
อัตราการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอินเดียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในปี 2030 ขณะที่รัฐบาล อุตสาหกรรม และผู้ขับขี่เห็นพ้องร่วมกันกับนโยบายการขับเคลื่อนไปสู่อนาคตที่มีระบบการขนส่งที่สะอาดยิ่งขึ้น อินเดียได้ตั้งเป้าหมายเชิงนโยบายที่ทะเยอทะยาน ให้ยานยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนร้อยละ 30 ของยอดจำหน่ายยานยนต์ทั้งประเทศ ผ่านการกระตุ้นและสนับสนุนจากมาตรการเชิงนโยบายที่สำคัญ สิทธิประโยชน์ระดับรัฐ และการลงทุนจากภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แรงขับเคลื่อนที่ชัดเจนที่สุดปรากฏในกลุ่มรถสองล้อไฟฟ้าและรถสามล้อไฟฟ้า ซึ่งมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นสำหรับการเดินทางประจำวันและการขนส่งระยะไกล ขณะเดียวกัน ระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้ากำลังขยายตัวอย่างไม่เคยมีมาก่อน รัฐสำคัญในอินเดีย ได้แก่ มหาราษฏระ คุชราต และ
ทมิฬนาฑูต่างเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษี เงินอุดหนุน และการสนับสนุนเชิงการผลิตเพื่อดึงดูดผู้ประกอบการด้านยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ผู้ผลิตรถยนต์ประกาศแผนการผลิตขนาดใหญ่ และเครือข่ายสถานีชาร์จขยายตัวทั้งในเขตเมืองและบนทางหลวง ทั้งหมดนี้ ชี้ให้เห็นว่าอินเดียกำลังก้าวเข้าสู่ระยะเปลี่ยนผ่านที่ยานยนต์ไฟฟ้าจะเปลี่ยนสถานะจากทางเลือกเฉพาะกลุ่มเป็นโซลูชันการขนส่งหลักภายในสิ้นทศวรรษนี้

นอกเหนือจากปัจจัยด้านนโยบายและการเติบโตของยอดจำหน่ายแล้ว การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบยานยนต์ไฟฟ้าของอินเดียยังถูกขับเคลื่อนโดยแนวโน้มเชิงโครงสร้างหลายประการ อาทิ อุปสงค์ต่อแบตเตอรี่ อุปกรณ์ชาร์จ อิเล็กทรอนิกส์กำลัง และชิ้นส่วนที่รองรับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งอุปสงค์ดังกล่าวเติบโตเร็วกว่าอุปทานภายในประเทศ เป็นการเปิดโอกาสแก่พันธมิตรทางการค้าระหว่างประเทศให้เข้ามามีบทบาทในตลาดเพิ่มขึ้น รัฐบาลยังมุ่งส่งเสริมการผลิตในประเทศผ่านโครงการเชื่อมโยงการผลิต (Production-Linked Incentive: PLI) เพื่อยกระดับความสามารถทางการผลิตภายในประเทศและลดการพึ่งพาการนำเข้า สำหรับระยะสั้นและระยะกลาง อินเดียยังคงต้องพึ่งพาผู้ผลิตต่างประเทศสำหรับเทคโนโลยีขั้นสูง วัตถุดิบ และผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะ ซึ่งยังสร้างความท้าทายต่อภาคอุตสาหกรรม เช่น โครงสร้างพื้นฐานของสถานีชาร์จที่ยังไม่ครอบคลุมการให้บริการอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะบริเวณนอกเขตเมืองและเขตชนบทห่างไกล ข้อจำกัดด้านวัตถุดิบและระบบรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่ต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วน รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายระดับรัฐซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการคาดการณ์ของตลาด อย่างไรก็ดี ทิศทางในอนาคต ยังเป็นที่ชัดเจนว่าอินเดียกำลังพยายามพัฒนาระบบการขนส่งให้เป็นหนึ่งในตลาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้พลังงานสะอาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก
ข้อมูลเพิ่มเติม
1.ปัจจุบันอัตราการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในอินเดียอยู่ในช่วงการขยายตัว ตามข้อมูลพอร์ทัลภาครัฐเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 (e-Vahan / NITI/PIB) มีรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนรวมประมาณ 5.675 ล้านคัน คิดเป็น 1.44 % ของจำนวนยานพาหนะทั้งหมดในประเทศ(ทั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาป) ซึ่งมีการจดทะเบียนรวมจำนวน 389.77 ล้านคัน (PIB, 2025)
2. ในปีงบประมาณ 2567–68 มียอดการจำหน่ายและจดทะเบียนรถ e-rickshaws และ e-carts รวมกว่า 5.4 แสนคัน เป็นจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อน 4 ล้อ (e-4W) ประมาณ 1.16 แสนคัน (ขยายตัวประมาณ 15% จากปีก่อน) ขณะที่ตลาดรถสองล้อไฟฟ้า (e-2W) มีแนวโน้มเติบโตที่โดดเด่น ด้วยอัตราการขยายตัว 57% จากปีก่อน (Vahan, 2025) นอกจากนี้โครงข่ายสถานีชาร์จสาธารณะอยู่ระหว่างการขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 29,277 สถานี (ข้อมูลกระทรวงพลังงาน,Aug 2025) ซึ่งช่วยลดข้อกังวลที่เกี่ยวกับการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าหรือ “range-anxiety” อย่างไรก็ดี สถานการณ์ปัจจุบันยังคงความไม่สมดุลของการกระจายตัวระหว่างรัฐ/เมืองและความเพียงพอของจุดชาร์จความเร็วสูง ซึ่งยังเป็นปัญหาคอขวดเชิงโครงสร้างต่อการใช้งานในวงกว้าง

