
ภาพรวมตลาด
ตลาดเวชภัณฑ์ใช้แล้วทิ้ง (Medical Disposable Products) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)เป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด‑19 ซึ่งทำให้ ความต้องการอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในโรงพยาบาล คลินิก ห้องปฏิบัติการ และการดูแลสุขภาพที่บ้าน “การนำเข้าผลิตภัณฑ์สิ้นเปลืองทางการแพทย์ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังวิกฤตโควิด‑19 ซึ่งตลาดปี 2565 มีมูลค่าประมาณ 4.58 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าจะเติบโต CAGR 16.47% จนถึงปี 2571” ตลาดยูเออีมีลักษณะสำคัญ ได้แก่ พึ่งพาการนำเข้าในสัดส่วนสูงถึง 90% เนื่องจาก การผลิตภายในประเทศยังจำกัด เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าไปยัง GCC และแอฟริกา ความต้องการสูงในกลุ่มโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ซึ่งมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สินค้าที่ครอบคลุม ได้แก่ หน้ากากอนามัย เสื้อกาวน์ ชุด PPE ผ้ากันเปื้อน หมวกศัลยแพทย์ ถุงคลุมรองเท้า และปลอกคลุมเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น
โครงสร้างสินค้าและมูลค่าการนำเข้า
ข้อมูลจาก UN Comtrade แสดงให้เห็นว่ายูเออี นำเข้าสินค้าเวชภัณฑ์ใช้แล้วทิ้งในหลายหมวด HS Code โดยมีมูลค่ารวมกว่า 261.48 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2567 สามารถสรุปมูลค่าการนำเข้าตาม HS Code (หน่วย: ล้านเหรียญสหรัฐฯ ) ดังนี้
“HS Code สำหรับสินค้า PPE ทางการแพทย์ของยูเออี มูลค่าและแหล่งนำเข้าของยูเออี”
HS Code | รายการสินค้า | มูลค่า 2566 | มูลค่า 2567 | แหล่งนำเข้าหลัก |
4015.12 | ถุงมือยางทางการแพทย์ | 10.14 | 14.76 | มาเลเซีย จีน ไทย อินเดีย |
6210.10 | เสื้อกาวน์ทางการแพทย์ / ชุด PPE | 19.67 | 19.94 | จีน อินเดีย ซาอุฯ เวียดนาม |
6307.90 | หน้ากากอนามัย ถุงคลุมรองเท้า ผ้าคลุมเครื่องมือ | 81.05 | 103.88 | จีน อินเดีย เวียดนาม สหรัฐฯ |
6505 | หมวกพยาบาล/หมวกศัลยแพทย์ | 80.84 | 71.76 | จีน อิตาลี เวียดนาม อินเดีย |
6210.10 | ผ้ากันเปื้อน (ผ้า) | 19.67 | 19.94 | จีน อินเดีย ซาอุฯ ไทย |
3926.20 | ผ้ากันเปื้อน (พลาสติก) | 27.57 | 31.20 | จีน อียิปต์ ไทย อิตาลี |
สินค้าที่มีมูลค่าสูงที่สุด ได้แก่หน้ากากอนามัยและอุปกรณ์คลุมเครื่องมือ (HS 6307.90) หมวกศัลยแพทย์ (HS 6505)
แหล่งนำเข้าหลักและแนวโน้มการแข่งขัน
จีนเป็นแหล่งนำเข้าหลักราคาถูก ปริมาณมากกว่า 150 ล้านหน่วยในปี 2565 โดย ยูเออี มีโครงสร้างแหล่งนำเข้าที่ชัดเจน มีประเทศคู่ค้าหลัก พอสรุปได้ดังนี้
ประเทศ | จุดเด่นสินค้า | แนวโน้ม |
จีน | หน้ากาก เสื้อกาวน์ PPE ราคาประหยัด | ครองตลาดต่อเนื่อง |
อินเดีย | ถุงมือ เสื้อกาวน์ ราคาดี | เติบโตเร็ว |
สหรัฐอเมริกา | PPE คุณภาพสูง | แข็งแกร่งในกลุ่มอุปกรณ์เทคโนโลยี่สูง |
เยอรมนี/อิตาลี | เสื้อกาวน์คุณภาพสูง | เน้นตลาดพรีเมียม |
เวียดนาม/กัมพูชา | เสื้อกาวน์/ชุดคลุม | ขยายตัวต่อเนื่อง |
