
อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน (Cross-border e-commerce) เป็นรูปแบบการค้าในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่อาศัยแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตในการอำนวยความสะดวกด้านการซื้อขายสินค้า การชำระเงิน และการจัดส่งผ่านระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ จีนยังเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียนติดต่อกันเป็นเวลา 17 ปี ขณะที่อาเซียนยังคงเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของจีนติดต่อกันเป็นเวลา 6 ปี มูลค่าการค้ารวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของตลาดอาเซียนในการเชื่อมโยงธุรกิจกับตลาดโลกในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
ข้อมูลจากองค์การการค้าโลก (WTO) แสดงให้เห็นว่า ในปี 2025 ส่วนแบ่งการส่งออกสินค้าของจีนในตลาดโลกอยู่ที่ประมาณร้อยละ 14.3 ซึ่งครองอันดับหนึ่งในการส่งออกสินค้าของโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 16 แสดงให้เห็นถึงพื้นฐานการส่งออกที่แข็งแกร่ง โดยในปี 2025 สัดส่วนการส่งออกของจีนไปยังอาเซียนและประเทศต่าง ๆ ตามเส้นทางสายไหมในยอดส่งออกทั้งหมดเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 24.1 ในปี 2018 เป็นร้อยละ 35.8 ขณะที่สัดส่วนการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาจะลดลงจากร้อยละ 19.2 ในปี 2018 เหลือร้อยละ 14.7 ในปี 2024
จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่า มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของจีนจะเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2019 ถึง 2025 โดยในปี 2024 มูลค่าการค้ารวมของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนอยู่ที่ 2.63 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 13,150 แสนล้านบาท) โดยมีอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 10.5 เมื่อเทียบกับปี 2023 และปี 2025 มูลค่าการค้ารวมเพิ่มขึ้นเป็น 2.75 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 13,750 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปี 2024 ประมาณ 1.2 แสนล้านหยวน (ประมาณ 6 แสนล้านบาท) หรือคิดเป็นร้อยละ 4.6 เท่านั้น ซึ่งเป็นการเติบโตที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับปี 2024 ที่เติบโตถึงร้อยละ 10.5 ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตที่ลดลงอาจเป็นผลมาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจ ภาวะเศรษฐกิจโลกในช่วงปีดังกล่าว เป็นต้น
มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของ Cross border e-commerce ของจีน ปี 2019-2025

ที่มา: https://mp.weixin.qq.com/
ในปี 2025 จีนมีผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนมากกว่า 180,000 ราย มีนิคมอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนที่จดทะเบียนแล้วมากกว่า 1,600 แห่งทั่วประเทศ และเขตนำร่องอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนแบบครบวงจร (Cross-border E-commerce Comprehensive Pilot Zones) ถึง 181 แห่ง ซึ่งทำให้เกิดรูปแบบการพัฒนาแบบครบวงจรในภาคต่าง ๆ เช่น ภาคตะวันออกอย่างเมืองเซี่ยงไฮ้และหางโจว ภาคกลางอย่างเมืองอู่ฮั่น หูเป่ย และหูหนาน ภาคตะวันตกอย่างเมืองฉงชิ่งและเฉิงตู รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างมณฑลเหลียวหนิงและจี๋หลิน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาด้านการค้าจากยุโรปและสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จีนต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างการส่งออกเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในการค้าโลกไว้ได้ด้วยห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นและครบวงจร
ตลาดเกิดใหม่อย่างประเทศในกลุ่มอาเซียน อาทิ ไทยและเวียดนามได้กลายเป็นตลาดที่สำคัญที่ทดแทนการลดลงของการส่งออกไปสหรัฐฯ ในปี 2025 การนำเข้าและส่งออกของจีนไปยังประเทศที่อยู่ในเส้นทาง Belt and Road Initiative คิดเป็น 23.6 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 118,000 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 สูงกว่าอัตราการเติบโตของการค้าต่างประเทศร้อยละ 2.5 และใน ปี 2025 การนำเข้าและส่งออกโดยรวมของอาเซียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.0 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยประเทศไทยและเวียดนามมีการเติบโตสูงถึงเลขสองหลักที่ร้อยละ 15.1 และร้อยละ 14.3 ตามลำดับ ในส่วนตะวันออกกลางอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ยังคงรักษาอัตราการเติบโตที่คงที่ที่ร้อยละ 6.6
การเปลี่ยนแปลงอัตราการเติบโตของปริมาณการนำเข้าและส่งออกรวมของจีนกับตลาดหลักในปี 2025

