
กระแส Smart Living ของผู้บริโภคจีน ทำให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กอัจฉริยะเติบโต โดยในปี 2025 มีมูลค่า 228,500 ล้านหยวน (1,142,500 ล้านบาท) และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 339,300 ล้านหยวน (1,696,500 ล้านบาท) ภายในปี 2030 จากความต้องการผลิตภัณฑ์อัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน
มูลค่าตลาดอุตสาหกรรมเครื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กอัจฉริยะของจีน ปี 2016-2030

ที่มา: https://www.iimedia.cn/c400/112604.html
ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กอัจฉริยะของจีน (智能小家电) มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นจาก 140,800 ล้านหยวน (704,000 ล้านบาท) ในปี 2020 เป็น 228,500 ล้านหยวน (1,142,500 ล้านบาท) ในปี 2025 คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ ร้อยละ 62.3 การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากการพัฒนาเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในผลิตภัณฑ์ภายในบ้าน รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคจีนที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการยกระดับคุณภาพชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและช่วยลดภาระงานในชีวิตประจำวัน
ตลาดส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กของจีนมีตลาดหลัก 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อังกฤษ เยอรมนี และรัสเซีย โดยมีมูลค่าการส่งออกรวม 83,322 ล้านหยวน (ประมาณ 416,610 ล้านบาท) ในปี 2025 ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ด้วยมูลค่า 42,406 ล้านหยวน (ประมาณ 212,030 ล้านบาท) คิดเป็นประมาณ ร้อยละ 50.9 ของมูลค่าการส่งออกใน 5 ตลาดหลัก รองลงมา ได้แก่ ญี่ปุ่น 12,813 ล้านหยวน (ประมาณ 64,065 ล้านบาท) อังกฤษ 9,901 ล้านหยวน (ประมาณ 49,505 ล้านบาท) เยอรมนี 9,148 ล้านหยวน (ประมาณ 45,740 ล้านบาท) และรัสเซีย 9,055 ล้านหยวน (ประมาณ 45,275 ล้านบาท) โดยตลาดสหรัฐฯ และยุโรปยังคงเป็นตลาดส่งออกสำคัญของจีน เนื่องจากมีความต้องการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีคุณภาพและฟังก์ชันอัจฉริยะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มูลค่าตลาดและตลาดหลักสำคัญในการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กของจีน ปี2025

ที่มา: https://www.iimedia.cn/c400/112604.html
ในปัจจุบัน จีนมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนประมาณ 2 ล้านแห่ง โดยบริษัทมีการกระจุกตัวอยู่ใน มณฑลกวางตุ้ง เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีบริษัทมากกว่า 540,000 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 19.2 ของจำนวนบริษัททั่วประเทศ โดยมีความโดดเด่นด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก อาทิ เครื่องชงกาแฟ เครื่องปั่น เครื่องดูดฝุ่น หม้อทอดไร้น้ำมัน เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ โดยเฉพาะเมืองฝอซาน (佛山) และจงซาน (中山) ที่เป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและมีห่วงโซ่อุปทานครบวงจร รองลงมา ได้แก่ มณฑลหูเป่ย มีบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าประมาณ 230,000 แห่ง มีจุดแข็งด้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับการผลิต รวมถึงชิ้นส่วนและอุปกรณ์ประกอบ จากการมีฐานอุตสาหกรรมการผลิตที่แข็งแกร่ง ขณะที่มณฑลฝูเจี้ยนมีบริษัทประมาณ 200,000 แห่ง โดยมีความโดดเด่นด้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับครัวเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนบุคคล โดยเฉพาะในเมืองเซี่ยเหมิน (厦门) และ เฉวียนโจว (泉州) ที่มีผู้ประกอบการด้านการผลิตและส่งออกจำนวนมาก
TOP 10 มณฑลของจีนที่มีจำนวนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า

