fb
ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าเครื่องดื่มชูกำลัง (HS Code 2202.10) ในตลาดอียิปต์

ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าเครื่องดื่มชูกำลัง (HS Code 2202.10) ในตลาดอียิปต์

โดย
Terapon
ลงเมื่อ 30 มีนาคม 2569 16:00
สคต. ณ กรุงไคโร (อียิปต์) (TTC, Cairo (Egypt))
4

ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าเครื่องดื่มชูกำลัง (HS Code 2202.10) ในตลาดอียิปต์

 

๑. ภาพรวม

ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในอียิปต์ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่เติบโตเร็วในหมวดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ โดยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข้อมูลจาก StrategyHelix Group ชี้ว่า

  • มูลค่าตลาดในปี 2567-2568อยู่ที่ประมาณ 600–900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • คาดว่าจะเติบโตถึง 1.6–2.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573
  • อัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR)  อยู่ในช่วง 8% – 22% ต่อปี(ขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูล)

ทั้งนี้ การเติบโตดังกล่าวสะท้อนว่าเครื่องดื่มชูกำลังเป็นที่นิยมของตลาดเครื่องดื่มในอียิปต์ และมีอัตราการเติบโตสูงกว่าสินค้า soft drink ทั่วไปอย่างชัดเจน ปัจจัยสนับสนุนหลักของแนวโน้มนี้ ได้แก่ โครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วนวัยหนุ่มสาวสูง  การขยายตัวของชนชั้นกลางและกำลังซื้อ  และการเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางค้าปลีกและออนไลน์ 

เครื่องดื่มชูกำลังในอียิปต์จะมีช่องทางการจัดจำหน่ายหลัก (Distribution Trends) คือ ผ่านร้านค้าปลีก (Offline) ~75–85% และร้านสะดวกซื้อและร้านท้องถิ่น ในขณะที่ E-commerce และ delivery platform เติบโตเร็ว  โดยมีการทำตลาดผ่าน influencer และ social media 

 

๒. มาตรฐานสินค้าและกฎระเบียบการนำเข้าที่ต้องปฏิบัติตาม

๒.๑ อัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง

เนื่องจากไทยและอียิปต์ยังไม่มีการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างกัน การส่งออกเครื่องดื่มชูกำลังจากไทยไปยังอียิปต์ ภายใต้พิกัดศุลกากร HS Code 2202.10 (เครื่องน้ำ รวมถึงน้ำแร่และน้ำอัดลม ที่เติมน้ำตาลหรือสารที่ทำให้หวานอื่นๆ หรือปรุงแต่งกลิ่นรส) จึงต้องใช้อัตราภาษีศุลกากรทั่วไป (Most Favored Nation - MFN) โดยมีรายละเอียดอัตราภาษีและค่าธรรมเนียมที่สำคัญ ดังนี้

ประเภทภาษี

อัตรา

หมายเหตุ

ภาษีศุลกากร (Customs Duty)

60%

คำนวณจากราคา CIF (ราคาสินค้า + ประกัน + ค่าขนส่ง)

ภาษีสรรพสามิต (Schedule Tax)

8%

จัดเป็นสินค้ากลุ่ม Carbonated Drinks/Sweetened Beverages

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

14%

คำนวณจากฐานราคาสินค้าหลังรวมภาษีศุลกากรและสรรพสามิตแล้ว

ค่าธรรมเนียมการพัฒนา[1] (Development Fee)

5% - 10%

เรียกเก็บเพิ่มเติมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของอียิปต์

๒.๒ กฎระเบียบและเอกสารที่สำคัญ

หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารของอียิปต์ (NFSA) ได้ออกข้อกำหนดเฉพาะสำหรับ Caffeinated Energy Drinks (CEDs) ซึ่งมีความเข้มงวดค่อนข้างสูง เช่น

(๑) เกณฑ์ส่วนประกอบทางเคมี

  • ปริมาณคาเฟอีน (Caffeine) ต้องอยู่ระหว่าง 200 - 400 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยหากบรรจุภัณฑ์มีขนาดมากกว่า 250 มล. ปริมาณคาเฟอีนรวมต้องไม่เกิน 180 มิลลิกรัมต่อกระป๋อง/ขวด

