fb
อุตสาหกรรมอาหารเวียดนามก้าวเข้าสู่เกมการแข่งขันรูปแบบใหม

อุตสาหกรรมอาหารเวียดนามก้าวเข้าสู่เกมการแข่งขันรูปแบบใหม

โดย
Nguyen
ลงเมื่อ 11 กันยายน 2569 16:30
สคต. ณ กรุงฮานอย (เวียดนาม) (TTC, Hanoi (Vietnam))
1

อุตสาหกรรมอาหารเวียดนามกำลังก้าวเข้าสู่การแข่งขันในรูปแบบใหม่ โดยมุ่งเร่งการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ เพื่อรับมือกับแรงกดดันจากการขาดแคลนแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน จากข้อมูลสถิติของหน่วยงาน Analyticsinsight.net ระบุว่า ในปี 2569 มูลค่าตลาด AI ทั่วโลกในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มคาดว่าจะอยู่ที่ 22,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี 2573 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 84,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (Compound Annual Growth Rate: CAGR) ที่ร้อยละ 39 ในการสัมมนาเรื่องการประยุกต์ใช้ AI และข้อมูลเชิงปฏิบัติในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร” ซึ่งจัดขึ้นในเวียดนาม ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าเทคโนโลยีดิจิทัลได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน     การเปลี่ยนผ่านจากการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่รูปแบบ โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนเท่านั้น แต่ยังช่วยรับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และช่วยให้ผลิตภัณฑ์สามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศที่มีมาตรฐานและข้อกำหนดที่เข้มงวดได้ง่ายยิ่งขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์อาหารใหม่หนึ่งรายการต้องใช้เวลาในการพัฒนาเฉลี่ยประมาณ 18–36 เดือน ขณะที่ผลิตภัณฑ์มากถึงร้อยละ 80 ประสบความล้มเหลวภายในปีแรกหลังออกสู่ตลาด ดังนั้น การประยุกต์ใช้ AI และข้อมูลเชิงปฏิบัติ สามารถช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ถึงร้อยละ 50 ทำให้สามารถนำสินค้าออกสู่ตลาดได้ภายในเพียง 3–9 เดือน รวมถึงยังช่วยลดต้นทุนในขั้นตอนการประเมินทางประสาทสัมผัสได้ร้อยละ 40 โมเดลการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) และโมเดลการคาดการณ์ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถจำลองสูตรผลิตภัณฑ์ คาดการณ์ความต้องการของตลาดได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนการผลิตและลดปริมาณสินค้าคงคลัง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า เวียดนามกำลังให้ความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรอบด้าน

นอกจากนี้ หุ่นยนต์กำลังกลายเป็นกำลังสำคัญในโรงงานอุตสาหกรรม โดยตลาดหุ่นยนต์สำหรับอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ร้อยละ 20.9 ในช่วงปี 2569–2577 ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดนั้นคือ Chef Robotics     ซึ่งเป็นหุ่นยนต์แปรรูปอาหารที่ผสานเทคโนโลยี AI ของบริษัทได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเตรียมอาหารพร้อมรับประทานแล้วกว่า 100 ล้านมื้อ ในตลาดอเมริกาเหนือและยุโรป

ในด้านการควบคุมคุณภาพ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (Computer Vision) มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยนาย Phi Anh Tuan ผู้จัดการคณะที่ปรึกษาด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลสำหรับภาคธุรกิจและภาครัฐ สังกัด ศูนย์การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation Center – DXCenter) เปิดเผยว่า เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถตรวจจับข้อบกพร่องด้านรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ได้ด้วยความแม่นยำกว่าร้อยละ 95 การทำให้กระบวนการตรวจสอบเป็นระบบอัตโนมัติช่วยให้ผู้ผลิตลดสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบกพร่องลงได้ร้อยละ 30–70 และลดต้นทุนด้านบุคลากรสำหรับการตรวจสอบคุณภาพได้ร้อยละ 40–60 แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคด้าน ต้นทุน  การลงทุนเริ่มต้นและการขาดแคลนบุคลากรด้านเทคนิคที่มีทักษะสูง แต่แนวโน้มการใช้ระบบอัตโนมัติยังคงเป็นเส้นทางที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับอุตสาหกรรมอาหารในการยกระดับและปรับปรุงสายการผลิตให้ทันสมัย

ดังนั้น รัฐบาลเวียดนามจึงตั้งเป้าให้ผลิตภาพการผลิตโดยรวม (Total Factor Productivity: TFP) มีส่วนช่วยต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจกว่าร้อยละ 55 และตั้งเป้าให้ผลิตภาพแรงงานในภาคเศรษฐกิจเอกชนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 8.5–9.5 ต่อปี นาย Ho Quoc Dung รองนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้กำชับว่า AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจะต้องถูกนำไปประยุกต์ใช้โดยตรงกับสายการผลิตและกระบวนการบริหารจัดการ แทนที่จะจำกัดการใช้งานอยู่เพียงซอฟต์แวร์สำนักงานเท่านั้น แนวทางดังกล่าวถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจเวียดนามเพิ่มขีดความสามารถในการ นำเทคโนโลยีมาใช้และประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Technology Absorption Capacity) ซึ่งจะนำไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างความก้าวหน้าใหม่ ให้แก่ภาคการผลิตในระยะยาว

(จาก https://vneconomy.vn/)

ข้อคิดเห็น สคต

จากรายงานการวิจัยตลาดของบริษัท Tractus Asia ระบุว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของเวียดนามมีสัดส่วนเท่ากับประมาณร้อยละ 15 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเวียดนาม (Gross Domestic Product: GDP) และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 7.46 ในช่วงปี 2567–2571 สถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของเวียดนามในการยกระดับและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มให้มีความทันสมัย โดยมี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ ปัจจุบันตลาด AI ในเวียดนามมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมี อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ร้อยละ 4.88 และคาดว่ามูลค่าตลาดจะที่ 16.45 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงปี 2566–2571 สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม หุ่นยนต์จัดเรียงสินค้าเข้า     พาเลทอัตโนมัติ (Automated Palletizing Robots) และ หุ่นยนต์สำหรับงานคลังสินค้า (Warehousing Robots) กำลังกลายเป็นแนวโน้มการพัฒนารูปแบบใหม่ เนื่องจากสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดการพึ่งพาแรงงานมนุษย์ ดังนั้น การที่เวียดนามเร่งผลักดันกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนกระบวนการผลิต จะช่วยให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของเวียดนามสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

 

 

อุตสาหกรรมอาหารเวียดนามก้าวเข้าสู่เกมการแข่งขันรูปแบบใหม่ TH-V0.pdf
Share :
Instagram