ที่มา: https://www.iimedia.cn/c400/112604.html
ตามรายงานของ iimedia research ระบุว่า ปัจจัยที่ผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญมากที่สุดในการเลือกซื้อ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กอัจฉริยะ คือ แบรนด์ที่มีระบบอุปกรณ์เชื่อมต่อกัน อาทิ Mi Home (米家) มีสัดส่วนร้อยละ 38.39 รองลงมา คือ แบรนด์ที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคา สัดส่วนร้อยละ 36.89 และแบรนด์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าหนึ่งโดยเฉพาะ มีสัดส่วน ร้อยละ 35.11 ทั้งนี้ ในปัจจุบันผู้บริโภคจีนให้ความสำคัญกับ การเชื่อมต่อการใช้งานระหว่างอุปกรณ์ภายในแบรนด์เดียวกัน ความคุ้มค่าด้านราคา และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์เฉพาะด้าน ทำให้แบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงอุปกรณ์ภายในบ้านเข้าด้วยกัน มีราคาจับต้องได้ และพัฒนาสินค้าเฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ขณะที่แบรนด์ต่างประเทศระดับพรีเมียมมีความน่าสนใจลดลงเมื่อเทียบกับแบรนด์จีนที่เน้นความคุ้มค่า เทคโนโลยี และการใช้งานที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากกว่า
ปัจจัยที่ผู้บริโภคจีนเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กอัจฉริยะ

ที่มา: https://www.iimedia.cn/c400/112604.html
นอกจากนี้ แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าของจีนได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศจากจุดแข็งด้านนวัตกรรม การพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะ และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในระบบเดียวกัน ตัวอย่างแบรนด์ที่ ประสบความสำเร็จ อาทิ Xiaomi (小米) ซึ่งมีฐานการผลิตในหลายมณฑล เช่น กวางตุ้ง เจ้อเจียง เจียงซู เป็นต้น Midea (美的) มีฐานการผลิตหลักที่เมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง และ Haier (海尔) มีฐานการผลิตหลักที่เมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ขณะที่ Dreame (追觅) และ Roborock (石头) โดดเด่นด้านหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและอุปกรณ์ทำความสะอาดอัจฉริยะ แบรนด์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าของจีนที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา: https://image.baidu.com/
ความเห็นสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน:
ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กอัจฉริยะของจีนมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย การเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายในบ้าน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในชีวิตประจำวัน ประกอบกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของจีนภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 ที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมสีเขียว ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัจฉริยะ (Smart Technologies) และการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรมและการพึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศ
มณฑลฝูเจี้ยน ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อัจฉริยะ โดยมีผู้ประกอบการด้านชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มอเตอร์ เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์ควบคุมอัจฉริยะ รวมถึงผู้รับจ้างผลิต (OEM/ODM) กระจายอยู่ในเมืองสำคัญ อาทิ เซี่ยเหมิน ฝูโจว และเฉวียนโจว ซึ่งสนับสนุนการผลิตสินค้าให้แก่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าของจีนทั้งเพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ และท่าเรือระหว่างประเทศ ทำให้ฝูเจี้ยนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ นอกจากนี้ ในเมืองเซี่ยเหมินยังมีการจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมของทุกปี ภายใต้ชื่อ Xiamen Industry Exposition (厦门工业博览会) เป็นแสดงสินค้าเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมประเภทต่าง ๆ อาทิ เครื่องจักรอุตสาหกรรม อุปกรณ์อัตโนมัติ เครื่องใช้ไฟฟ้า และหุ่นยนต์อัจฉริยะ
ผู้ประกอบไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือมีความสนใจในสินค้าห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าจีน สามารถประสานสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน เพื่อติดต่อเจรจาธุรกิจเพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานการผลิตนี้ หรือการซื้อขายร่วมทุนเพื่อให้ได้เทคโนโลยีการผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยและเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดภายในประเทศและในตลาดนานาชาติ
https://image.baidu.com/
https://www.iimedia.cn/c400/112604.html
https://baijiahao.baidu.com/
เรียบเรียงโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน
16 กรกฎาคม 2569