fb
วิเคราะห์แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 15 ของมณฑลยูนนาน (ปี พ.ศ 2569-2573) : เชื่อมต่อแม่น้ำ ล้านช้าง–แม่โขง สู่สองมหาสมุทร เสริมความมั่นคงชายแดน ยกระดับยูนนาน สร้างศูนย์กลางตะวันตกเฉียงใต้ สคต.คุนหมิง

วิเคราะห์แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 15 ของมณฑลยูนนาน (ปี พ.ศ 2569-2573) : เชื่อมต่อแม่น้ำ ล้านช้าง–แม่โขง สู่สองมหาสมุทร เสริมความมั่นคงชายแดน ยกระดับยูนนาน สร้างศูนย์กลางตะวันตกเฉียงใต้ สคต.คุนหมิง

โดย
Hua
ลงเมื่อ 09 กรกฎาคม 2569 15:00
สคต. ณ นครคุนหมิง (จีน) (TTC, Kunming (China))
1

1. สภาพพื้นฐานและตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติของมณฑล

 มณฑลยูนนานตั้งอยู่บริเวณชายแดนตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เป็นมณฑลเดียวของประเทศจีนที่สามารถเชื่อมโยงโดยตรงทั้งเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีข้อได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่โดดเด่น     ภูมิประเทศครอบคลุมพื้นที่ 394,000 ตารางกิโลเมตร โดยกว่า 94% เป็นพื้นที่ภูเขาและที่ราบสูง มีเทือกเขาเหิงต้วนพาดผ่านด้านตะวันตก ก่อให้เกิดภูมิประเทศระดับโลก “แม่น้ำสามสายไหลขนาน” โดยมีระบบแม่น้ำสำคัญ 5 สาย ได้แก่ แม่น้ำจินซา (ต้นน้ำแยงซี)ล้านฃ้าง (แม่น้ำโขง)แม่น้ำนู่ (แม่น้ำสาละวิน)หงเหอ (แม่น้ำแดง) และแม่น้ำอิรวดี ไหลข้ามพรมแดนออกไป ทำให้ยูนนานเป็นแกนกลางแหล่งต้นน้ำฃองแม่น้ำสายสำคัญในเอเชีย

เมื่อพิจารณาจากภาพรวมโครงสร้างของประเทศ ยูนนานถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการผลักดัน การเปิดประเทศสู่ตะวันตกของจีน ขณะที่พื้นที่ชายฝั่งทะเลมีบทบาทขับเคลื่อนการเปิดประตูสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ยูนนานกลับมีจุดเด่นในฐานะศูนย์กลางเชื่อมโยงทางบกสู่มหาสมุทรอินเดีย โดยช่วยเติมเต็มช่องว่างของการเปิดสู่ภายนอกในภาคตะวันตกเฉียงใต้ และก่อให้เกิดรูปแบบในลักษณะการเชื่อมโยงทั้งทางบกและทางทะเล รวมถึงเชื่อมเศรษฐกิจระหว่างภายในและภายนอกประเทศได้อย่างสมดุล ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้   ยูนนานให้มีบทบาทสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ พื้นที่ต้นแบบความสามัคคีและก้าวหน้าของชนเผ่า ผู้นำใน        การพัฒนาอารยธรรมเชิงนิเวศ และศูนย์กลางเชื่อมโยงสู่เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เมื่อผสานกับยุทธศาสตร์ระดับชาติ เช่น ระเบียงการค้าทางบก–ทางทะเลสายใหม่ทางตะวันตก และแนวป้องกันระบบนิเวศต้นน้ำแม่น้ำแยงซี ทำให้ยูนนานพลิกสถานะจากพื้นที่ชายขอบ สู่แนวหน้าทางยุทธศาสตร์ของชาติ โดยมีภารกิจหลักสำคัญคลอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ การรักษาความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม การประกันความมั่นคงด้านพลังงาน การเสริมเสถียรภาพพื้นที่ชายแดน และการเป็นศูนย์กลางการเปิดประตูสู่ต่างประเทศ