  • ส่วนผสมต้องห้าม ห้ามมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ สารนิโคติน หรือสมุนไพรบางชนิดที่มีสรรพคุณทางยาเกินกว่าที่กำหนด

  • น้ำผลไม้ หากมีการผสมน้ำผลไม้ ต้องมีสัดส่วนน้อยกว่า 25% ของส่วนประกอบทั้งหมด

  • ใบรับรองฮาลาล (Halal Certificate) แม้จะเป็นเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ แต่การมีตราฮาลาลที่ได้รับรองจะช่วยให้การทำตลาดในอียิปต์ราบรื่นขึ้น

(๒) การแสดงฉลากสินค้า (Labeling)

  • ภาษา ต้องใช้ภาษาอาหรับบนบรรจุภัณฑ์ (อาจใช้สติกเกอร์ที่ลอกออกไม่ได้ หรือพิมพ์ลงบนบรรจุภัณฑ์โดยตรง)

  • ข้อความเตือน (Mandatory Warnings) ต้องระบุข้อความ "ไม่แนะนำสำหรับเด็ก สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร และผู้ที่มีความไวต่อคาเฟอีน" และ "ห้ามดื่มเกินวันละ กระป๋อง"

  • ห้ามใช้คำบางคำ ห้ามมีคำว่า "Juice" (น้ำผลไม้) หรือ "Water" (น้ำ) ในชื่อสินค้าหลัก และห้ามอ้างสรรพคุณว่าช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกาย (Sports Drink) หรือช่วยเติมความชุ่มชื้น (Hydration)

๒.๓ หน่วยงานที่รับผิดชอบ (Key Authorities)

หน่วยงาน

บทบาทหน้าที่

NFSA (National Food Safety Authority)

ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย การขึ้นทะเบียนบัญชีขาว (White List) สำหรับโรงงานและผู้นำเข้า และตรวจสอบสูตรส่วนผสม

GOEIC (General Organization for Export and Import Control)

ตรวจสอบคุณภาพสินค้า ณ ท่าเรือ และดูแลเรื่องใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (CO)

Egyptian Customs Authority

จัดเก็บภาษีศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)  และค่าธรรมเนียมการพัฒนา (Development Fee)

EOS (Egyptian Organization for Standardization)

กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม (เช่นเดียวกับ มอก. ของไทย) โดยอ้างอิงมาตรฐาน ES 4244/2020 สำหรับเครื่องดื่มชูกำลัง

๒.๔ การขึ้นทะเบียน "NFSA White List" 

การขึ้นทะเบียน "NFSA White List" เปรียบเหมือนการได้ "บัตรผ่าน VIP" สำหรับความปลอดภัยด้านอาหารของอียิปต์ ระบบนี้ถูกนำมาใช้โดยหน่วยงาน National Food Safety Authority (NFSA) ของอียิปต์ เพื่อยกระดับมาตรฐานผู้นำเข้าและผู้ผลิตให้เป็นไปตามเกณฑ์สากล

หากโรงงานผู้ผลิตได้รับการขึ้นทะเบียนในระบบของ NFSA จะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น

  • ลดอัตราการสุ่มตรวจ (Reduced Sampling) จากเดิมที่สินค้าอาจถูกกักเพื่อตรวจแล็บ  100%  จะเหลือเพียงการสุ่มตรวจตามระดับความเสี่ยง  
  • ตรวจปล่อยสินค้าเร็วขึ้น (Fast-track Clearance) สินค้าจะผ่านพิธีการศุลกากรเร็วขึ้น
  • ความน่าเชื่อถือ ผู้นำเข้าในอียิปต์จะให้ความสำคัญกับคู่ค้าที่อยู่ใน  White List มากกว่า เพราะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธสินค้าที่หน้าด่าน