ที่มา: https://mp.weixin.qq.com/
ในปัจจุบันจีนยังคงครองตำแหน่งคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียนติดต่อกันเป็นเวลา 17 ปี ในขณะที่อาเซียนยังคงเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของจีนติดต่อกันเป็นเวลา 6 ปี ปัจจุบันการส่งออกอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคประจำวัน ในปี 2025 สินค้าส่งออกอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีน 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) เครื่องแต่งกาย รองเท้าและเครื่องประดับ คิดเป็นร้อยละ 32 2) อุปกรณ์ดิจิทัล อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็นร้อยละ 28 3) เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ครัว และอุปกรณ์ห้องน้ำ คิดเป็นร้อยละ 18 ในเชิงโครงสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภคคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 97.8 ของการส่งออกอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมคิดเป็นเพียง ร้อยละ 2.2 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงเป็นกลุ่มสินค้าหลักสำหรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศของจีน
โครงสร้างสินค้าส่งออกอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีน ปี 2025

ที่มา: https://mp.weixin.qq.com/
นอกจากนี้ จีนก็กำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างสินค้าส่งออกของในกลุ่มสินค้าไฮเอนด์ (High-end products) และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเช่นกัน ในปี 2025 การส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง (High-tech products) ของจีนแตะระดับ 5.25 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 2,625 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งในจำนวนนี้ การส่งออกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ สินค้าสามประเภทใหม่ (新三样产品) ได้แก่ 1) รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานใหม่ 2) แบตเตอรี่ลิเธียม 3) แบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากังหันลม เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.1 และ 48.7 ตามลำดับ ส่งผลให้การเติบโตของการส่งออกโดยรวมเพิ่มขึ้น ทั้งนี้การส่งออกสินค้าภายใต้แบรนด์จีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.9 และส่วนแบ่งของการส่งออกทั้งหมดเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4
ห่วงโซ่อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิตจนถึงผู้บริโภคปลายทาง โดยเริ่มจากด้านอุปทานต้นน้ำที่ประกอบด้วยผู้ผลิตชั้นนำจากแบรนด์ต่างประเทศ อาทิ SHEIN, Anker Innovations และ Zhio Technology ต่อมาที่บริการกลางน้ำมีบริษัทโลจิสติกส์และการชำระเงินข้ามพรมแดน อาทิ Cainiao Network และ Lianlian Pay ด้านตลาดปลายทางมีแพลตฟอร์มการขายชั้นนำ อาทิ Amazon, AliExpress และ TikTok Shop ที่เชื่อมโยงธุรกิจกับผู้บริโภค ซึ่งรูปแบบธุรกิจประกอบด้วย 1) B2B (Business to Business ) อาทิ Alibaba 2) B2C (Business to Customer) อาทิ SHEIN amazon และ AliExpress 3) C2C (Consumer to Consumer) นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนจากแพลตฟอร์มการชำระเงินและโลจิสติกส์ เช่น PayPal, VISA และ Cainiao Network เป็นต้น ซึ่งช่วยเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และผู้บริโภคทั่วโลก
แผนผังห่วงโซ่อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีน

ที่มา: https://mp.weixin.qq.com/
ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน:
ในปัจจุบันการทำธุรกิจผ่านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนกลายเป็นส่วนสำคัญของการขยายธุรกิจทั่วโลก โดยการนำเข้าสินค้าไทยผ่านช่องทางนี้อาจจะเป็นโอกาสที่มีศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการไทยในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้ง่ายและรวดเร็วผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การใช้ช่องทางนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถทดสอบตลาดและความนิยมของสินค้า รวมถึงแนวโน้มผู้บริโภคก่อนที่จะลงทุนในปริมาณมาก นอกจากนี้ แม้ว่าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจะมีข้อดีในการเข้าถึงตลาดใหม่ แต่ผู้ประกอบการยังต้องคำนึงถึงข้อกำหนดทางกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ โดยเฉพาะการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจในระยะยาว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจในการค้าคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนอาจจะพิจารณาการเข้าร่วมงาน International Conference on E-commerce and Internet Engineering (ICEIE) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 10 มิถุนายน 2569 ณ Xiamen International Convention and Exhibition Center เมืองเซี่ยเหมิน ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเตรียมความรู้และทำความเข้าใจกับแนวโน้มใหม่ในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ โดยงานนี้จะมีการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้าข้ามพรมแดน ทั้งในด้านการชำระเงินออนไลน์ โลจิสติกส์ข้ามประเทศ และการตลาดดิจิทัล การเข้าร่วมงานนี้จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาทักษะและความเข้าใจในการทำธุรกิจข้ามพรมแดนในยุคดิจิทัลอย่างเต็มที่
https://www.gov.cn/yaowen/liebiao/202410/content_6983820.htm
https://mp.weixin.qq.com/
https://www.iimedia.cn/c1088
http://www.ganhao.com.cn/
เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
25 มีนาคม 2569