2. การเสริมสร้างศักยภาพด้วยยุทธศาสตร์ระดับชาติ

2.1 การพัฒนาเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงสู่เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เป็นยุทธศาสตร์การเปิดประเทศระดับสูงของจีน โดยมุ่งสร้างระบบ “เส้นทาง + ด่านชายแดน + อุตสาหกรรม + แพลตฟอร์ม” อย่างเป็นองค์รวม ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 จะเน้นขับเคลื่อนโครงการสำคัญ ได้แก่ แถบเศรษฐกิจตามทางรถไฟจีน–ลาว เส้นทางใหม่เชื่อมจีน-เมียนมาสู่มหาสมุทรอินเดีย และระเบียงเศรษฐกิจจีน-เวียดนาม พร้อมกันนี้ จะยกระดับศักยภาพของด่านสำคัญ เช่น ด่านโม่ฮาน ด่านรุ่ยลี่ และ ด่านเหอโข่ว ให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อหลัก เพื่อสร้างพื้นที่ต้นแบบของการเปิดประเทศ

2.2 การเสริมแนวป้องกันความมั่นคงทางนิเวศต้นน้ำแม่น้ำแยงซี

 ในกรอบยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมระดับชาติ ยูนนานรับบทสำคัญในการดูแลแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำแยงซี และแม่น้ำจูเจียง พร้อมทั้งปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ  โดยรัฐบาลจะบังคับใช้เส้นแดงทางนิเวศอย่างเคร่งครัด เร่งอนุรักษ์พื้นที่สำคัญ เช่น เขตแม่น้ำสามสายไหลขนาน และเทือกเขาเกาหลีก้ง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแนวป้องกันความมั่นคงทางนิเวศในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

2.3 การพัฒนาแถบเศรษฐกิจลุ่มน้ำล้านช้าง-แม่โขง

ยูนนานทำหน้าที่เป็นกลไกหลักของความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเชื่อมโยงกับกัมพูชา ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือข้ามพรมแดนในด้านอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยอาศัยศักยภาพของการเดินเรือนานาชาติในแม่น้ำล้านช้าง–แม่โขง เป็นแกนหลัก มุ่งสู่การสร้างประชาคมแห่งอนาคตร่วม

2.4 การพัฒนาระเบียงขนส่งทางบก–ทางทะเลภาคตะวันตก

เป็นเส้นเลือดใหญ่ด้านโลจิสติกส์สำคัญของประเทศ เชื่อมโยงนครเฉิงตู–ฉงชิ่งทางทิศเหนือ และกับอ่าวเป่ยปู้ทางทิศใต้ โดยมียูนนานเป็นศูนย์กลางสำคัญ ในช่วงแผนฯ ฉบับที่ 15 จะพัฒนาเครือข่ายคมนาคมถนนและรถไฟ “ห้าทางออกสู่ต่างประเทศ” เพื่อสร้างแกนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศสายสากล “ฉงชิ่ง–คุนหมิง–    โม่ฮาน–กรุงเทพฯ”

2.5 ฐานพลังงานสะอาดระดับชาติและโครงการส่งไฟฟ้าจากตะวันตกสู่ตะวันออก

ภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงด้านพลังงาน ยูนนานมีศักยภาพที่จะผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำได้มากกว่า 100 ล้านกิโลวัตต์ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 จะขยายกำลังการผลิตของสถานีไฟฟ้าพลังน้ำสำคัญ เช่น ไป๋เฮ่อทาน และซีลั่วตู้ ควบคู่กับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนอย่างลมและแสงอาทิตย์ เพื่อเป็นหลักประกันในการสนับสนุนเครือข่ายไฟฟ้าภาคใต้ของจีน