การขึ้นทะเบียนนี้ เป็นความพยายามร่วมกันระหว่างผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าในอียิปต์ โดยผู้นำเข้าอียิปต์จะต้องเป็นผู้เปิดบัญชีและยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนโรงงานผู้ผลิตผ่านระบบออนไลน์ของ NFSA ในขณะที่โรงงานผู้ผลิตจะต้องเตรียมเอกสารรับรองมาตรฐานความปลอดภัยที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานไทย (และต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรืออาหรับ) เพื่อการตรวจสอบ (Documentary Audit)  ทั้งนี้ ในบางกรณี (โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มความเสี่ยงสูง) NFSA อาจส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจโรงงาน หรือใช้ตัวแทนตรวจสอบ (Third-party inspection body) ที่ได้รับการรับรองจาก NFSA เข้าไปตรวจสอบหน้างาน เมื่อผ่านเกณฑ์แล้ว NFSA จะประกาศชื่อโรงงานขึ้นบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ และเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ Nafeza (ระบบศุลกากรดิจิทัล)

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม (Checklist) เช่น ใบรับรองมาตรฐานสากล (HACCP  ISO 22000 หรือ FSSC 22000GMP (Good Manufacturing Practice) โดยต้องมีผลการตรวจประเมินล่าสุด Flow Chart ของการผลิต โดยต้องมีรายละเอียดขั้นตอนการผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบจนถึงการบรรจุขวด/กระป๋อง และ Health Certificate หรือใบรับรองสุขอนามัยที่ออกโดยหน่วยงาน (แล้วแต่กรณีสินค้า)

 

๓. สภาพตลาด (Market Analysis)

๓.๑ พฤติกรรมผู้บริโภค 

  • ชาวอียิปต์มีวัฒนธรรมการบริโภคเครื่องดื่มชูกำลังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลุ่มเป้าหมายกว้างขึ้น ไม่จำกัดเพียงแค่นักกีฬา แต่ขยายไปสู่กลุ่มนักศึกษา (เพื่อช่วยในการอ่านหนังสือคนทำงานกะดึก/พนักงานขับรถ และคนทำงานรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่

  • ผู้บริโภคกว่า 45% เริ่มหันมาดื่มเครื่องดื่มชูกำลังในช่วงเช้า (ก่อน 11.00 .) เพื่อใช้ทดแทนกาแฟในการเริ่มต้นวัน[2]

  • เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อในอียิปต์ ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเลือกแบรนด์ที่คุ้มค่า (Affordability) มากกว่าแบรนด์พรีเมียม โดยเฉพาะแบรนด์ท้องถิ่นหรือแบรนด์ระดับโลกที่ผลิตในประเทศ (เช่น Sting, FURY) จะได้รับความนิยมสูง

  • มีแนวโน้มการมองหาเครื่องดื่มชูกำลังที่น้ำตาลน้อย (Low Sugar) หรือศูนย์แคลอรี รวมถึงการเพิ่มสารสกัดจากธรรมชาติ (Natural Ingredients) มากขึ้นในกลุ่มผู้รักสุขภาพ

๓.๒ สภาพการแข่งขันภายในประเทศ (ผู้เล่นสำคัญในตลาดอียิปต์)

บริษัท

แบรนด์

ข้อมูลวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์

PepsiCo (Rockstar Inc.)

Sting

Sting เป็นผู้นำตลาด (Volume Leader) ครองส่วนแบ่งสูงสุดในปัจจุบัน โดยเน้นราคาที่เข้าถึงง่ายและการตลาดเชิงรุกผ่านคนดังและการโฆษณาทางทีวี

Red Bull GmbH

Red Bull

Red Bull เป็นผู้นำกลุ่มพรีเมียม โดยยังเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์คุณภาพสูง แต่เผชิญกับความท้าทายด้านราคาเมื่อเทียบกับแบรนด์ท้องถิ่นหรือแบรนด์ราคาประหยัด

Coca-Cola HBC

FURY / Monster

แบรนด์ FURY เพิ่งเริ่มเข้ามาแข่งขันโดยตรงกับ  Sting  ในด้านราคา ส่วน Monster  เน้นกลุ่มเป้าหมายนักกีฬาและเกมเมอร์

