
หอการค้าผู้ผลิตยานยนต์แห่งฟิลิปปินส์ (Chamber of Automotive Manufacturers of the Philippines, Inc. (CAMPI)) คาดว่าการหดตัวของยอดขายรถยนต์ในปี 2569 จะอยู่ในระดับที่น้อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า เนื่องด้วยยอดขายรถยนต์ในเดือนพฤษภาคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2569 สอดคล้องกับแรงหนุนจากการปรับลดราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา
นาย Jose Maria M. Atienza ประธาน CAMPI ระบุว่าก่อนหน้าได้คาดการณ์ยอดขายรถยนต์รวมโดยจะลดลงประมาณร้อยละ 8-10 ในปี 2569 เมื่อเทียบกับปี 2568 อย่างไรก็ตาม ได้มีการปรับประมาณการใหม่โดยคาดการณ์ว่าจะลดลงเพียงร้อยละ 5-8 ทั้งนี้ ในปี 2568 นอกจากนี้ ยอดขายรถยนต์ของฟิลิปปินส์ขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 491,395 คัน โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 จาก 473,842 คัน ในปี 2567
ประธาน CAMPI กล่าวเสริมอีกว่า การปรับประมาณการดังกล่าวมีสาเหตุมาจากยอดขายรถยนต์ในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ประมาณ 33,600 คัน ซึ่งสูงกว่ายอดขายรถยนต์รวมในเดือนเมษายน 2569 ที่ 32,400 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 ในขณะที่ยอดขายในเดือนเมษายน 2569 หดตัวร้อยละ 17 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคม 2569 นอกจากนี้ การปรับลดลงอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น โดยประธาน CAMPI ระบุว่า การคาดการณ์ยอดขายทั้งปีจะขึ้นอยู่กับทิศทางของราคาน้ำมันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงปัจจัยด้านโครงสร้างผลิตภัณฑ์ของค่ายรถยนต์ และภาวะอุปสงค์ - อุปทานในตลาด ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ CAMPI ได้มีการยกเลิกเป้าหมายยอดขายรถยนต์ในปี 2569 ที่ระดับ 500,000 คัน เนื่องจากอุปสงค์ในตลาดที่อ่อนแอลง อันเป็นผลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2569 ยอดขายรถยนต์รวมของฟิลิปปินส์หดตัวร้อยละ 11.8 อยู่ที่ 132,867 คัน จาก 150,654 คัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า นอกจากนี้ แม้ว่ายานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles: EVs) จะยังคงเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตในตลาดในประเทศ อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งตลาดของยานยนต์ EVs ได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 20 ในเดือนพฤษภาคม 2569 จากร้อยละ 35 ในเดือนเมษายน 2569 ทั้งนี้ การปรับลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากข้อจำกัดด้านอุปทานที่ไม่สามารถรองรับความต้องการยานยนต์ประหยัดพลังงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤตราคาน้ำมันได้ โดยประธาน CAMPI เสริมว่าความต้องการของยานยนต์ EVsในเดือนมีนาคม 2569 และเมษายน 2569 อยู่ในระดับสูง ในขณะที่ผู้ผลิตบางรายไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ทันต่อความต้องการ อย่างไรก็ตาม CAMPI ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มยอดขายยานยนต์ EVs ในปี 2569 โดยให้ความเห็นว่า แนวโน้มความต้องการยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งกล่าวเสริมว่า ปัจจุบันนับเป็นช่วงเวลาที่เอื้อต่อการเติบโตของยานยนต์ EVs โดยแนวโน้มยังคงเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2569 ยอดขายยานยนต์ EVs พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 158.9 อยู่ที่ 17,655 คัน จาก 6,820 คัน จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นาง Sharon S. Garin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของฟิลิปปินส์ (Department of Energy : DOE) ระบุว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศเริ่มปรับตัวลดลงใกล้ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งที่ประมาณ 50 - 60 เปโซต่อลิตร
ที่มา: หนังสือพิมพ์ Business World
บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น
สถานการณ์ยอดขายรถยนต์ในฟิลิปปินส์ยังคงมีความผันผวนในระยะสั้น โดยได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อทิศทางของราคาน้ำมันซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อกำลังซื้อในตลาดยานยนต์ ทั้งนี้ Chamber of Automotive Manufacturers of the Philippines, Inc. (CAMPI) ได้ปรับประมาณการยอดขายรถยนต์ปี 2569 ลงเหลือหดตัวร้อยละ 5 – 8 จากเดิมที่คาดว่าจะลดลงร้อยละ 8 – 10 โดยได้ยกเลิกเป้าหมายยอดขายที่ระดับ 500,000 คัน จากอุปสงค์ในตลาดที่อ่อนแอลง ทั้งนี้ ในปี 2568 ตลาดรถยนต์ยังสามารถทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 491,395 คัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 จากปี 2567 สะท้อนภาพรวมตลาดที่ยังคงมีศักยภาพแต่ยังคงมีความผันผวนตามปัจจัยภายนอก เช่น ทิศทางราคาน้ำมัน รวมถึงมาตรการด้านภาษีสรรพสามิต (Excise tax) สำหรับรถกระบะที่มีผลต่อโครงสร้างอุปสงค์ในบางช่วง ขณะเดียวกัน ตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) ยังคงเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตโดดเด่น โดยยอดขายในช่วงสี่เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 158.9 อยู่ที่ 17,655 คัน จาก 6,820 คันในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ยังมีข้อจำกัดด้านอุปทานในบางช่วงแต่แนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งนี้ สินค้ารถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบยังคงเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของไทยไปยังสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยในช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2569 มีมูลค่าการส่งออกรวม 455.64 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 42.07 จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีมูลค่า 786.57 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สะท้อนการชะลอตัวของคำสั่งซื้อในระยะสั้น กล่าวโดยสรุป แม้ตลาดรถยนต์ของฟิลิปปินส์ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่างๆ แต่ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เพื่อรองรับทั้งความผันผวนในระยะสั้นและโอกาสการเติบโตในระยะยาวของตลาดยานยนต์ฟิลิปปินส์