2.6 การพัฒนาพื้นที่ชายแดนและการเสริมสร้างความมั่นคงชายแดน

ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ มณฑลยูนนานมีเขตชายแดนรวม 25 อำเภอ (เมือง) ที่กระจายตัวตามแนวชายแดน เชื่อมต่อกับเมียนมา ลาว และเวียดนามทั้งทางภูมิประเทศและระบบนิเวศ ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 จะมุ่งผลักดันการพัฒนาเมืองชายแดนและยกระดับหมู่บ้านติดแนวชายแดน เพื่อบรรลุเป้าหมาย “ประชาชนชายแดนมั่งคั่ง พื้นที่ชายแดนมั่นคง”

2.7 การสร้างพื้นที่ต้นแบบความสามัคคีและความก้าวหน้าของชนเผ่า

ยูนนานถือเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านนโยบายชาติพันธุ์ของประเทศ โดยมีชนชาติพื้นถิ่นอาศัยอยู่ร่วมกันถึง 25 กลุ่มชาติพันธุ์ ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 จะเดินหน้าส่งเสริมการหลอมรวมระหว่างชนชาติ เสริมสร้างแบบอย่างระดับชาติด้านความสามัคคี และวางรากฐานความมั่นคงและเสถียรภาพระยะยาวในพื้นที่ชายแดน

3. โครงสร้างการพัฒนาเชิงพื้นที่ภายในมณฑล

ยึดแนวคิดหลัก “คุนหมิงนำร่อง ยูนนานตอนกลางเป็นผู้นำ ภูมิภาคประสานงาน แนวระเบียงเศรษฐกิจขับเคลื่อน และเปิดกว้างทั่วทั้งมณฑล” เพื่อจัดตั้ง 5 เขตหน้าที่หลัก มุ่งสู่การพัฒนาที่แตกต่างแต่เกื้อหนุนกัน

3.1 แกนกลางยูนนานตอนกลาง (คุนหมิง ฉวี่จิ้ง ยวี่ซี ฉู่สง และตอนเหนือของหงเหอ)

 ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการพัฒนาของทั้งมณฑล รวมศูนย์ทรัพยากรด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และการคมนาคม โดยนครคุนหมิงถูกพัฒนาเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคที่มุ่งสู่เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ฉวี่จิ้ง จะยกระดับก้าวสู่ศูนย์กลางรองของมณฑล ส่วนเมืองยวี่ซีและเมือ    งฉู่สง และตอนเหนือของเมืองหงเหอ จะมุ่งเสริมความแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงและกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีสีเขียว พร้อมขยายบทบาทในการกระจายและขับเคลื่อนการพัฒนาทั่วทั้งภูมิภาค

3.2 แถบเศรษฐกิจเปิดกว้างตะวันออกเฉียงใต้ของยูนนาน (หงเหอ เหวินซาน)

เชื่อมโยงกับอ่าวเป่ยปู้และเวียดนาม มุ่งเน้นเศรษฐกิจด่านชายแดน เกษตรกรรมข้ามพรมแดน และอุตสาหกรรมแปรรูปเพื่อการค้า เร่งผลักดันเขตความร่วมมือเศรษฐกิจข้ามพรมแดนเหอโข่ว–หล่าวกาย พัฒนาเหวินซานเป็นพื้นที่สาธิตรองรับการย้ายฐานอุตสาหกรรมจากภาคตะวันออก เพื่อเปิดเส้นทางการค้าและเศรษฐกิจหลักระหว่างจีน–เวียดนาม ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3.3 ระเบียงเศรษฐกิจข้ามพรมแดนภาคตะวันตกของยูนนาน (เต๋อหง เป่าซาน หลินชาง)

อาศัยด้านความได้เปรียบด้านการเชื่อมโยงกับเมียนมา เดินหน้าพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจจีน–เมียนมาอย่างลึกซึ้ง โดยเมืองรุ่ยลี่จะพัฒนาเป็นเมืองท่าชายแดนระดับนานาชาติ ขณะที่เป่าซานและหลินชางจะเร่งพัฒนาโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน อุตสาหกรรมแปรรูปชายแดน และอุตสาหกรรมอัญมณีและอำพัน เพื่อเปิดเส้นทางสู่มหาสมุทรอินเดียผ่านเมียนมา