ไทย | ถุงมือยาง หน้ากาก ผ้ากันเปื้อน | มีศักยภาพเพิ่มส่วนแบ่งตลาด |
แนวโน้มปี 2568–2569 ความต้องการ PPE คุณภาพสูงเพิ่มขึ้นจากการขยาย ICU/ER ยูเออี พยายามลดการพึ่งพาจีน โดยเพิ่มสัดส่วนจากอินเดีย ตุรกี เวียดนาม ในขณะที่การผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ สินค้ากลุ่มนี้ใช้ส่งออกต่อ (Re-export) ไปยัง GCC มีมูลค่ากว่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2567
การนำเข้าสินค้าเวชภัณฑ์ใช้แล้วทิ้ง (Medical Disposable Products) ในยูเออี อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายด้านอุปกรณ์การแพทย์ที่เข้มงวด โดยมีหน่วยงานกำกับดูแลหลายระดับ ทั้งระดับสหพันธรัฐและระดับรัฐ (Emirate Level) ซึ่งกำหนดให้สินค้าต้องผ่านการขึ้นทะเบียน การตรวจสอบเอกสาร และการขอใบอนุญาตนำเข้าอย่างครบถ้วนก่อนวางจำหน่ายในประเทศ เวชภัณฑ์ใช้แล้วทิ้งจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์/อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลทางการแพทย์ (Medical PPE) และต้องปฏิบัติตามกรอบกฎหมายด้านอุปกรณ์การแพทย์ของประเทศก่อนการนำเข้า การผ่านพิธีการศุลกากร และการจัดจำหน่ายภายในประเทศ
เป็นหน่วยงานระดับสหพันธรัฐที่มีอำนาจสูงสุดในการกำกับดูแลอุปกรณ์การแพทย์ทั้งหมด รวมถึงสินค้าเวชภัณฑ์ใช้แล้วทิ้ง ทำหน้าที่ ออกใบรับรองการขึ้นทะเบียนอุปกรณ์การแพทย์ ออกใบอนุญาตนำเข้า (Import Permit) ตรวจสอบความสอดคล้องของผลิตภัณฑ์กับมาตรฐานสากล
(2) Emirates Drug Establishment (EDE) เป็นแพลตฟอร์มกลางของรัฐบาล ใช้สำหรับการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนอุปกรณ์ การจัดเก็บข้อมูลผลิตภัณฑ์ การติดตามอายุการใช้งานและการเฝ้าระวังหลังวางจำหน่าย ทั้งนี้ EDE เป็นแพลตฟอร์มของรัฐบาลกลางภายใต้ MOHAP ใช้ในการบริหารจัดการ การขึ้นทะเบียน การกำกับดูแล และการติดตามอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ทั้งหมด
การจัดประเภทเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด เพราะเป็นตัวกำหนดว่า สินค้าถือเป็น “อุปกรณ์การแพทย์” หรือไม่ อยู่ในระดับความเสี่ยงใด ต้องขึ้นทะเบียนแบบเต็มรูปแบบหรือได้รับการยกเว้น ทั้งนี้ MOHAP ใช้แนวทางการจัดประเภทตามความเสี่ยงที่คล้ายกับสหภาพยุโรป (Class I, IIa, IIb, III)”
Class I (ความเสี่ยงต่ำ) เช่น เสื้อกาวน์ทั่วไป หมวกพยาบาล ถุงคลุมรองเท้า
Class IIa–III (ความเสี่ยงสูงกว่า) เช่น เสื้อกาวน์ผ่าตัดปลอดเชื้อ ผ้าคลุมผ่าตัด หน้ากากศัลยกรรมเฉพาะทาง
ผลิตภัณฑ์สิ้นเปลืองทางการแพทย์ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากลที่ MOHAP ยอมรับ ได้แก่ ISO 13485, EN, ISO, ASTM
ผู้ผลิตต่างประเทศไม่สามารถยื่นขึ้นทะเบียนโดยตรง ต้องแต่งตั้งตัวแทนในประเทศ (Authorized Representative – AR)” มีขั้นตอนดังนี้
(1) แต่งตั้งตัวแทนในประเทศ (AR) - ต้องเป็นบริษัทที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจด้านอุปกรณ์การแพทย์ ทำหน้าที่ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน ถือครองใบอนุญาต รับผิดชอบการเฝ้าระวังหลังวางจำหน่าย
