2573 เพื่อลดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง และหันมาใช้พลังงานสะอาดที่ลาวมีศักยภาพในการผลิต พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจดังกล่าวจัดขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ณ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง กรมการค้าต่างประเทศ สปป.ลาว สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ลาว และ AIFs (Asia Investment and Services Sole Co., Ltd.) ภายใต้การเป็นสักขีพยานของ นาย มะโนทอง วงไซ รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามรายงานของกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินและปรับปรุงดำรัสว่าด้วยการบริหารจัดการธุรกิจยานพาหนะทางบก (ฉบับเลขที่ 470/ลบ.) ให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยมุ่งสร้างกลไกการนำเข้ารถยนต์ที่มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับบริษัท AIFs จะมุ่งเน้นการจัดทำแผนงาน (Roadmap) เพื่อผลักดันนโยบายส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดผลเป็นรูปธรรม แผนงานดังกล่าวถือเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากการใช้ยานพาหนะที่ใช้น้ำมัน ซึ่ง สปป.ลาว ต้องนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศทั้งหมด 100% ไปสู่การใช้พลังงานทางเลือกที่ประเทศมีศักยภาพในการผลิตได้เอง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเติบโตสีเขียวแห่งชาติ นางกิ่งสะดอน เพ็ดดาวเฮือง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนและผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและบรรลุเป้าหมายการใช้รถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ภายในสิ้นทศวรรษนี้ ปัจจุบัน สปป.ลาว อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ 100% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทุนสำรองเงินตราต่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยน รัฐบาลจึงกำหนดให้การส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อใช้ประโยชน์จากศักยภาพด้านพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำที่ลาวสามารถผลิตได้เอง ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เพื่อเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว ในเดือนพฤษภาคม 2569 รัฐบาลได้ออกประกาศระงับการนำเข้ายานพาหนะที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลเป็นการชั่วคราว จนถึงสิ้นปี 2569 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 มาตรการนี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่เข้มงวดที่สุด เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและลดการไหลออกของเงินตราต่างประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิต (Excise Tax) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ที่มีมูลค่าต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ไว้ที่ 0% พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงสร้างราคามาตรฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อควบคุมราคาไม่ให้สูงเกินความเป็นจริง และคุ้มครองผู้บริโภค
ที่มา: Laoxpert
 

ข่าว ฉบับ 4 มิ.ย 69.pdf
Share :
Instagram