3.4 เขตนิเวศตะวันตกเฉียงเหนือของยูนนาน (ต้าหลี่ ลี่เจียง แชงกรี-ล่า นู่เจียง)

กำหนดเป็นพื้นที่แกนกลางด้านการอนุรักษ์ระบบนิเวศ บังคับใช้เส้นแดงทางนิเวศน์และควบคุมการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด  พร้อมทั้งมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม พลังงานสะอาด  และเกษตรกรรมเฉพาะถิ่นบนพื้นที่ราบสูง เพื่อยกระดับสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับโลก

3.5 เขตพัฒนาเขตเศรษฐกิจที่มีเอกลักษณ์เฉพาะทางตอนใต้ของยูนนาน (ผู่เอ่อร์ สิบสองปันนา) 

 กำหนดพื้นที่ศูนย์กลางทรัพยากรเขตร้อน โดยอาศัยศักยภาพข้อได้เปรียบของลุ่มแม่น้ำล้านช้าง–แม่โขง มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมของชาผู่เอ่อร์  ผลไม้เขตร้อน อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพข้ามพรมแดน และสนับสนุนความร่วมมืออุตสาหกรรมระหว่างภูมิภาค มุ่งยกระดับสู่การเป็นต้นแบบเศรษฐกิจสีเขียว

ในภาพรวม มณฑลยูนนานจะบูรณาการการพัฒนาระหว่างพื้นที่ภูเขาและที่ราบ ระหว่างพื้นที่ชายแดน

และพื้นที่ตอนใน ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระดับอำเภอ โดยเฉพาะด้านคมนาคมและทรัพยากรน้ำ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาค และบรรลุเป้าหมาย “การพัฒนาเป็นหนึ่งเดียวทั่วทั้งมณฑล และกาบูรณาการในทุกมิติพื้นที่”

4. บทบาทและคุณค่าหลักทางยุทธศาสตร์ระดับชาติ

4.1 “หลักประกันสำคัญ” ของความมั่นคงด้านพลังงานของชาติ

ยูนนานเป็นมณฑลที่มีศักยภาพด้านผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำสูงสุดของจีน โดยลุ่มน้ำแม่น้ำจินซาและล้านช้างมีการก่อสร้างและวางแผนสร้างสถานนีไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่รวมกำลังการผลิตติดตั้งมากกว่า 70 ล้านกิโลวัตต์ และมีการผลิตไฟฟ้าต่อปีเกิน 300,000 ล้านกิโลวัตต์ต่อปี โครงการส่งไฟฟ้าจากตะวันตกสู่ตะวันออกช่วยสนับสนุนพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น มณฑลกวางตุ้ง มณฑลกว่างซี และนครเซี่ยงไฮ้ ในช่วงแผนฯ ฉบับที่ 15 จะส่งเสริมระบบพลังงานแบบผสมผสาน (พลังงานจากน้ำ ลมและแสงอาทิตย์) เพื่อสร้างฐานพลังงานสีเขียวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และสนับสนุนเป้าหมาย “คาร์บอนคู่” (ลดการปล่อยคาร์บอนและความเป็นกลางทางคาร์บอน)

4.2 “แนวป้องกัน” ความมั่นคงด้านนิเวศของประเทศ

ยูนนานเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญ เช่น แม่น้ำแยงซี แม่น้ำจูเจียง และแม่น้ำล้านช้าง(แม่โขง) ซึ่งมีอัตราการปกคลุมของป่าไม้มากกว่า 65% และเป็นที่อยู่อาศัยของมากกว่าครึ่งหนึ่งของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ของจีน จัดเป็นหนึ่งในพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพสำคัญของโลก ในช่วง “ระยะที่ 15” จะเน้น     การอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อค้ำประกันความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำและความสมดุลทางสิ่งแวดล้อมของประเทศ