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความท้าทาย
1. อากาศที่สะอาดขึ้นและการปล่อยก๊าซมลพิษลดลง: ยานยนต์ไฟฟ้ามีส่วนช่วยลดมลพิษจากท่อไอเสีย ส่งผลให้คุณภาพอากาศในเมืองใหญ่ดีขึ้น สอดคล้องกับพันธกิจสภาพภูมิอากาศของประเทศ (India’s climate goals in 2030 )
2. ต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำลงสำหรับผู้ใช้: เจ้าของยานยนต์ไฟฟ้าจะได้รับประโยชน์จากค่าชาร์จที่ถูกกว่าค่าเชื้อเพลิง จำนวนชิ้นส่วนเครื่องยนต์ที่ส่งผลต่อการสึกหรอลดลง และค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่า ทำให้การถือครองในระยะยาวมีความคุ้มค่ามากขึ้น
3. แรงกดดันต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า: การขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้าในอัตราที่รวดเร็วอาจสร้างภาระให้แก่ระบบจำหน่ายไฟฟ้าในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีความต้องการใช้พลังงานสูง ส่งผลให้ต้องมีการปรับปรุงและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ
4. ต้นทุนสูง: แม้ว่าต้นทุนการใช้งานในระยะยาวของยานยนต์ไฟฟ้าจะต่ำกว่า แต่ราคาซื้อเริ่มต้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (สี่ล้อ) ยังคงสูงกว่ายานยนต์เครื่องยนต์สันดาป ทำให้การยอมรับของผู้บริโภคที่มีความอ่อนไหวต่อราคาเป็นไปอย่างจำกัด
ข้อคิดเห็น
1. อินเดียมีพื้นฐานเชิงนโยบายและการลงทุนที่ชัดเจน ทั้งจำนวนรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจริง สถานีชาร์จขยายตัว โครงการแบตเตอรี่ระดับ GWh แต่การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานในวงกว้างนั้น ยังขึ้นกับการลดต้นทุนแบตเตอรี่ การขยายสถานีชาร์จเชิงยุทธศาสตร์ และการวางแผนภาระไฟฟ้าในระบบกริด รัฐบาลอินเดียจึงได้พยายามลงทุนเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ อาทิ โครงการ PLI สำหรับ Advanced Chemistry Cell ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตราว 50 GWh โดยมีงบประมาณ 2.02 พันล้านเหรียญสหรัญ เพื่อสร้างฐานการผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ (ลดการพึ่งพาการนำเข้า) ซึ่งยังเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการลดต้นทุนต้นทางของรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

ที่มา: GTA, 2025
2. สำหรับสินค้ากลุ่มรถจักรยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (HS 871160) ระหว่างเดือนมกราคม–กันยายน 2568 อินเดียมีมูลค่านำเข้า 1.96 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.93 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีตลาดนำเข้าที่สำคัญ คือ จีน ซึ่งมีมูลค่าถึง 1.545 ล้านล้านเหรียฐสหรัฐ (คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 78.94 ของมูลค่ารวม) ตามด้วยเยอรมนี สหราชอาณาจักร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไต้หวัน ซึ่งรวมกันครอบครองสัดส่วนสำคัญของการนำเข้า ขณะที่ประเทศไทยอยู่ใน อันดับที่ 14 โดยมีมูลค่าการนำเข้าในระดับที่ค่อนข้างจำกัด (ประมาณ 31,811 เหรียญสหรัฐ จากฐานข้อมูลปี 2567) และมีสัดส่วนตลาดในระดับต่ำกว่า 2% อย่างไรก็ดี ส่วนแบ่งการตลาดขยายตัวจาก 0.97% เป็น 1.72% (เพิ่ม 0.75 จุด หรือเพิ่มขึ้นเชิงสัดส่วนประมาณร้อยละ 77.3) ซึ่งมีความหมายเชิงนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการเติบโตของมูลค่ารวมโลกที่ร้อยละ 5.93 ในช่วงเดียวกัน ทั้งนี้ แม้ว่าสัดส่วนรวมของไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 2% แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วชี้ให้เห็นโอกาสเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจนสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะการขยายการส่งออกรถสองล้อ/สามล้อไฟฟ้า การส่งออกชิ้นส่วนแบตเตอรี่และชุดประกอบ (CKD/SKD) โซลูชันชาร์จ รวมทั้งความร่วมมือเชิงพันธมิตร (JV/OEM) กับผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการฟลีตในอินเดีย เพื่อลดต้นทุนผ่านการปรับโมเดลราคาตามปริมาณ และเสนอบริการหลังการขาย สะท้อนถึงบทบาทผู้ส่งออกรองที่ยังมีพื้นที่ในการขยายตัว
ที่มา: 1. https://www.niti.gov.in/sites/default/files/2025-08/Electric-Vehicles-WEB-LOW-Report.pdf?utm_
2.https://jmkresearch.com/electric-vehicles-published-reports/accelerating-transport-electrification-in-india-by-2030/?utm_