หลังจากสินค้าได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว ผู้นำเข้าต้องดำเนินการดังนี้
(3) เอกสารประกอบการนำเข้า - Commercial Invoice, Packing List, Bill of Lading / Air Waybill, Certificate of Origin ใบขึ้นทะเบียนอุปกรณ์การแพทย์ ใบอนุญาตนำเข้า (ของผู้นำเข้า)
หากสินค้าถูกจัดว่าเป็นอุปกรณ์การแพทย์แต่ไม่มีใบขึ้นทะเบียนหรือใบอนุญาตนำเข้าที่ถูกต้อง ศุลกากรมีสิทธิ์ระงับหรือไม่อนุญาตให้ผ่านพิธีการ
ตัวแทนในประเทศ (AR) ต้อง รายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (Adverse Events) เก็บบันทึกการนำเข้าและการกระจายสินค้าดำเนินการเรียกคืนสินค้า (Recall) หากจำเป็น
ตั้งแต่ปี 2025 ยูเออี ใช้ระบบ HS Code 12 หลัก เพื่อเพิ่มความละเอียดในการจำแนกสินค้า อย่างไรก็ตาม เอกสารระบุว่า “ในทางปฏิบัติ HS Code ข้างต้น 6–8 หลักแรกยังเหมือนระบบ HS สากล” ผู้ส่งออกไทยจึงควรตรวจสอบ HS Code 12 หลักกับผู้นำเข้าใน ยูเออี ทุกครั้งก่อนส่งออก
ช่องทางการกระจายสินค้าใน ยูเออี
ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กระทรวงสาธารณสุขและป้องกันโรค (MOHAP) โดยเคร่งครัด โดยกำหนดให้ ผู้นำเข้าที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น เป็นผู้มีสิทธิ์ดำเนินการกระจายสินค้า ทั้งนี้ให้มุ่งเน้นการจำหน่ายแก่หน่วยงานสาธารณสุขที่ได้รับใบอนุญาต (Licensed Healthcare Entities) เป็นหลัก ช่องทางการจัดจำหน่ายแบ่งออกเป็น ภาคธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) และ ภาครัฐ (B2G)ตามระดับและลักษณะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการขนส่งต้องใช้ระบบ โลจิสติกส์ที่ควบคุมอุณหภูมิ (Temperature‑Controlled Logistics) และมีระบบ ติดตามตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ครบถ้วน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแล
ช่องทาง | ลูกค้าหลัก | ข้อดี/ตัวอย่างบริษัท | รัฐ |
ผู้กระจายสินค้าทั่วไป (Wholesale Distributors) | โรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา คลินิกความงาม | JKR International, Advanced Medical Equipment (ADMEQ), UNIMED – ครอบคลุม GCC มีโกดัง Cold Chain | Dubai, Abu Dhabi, RAK |
ตัวแทนจำหน่ายเฉพาะทาง (Specialized Medical Suppliers) | สถานพยาบาล คลินิกศัลยกรรม คลินิกทันตกรรม | DUBIMED (Aesthetic/Medical), OxyMedz – เน้น PPE คุณภาพสูง จัดส่ง On-time | Dubai, GCC-wide |
จัดซื้อภาครัฐ/ โรงพยาบาลรัฐ (Government Tenders) | SEHA (Abu Dhabi), DHA Hospitals, MOHAP Facilities | ผ่าน E-Procurement Portals (Etimad, Dubai e-Supply) ต้องมี MOHAP Registration | Abu Dhabi, Dubai |
จัดซื้อเอกชน (Private Hospitals/Groups) | Aster DM, NMC, Mediclinic, Burjeel | Direct Sales หรือผ่าน Distributors ใหญ่ เน้น Volume สูง สัญญาระยะยาว | Dubai, Abu Dhabi |
Online B2B Platforms | Clinics, Pharmacies | GMED Healthcare, MedeTrade – Platform จัดซื้อออนไลน์สำหรับ Medical Supplies | ทั่วยูเออี |