4.3 “ประตูหน้าด่านบานใหม่” ของโครงสร้างการเปิดประเทศ

ยูนนานเป็นมณฑลเดียวของจีนที่มีพรมแดนติดกับเมียนมา ลาว และเวียดนาม และสามารถเชื่อมต่อสู่มหาสมุทรอินเดียโดยตรง มีแนวชายแดนยาว 4,060 กิโลเมตร พร้อมด่านพรมแดน 29 แห่ง และช่องทางการค้าชายแดน 89 เส้นทาง หลังการเปิดใช้ทางรถไฟจีน–ลาว การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนครอบคลุม 19 ประเทศและภูมิภาค กลายเป็นโครงการสำคัญภายใต้กรอบความร่วมมือ “โครงการหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง”

4.4 “ตัวสร้างเสถียรภาพ” ของชายแดนประเทศ

โครงสร้างชายแดนประกอบด้วย 25 อำเภอ (เมือง) ชายแดน 110 ตำบล และ หมู่บ้านตามแนวชายแดน 374 แห่ง โดยหลายกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยร่วมกันมาอย่างยาวนานด้วยความร่วมมือและความสามัคคี    ซึ่งสามารถรับมือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปกป้องความมั่นคงของดินแดนตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

5. การเชื่อมโยงและขยายอิทธิพลทั้งภายในและภายนอก

5.1 ภายในประเทศ : เชื่อมโยงเฉิงตู–ฉงชิ่ง และอ่าวเป่ยปู้ สู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนภายใน

(1) เชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจเฉิงตู–ฉงชิ่ง : ร่วมพัฒนาระเบียงขนส่งทางบก–ทางทะเลภาคตะวันตก รองรับการย้ายฐานอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักรกล พร้อมแบ่งปันทรัพยากรด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และยกระดับ “เฉิงตู–ฉงชิ่ง–ยูนนานตอนกลาง”ให้เป็นขั้วการเติบโตใหม่ของภาคตะวันตก

(2) เชื่อมโยงทางตะวันออกกับอ่าวเป่ยปู้ของมณฑลกว่างซี : พัฒนาเส้นทางขนส่งผสมผสาน “ไป่เซ่อ–เหวินซาน–หงเหอ” โดยใช้ท่าเรือเป็นทางออกสู่ทะเล มุ่งผลักดันการส่งออกสินค้ายูนนานผ่านอ่าวเป่ยปู้ เพื่อเข้าสู่ตลาด RCEP

(3) ประสานความร่วมมือใน 5 มณฑลของภาคตะวันตกเฉียงใต้ : ร่วมสร้างแนวป้องกันนิเวศ ฐานพลังงาน และเส้นทางท่องเที่ยวระดับภูมิภาค ผลักดันการบูรณาการด้านคมนาคม อุตสาหกรรม และตลาด สร้างระบบเศรษฐกิจภายในภาคตะวันตก

5.2 ภายนอกประเทศ : ขยายอิทธิพลครอบคลุม 5 ประเทศลุ่มน้ำล้านช้าง–แม่โขงเพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน

(1) เมียนมา: ใช้ด่านรุ่ยลี่และชิงสุ่ยเหอเป็นฐานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟและท่อส่งน้ำมัน–ก๊าซ ส่งเสริมเกษตรกรรมข้ามพรมแดน การแปรรูปชายแดน และอุตสาหกรรมอัญมณี

(2) ลาว: ใช้รถไฟจีน–ลาวเป็นแกนหลัก พัฒนาเขตความร่วมมือเศรษฐกิจโม่ฮาน–บ่อเต็น ส่งเสริม      โลจิสติกส์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเกษตรกรรมสมัยใหม่ พร้อมโครงการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจและสวัสดิการประชาชนลาว

(3) เวียดนาม: พัฒนาด่านเหอโข่ว–หล่าวกาย และจินสุ่ยเหอ–หม่าลู่ถัง ส่งเสริมการแปรรูปข้ามพรมแดน การค้าสินค้าเกษตร และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ

(4) ไทยและกัมพูชา: อาศัยเส้นทางรถไฟจีน–ลาวและการเดินเรือล้านช้าง–แม่โขง สร้างระเบียงเศรษฐกิจ “ยูนนาน–ลาว–ไทย–กัมพูชา” เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงและผลประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาค

(5) การเชื่อมโยงระหว่างลุ่มน้ำและคลองส่งน้ำ : แม่น้ำล้านช้าง–แม่โขงเป็นแม่น้ำนานาชาติสำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไหลผ่าน 6 ประเทศ โดยพื้นที่ในยูนนานเป็นต้นน้ำสำคัญ ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 จะพัฒนาความร่วมมือด้านการเดินเรือล้านช้าง-แม่โขงให้มากขึ้น ยกระดับการเดินเรือท่าเรือจิ่งหงและกวนเหล่ย และเชื่อมโยงกับแผนคลองไทย (คลองกระ) เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก

6. โครงสร้างอุตสาหกรรมหลักภายใต้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15

ยึดแนวทางหลัก “ขับเคลื่อนด้วยสีเขียว การเปิดกว้างเสริมพลัง และสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีเอกลักษณ์” เพื่อสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ “5+N” ให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

6.1 อุตสาหกรรมพลังงานสีเขียว

เสริมความแข็งแกร่งในฐานะฐานพลังงานสะอาดระดับชาติ พัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำในลุ่มน้ำจินซาและล้านช้าง ควบคู่พลังงานแสงอาทิตย์และลม และต่อยอดสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรม เช่น อะลูมิเนียมสีเขียว แผงโซลาเซลล์แบบซิลิคอน และแบตเตอรี่พลังงานใหม่

6.2 เกษตรกรรมสมัยใหม่ที่มีเอกลักษณ์บนพื้นที่สูง

มุ่งพัฒนาพร้อมยกระดับ 6 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ชา ดอกไม้ ผัก ผลไม้ สมุนไพร และโคเนื้อ        ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมเร่งพัฒนาฐานการผลิตสินค้าเกษตรสีเขียว ออร์แกนิก และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อย่างเป็นระบบ ควบคู่การผลักดันการบูรณาการภาคเกษตร วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สร้างแบรนด์

การเกษตรซีรี่ตระกูล “หยุน” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และมุ่งสู่การเป็นเขตต้นแบบเกษตรที่มีเอกลักษณ์ของพื้นที่สูงในระดับประเทศ

6.3 อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมชีวการแพทย์ (รวมถึงยาพื้นเมือง) วัสดุใหม่จากโลหะหายากและมีมูลค่าสูง อุตสาหกรรมเคมีสีเขียว การแปรรูปและการผลิตข้ามพรมแดน ตลอดจนการผลิตอุปกรณ์ขั้นสูง เพื่อยกระดับห่วงโซ่มูลค่าอุตสาหกรรมสู่ระดับสูง พร้อมทั้งทยอยยุติอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงและก่อมลพิษรุนแรง มุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน

6.4 ภาคบริการสมัยใหม่ข้ามพรมแดน

ขยายโลจิสติกส์ชายแดน อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน การท่องเที่ยวนานาชาติ การเงินข้ามพรมแดน และบริการด้านสุขภาพ โดยอาศัยใช้โครงสร้างพื้นฐาน เช่น เส้นทางรถไฟจีน–ลาวและด่านชายแดนเป็นฐานเพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางบริการข้ามพรมแดนที่เชื่อมโยงสู่เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกระตุ้นด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดน

6.5 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรม

ใช้ศักยภาพทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม เช่น พื้นที่แม่น้ำสามสายไหลขนาน ภูเขาเกาหลีก้ง ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ และเมืองโบราณลี่เจียง เพื่อยกระดับสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและวัฒนธรรมระดับโลก พร้อมเดินหน้าพัฒนาการท่องเที่ยวแบบครบพื้นที่ การท่องเที่ยวข้ามพรมแดน และ       การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มุ่งเปลี่ยนคุณค่าทางนิเวศให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