ตลาดเวชภัณฑ์ดูแลบาดแผลมีการเติบโตสูงจากจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น เช่น ผ้าก๊อซ (Gauze) ผ้าพันแผล (Bandages) แผ่นปิดแผลชนิดพิเศษ (Advanced Wound Dressings) แผ่นปิดแผลต้านเชื้อแบคทีเรีย (Antimicrobial Dressings) ปัจจุบันมีสินค้า Advanced Wound Care เช่น HydrocolloidAlginate Antimicrobial Foam Dressing กำลังได้รับความนิยมในโรงพยาบาลของยูเออี
ผู้ใช้งาน | สัดส่วนโดยประมาณ |
โรงพยาบาล | ประมาณ 65 - 70% |
คลินิก | ประมาณ 20% |
ศูนย์ผ่าตัดเฉพาะทาง | ประมาณ 5 - 10% |
การดูแลสุขภาพที่บ้าน | ประมาณ 5% |
ทั้งนี้ โรงพยาบาลยังคงเป็นผู้ใช้เวชภัณฑ์ใช้แล้วทิ้งรายใหญ่ที่สุดในตลาดยูเออี
สรุปและแนวโน้มสำคัญของตลาด (Key Market Trends)
ตลาดเวชภัณฑ์ใช้แล้วทิ้งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับ แรงสนับสนุนจากการใช้สินค้าเวชภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว (Single-Use Medical Products) ที่เพิ่มขึ้นตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาล ควบคู่กับการขยายตัวของศูนย์ผ่าตัดเฉพาะทาง (Ambulatory Surgery Centers) และการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานและโรคหัวใจ ซึ่งส่งผลให้ความต้องการใช้เวชภัณฑ์ทางการแพทย์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ แนวโน้มการใช้เวชภัณฑ์ดูแลบาดแผลขั้นสูง (Advanced Wound Care) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Medical Products) กำลังได้รับความสำคัญมากขึ้นในตลาด
โดยรวมแล้ว ตลาดเวชภัณฑ์ใช้แล้วทิ้งของยูเออีมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว จากการพัฒนาระบบสาธารณสุข การขยายตัวของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และบทบาทของประเทศในฐานะศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาค ทั้งนี้ สินค้าจากประเทศไทยยังมีโอกาสขยายตลาดได้อีกมาก หากผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบของยูเออี และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โอกาสสำหรับผู้ส่งออกไทย
ตลาดยูเออีเปิดกว้างสำหรับสินค้าไทยโดยเฉพาะในกลุ่มที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ เช่น ถุงมือยาง หน้ากากอนามัย และชุด PPE คุณภาพสูง จุดแข็งของสินค้าไทยในด้านคุณภาพเป็นที่ยอมรับในตลาดสากล มีมาตรฐาน ISO/CE/FDA รองรับ และราคาสามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับยุโรป สินค้าที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ ถุงมือยางทางการแพทย์ หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เสื้อกาวน์และชุด PPE ผ้าคลุมผ่าตัดและปลอกคลุมเครื่องมือ
กลยุทธ์แนะนำในการเข้าตลาดนี้ ด้วยการจับมือกับผู้กระจายสินค้ารายใหญ่ในดูไบ เน้นเอกสารครบถ้วนตามข้อกำหนด MOHAP และใช้ยูเออีเป็นฐานกระจายสินค้าไป GCC
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองดูไบ
มีนาคม 2569