6.6 อุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์

เร่งบ่มเพาะอุตสาหกรรมเกิดใหม่ อาทิ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ การผลิตชีวภาพ และวัสดุสมัยใหม่ ควบคู่การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังประมวลผล การพัฒนาอุตสาหกรรมโดรนสำหรับพื้นที่สูง และการจัดตั้งแพลตฟอร์มวิจัยและพัฒนาด้านชีวการแพทย์ เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนและจุดเติบโตใหม่ทางเศรษฐกิจ

7. ข้อจำกัดด้านการพัฒนาและการประเมิน

7.1 ข้อจำกัด

(1) ข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ : พื้นที่ภูเขามีสัดส่วนมากกว่า 94% ลักษณะภูมิประเทศซับซ้อน ภูเขาสูงและหุบเขาลึก ส่งผลให้ต้นทุนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมสูง ระยะเวลาก่อสร้างยาวนาน      ความเชื่อมโยงในระดับอำเภอทำได้ค่อนข้างยากและต้นทุนโลจิสติกส์สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศมากกว่า 30%

(2) ความไม่สมดุลเชิงภูมิภาค : พื้นที่ยูนนานตอนกลางมีสัดส่วนทางเศรษฐกิจมากกว่า 60% ของทั้งมณฑล ขณะที่พื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือและเขตชายแดนยังพัฒนาล้าหลัง โดย 25 อำเภอชายแดนมีสัดส่วน GDP รวมกันไม่ถึง 10% ความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท รวมถึงระหว่างภูมิภาค ยังคงเด่นชัด

          (3) โครงสร้างอุตสาหกรรมระดับต่ำ : โครงสร้างเศรษฐกิจยังพึ่งพาฐานทรัพยากรและยังเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานขั้นปฐมภูมิเป็นหลัก อุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น อะลูมิเนียมสีเขียวและแผงโซลาเซลล์แบบซิลิคอน ส่วนใหญ่ยังติดอยู่ในห่วงโซ่มูลค่าระดับกลางถึงล่าง ขาดทรัพยากรด้านนวัตกรรมขั้นสูง เทคโนโลยีหลัก

ยังพึ่งพาภายนอกในระดับสูง และประสบปัญหาการไหลออกของบุคลากรที่มีความสามารถ

(4) ความท้าทายด้านการเปิดประเทศ : ประเทศเพื่อนบ้านมีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน และความมั่นคงเชิงนโยบายยังไม่สม่ำเสมอ ความร่วมมือข้ามพรมแดนต้องเผชิญอุปสรรค เช่น ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความสะดวกในพิธีการศุลกากร และความเชื่อมโยงด้านมาตรฐานต่างๆ ทำให้ผลประโยชน์จากการเปิดประเทศยังไม่ถูกปลดปล่อยอย่างเต็มที่

(5) แรงขับเคลื่อนภายในจำกัด : จำนวนประชากรมีเพียงประมาณ 47 ล้านคน อัตราการขยายตัวของเมืองต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ ขนาดตลาดผู้บริโภคยังเล็ก ทำให้แรงขับเคลื่อนภายในเศรษฐกิจอ่อนแอ และยังพึ่งพาการลงทุนและการส่งออกในระดับสูง

7.2 การประเมิน

ข้อจำกัดที่ได้กล่าวมาข้างต้น อาจเป็นที่มาของโอกาส ในช่วงแผนฯ ฉบับที่ 15 การบูรณาการยุทธศาสตร์ระดับชาติ การมีผลบังคับใช้ของความตกลง RCEP การเปิดใช้งานรถไฟจีน–ลาว และการขับเคลื่อนเป้าหมายคาร์บอนคู่ ล้วนเป็นโอกาสเชิงประวัติศาสตร์สำหรับยูนนานในการก้าวข้ามข้อจำกัดและบรรลุ        การพัฒนาแบบก้าวกระโดด ด้วยการยึดบริบทของมณฑลเป็นฐาน ใช้จุดแข็งเพื่อปกปิดจุดอ่อน ใช้การเปิดประเทศเป็นตัวปลดล็อก ใช้ระบบนิเวศสร้างศักยภาพ และใช้การยกระดับอุตสาหกรรมเพื่อปิดจุดอ่อน ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนข้อจำกัดชายแดน ให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาได้อย่างเป็นรูปธรรม

8. บทสรุป

แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ของมณฑลยูนนาน เป็นพิมพ์เขียวทางยุทธศาสตร์ที่มุ้งเน้นการปักหลักในภาคตะวันตกเฉียงใต้ เชื่อมโยงทั้งระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศและเชื่อมต่อสู่สองมหาสมุทร โดยมี บทบาทสำคัญ 3 ประการ เป็นตัวนำ มียุทธศาสตร์ระดับชาติเป็นผู้สนับสนุน มีความร่วมมือระหว่างภูมิภาคเป็นกลไกขับเคลื่อน มีนวัตกรรมและการเปิดกว้างเป็นพลังขับเคลื่อน เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาที่เชื่อมโยงทั้งภายในมณฑล ระดับประเทศ และขยายอิทธิพลสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

ในระดับประเทศ มุ่งเสริมความมั่นคงด้านระบบนิเวศ พลังงาน และความปลอดภัยชายแดนของประเทศ ควบคู่กับการเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจเฉิงตู–ฉงชิ่ง และภูมิภาคอ่าวเป่ยปู้ เพื่อบูรณาการเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ ขณะที่ในระดับสากล มุ่งเชื่อมโยงลุ่มน้ำล้านช้าง–แม่โขง ไปจนถึงมหาสมุทรอินเดีย เพื่อพัฒนาบทบาทเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อกับเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสร้างชุมชนแห่งอนาคตร่วมกันข้ามพรมแดน

ทั้งนี้ยูนนานยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสืบสานวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนการยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมและขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพสูง สะท้อนบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของมณฑลชายแดนตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และเป็นต้นแบบของการพัฒนาภูมิภาคที่สมดุลและเปิดกว้าง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประสานกันของภูมิภาคทั่วประเทศและความร่วมมือเชิงมิตรภาพกับประเทศเพื่อนบ้าน

ความคิดเห็น สคต.

แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ของมณฑลยูนนานสะท้อนบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการเป็นประตูเชื่อมระหว่างจีนกับภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปัจจุบันมณฑลยูนนานถูกยกระดับให้เป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมโยงระหว่างจีนตอนในกับเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มณฑลยูนนานมีความสำคัญในด้านทรัพยากรทางการเกษตร เศรษฐกิจและโลจิสติกส์ และเป็นโอกาสด้านการค้า การลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานระหว่างประเทศให้เติบโตมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อประเทศไทยที่จะทำให้สินค้าไทยเข้าสู่จีนได้ง่ายขึ้น เพิ่มศักยภาพการค้าชายแดนและส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน เกิดการเชื่อมโยงด้านโลติสติกส์ที่มีความสะดวกขึ้น

นอกจากนี้ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ของมณฑลยูนนาน แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในเชิงแนวคิดทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงและความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดการด้านพื้นที่ชายแดนให้มีประสิทธิภาพ โดยไทยสามารถใช้ประโยชน์จากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ของมณฑลยูนนาน ก็จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันทางการตลาด และโอกาสทางเศรษฐกิจของไทยในตลาดจีนและอาเซียนได้ในระยะยาว อีกทั้งยังสามารถพิจารณาเพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือที่เกี่ยวข้องระหว่างไทย – ยูนนานได้อีกด้วย 

 

 

*************************************

 

ที่มา: https://mp.weixin.qq.com/s/LagWmLIfr5f4nXUAvNHIzw

 

วิเคราะห์แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 15 ของมณฑลยูนนาน (ปี พ.ศ 2569-2573).pdf
Share :
Instagram