V7 Benefits LLC

V7

V7 เป็นผู้เล่นใหม่ที่เติบโตเร็ว ประสบความสำเร็จในการเจาะตลาดผ่านนวัตกรรมและบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย

๓.๓ โอกาสในการเข้าสู่ตลาด

  • ตลาดอียิปต์ยังคงมีโอกาสสำหรับเครื่องดื่มในกลุ่ม "Functional Drinks" ที่ไม่ได้ให้แค่พลังงาน แต่เพิ่มคุณสมบัติอื่น ๆ ด้วย เช่น วิตามินสารบำรุงร่างกาย

  • เครื่องดื่มชูกำลังที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์จากไทย (เช่น ลิ้นจี่มะม่วง ผลไม้รวม) อาจมีโอกาสสร้างความแตกต่างจากรสชาติมาตรฐานในตลาด

  • ตลาดกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังขนาดเล็ก (Shots) ที่มีความเข้มข้นสูงกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนทำงานที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว

  • ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อในเครือใหญ่ (เช่น Carrefour หรือ Lulu Hypermarket) กำลังขยายตัวไปยังเมืองรองของอียิปต์ เพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าได้กว้างขึ้น

๓.๔ ความท้าทาย

  • ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของอียิปต์มีการแข่งขันสูง โดยมีแบรนด์ในตลาดเป็นจำนวนมาก ทั้งจากยุโรป อเมริกา และแบรนด์ท้องถิ่นที่มีความได้เปรียบในการกำหนดราคา

  • มีความอ่อนไหวด้านราคา เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและค่าเงินปอนด์อียิปต์ (EGP) ที่ผันผวนส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคานำเข้าและต้นทุนการขนส่ง รวมถึงการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคชาวอียิปต์

  • ภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียมรวมสูงเกือบ 100% (รวมภาษีนำเข้า 60% VAT 14% Excise Tax 8% และค่าธรรมเนียมการพัฒนา) ทำให้การตั้งราคาขายปลีกทำได้ยาก

๓.๕ ข้อควรระวังสำหรับผู้ส่งออกไทย

  • อียิปต์เข้มงวดเรื่องปริมาณคาเฟอีน (ต้องอยู่ระหว่าง 200-400 มก./ลิตร) และห้ามอ้างสรรพคุณเกินจริง เช่น การช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกาย (Sports Performance)

  • ข้อมูลสำคัญต้องพิมพ์ลงบนบรรจุภัณฑ์เป็นภาษาอาหรับ โดยเฉพาะคำเตือนสำหรับสตรีมีครรภ์และผู้แพ้คาเฟอีน

  • ต้องมั่นใจว่าผู้นำเข้าได้รับเลข ACID ก่อนส่งสินค้าออกจากท่าเรือไทย มิเช่นนั้นสินค้าจะถูกส่งกลับหรือทำลายทันที

  • พบกรณีสินค้าปลอมและสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้ได้กับการคุ้มครองด้วย

๓.๖ คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการไทย

  • ควรผลักดันให้โรงงานไทยได้รับการรับรองใน NFSA White List เพื่อลดขั้นตอนการสุ่มตรวจและเร่งการตรวจปล่อยสินค้า

  • การร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายในอียิปต์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประสานงานกับ NFSA และระบบ Nafeza เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

  • หากไม่สามารถสู้ด้วยราคาในขนาดมาตรฐาน (250 มล.) ควรพิจารณาการส่งออกแบบเข้มข้น (Concentrate) เพื่อนำไปเจือจางและบรรจุในประเทศอียิปต์ (Local Bottling) เพื่อลดภาระภาษีนำเข้า

 

๔. งานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องหรือกิจกรรมการตลาดที่ควรเข้าร่วมในอียิปต์ (พ.ศ. ๒๕๖๙)

เดือน/ปี

ชื่องาน/ กิจกรรม

สถานที่

กลุ่มเป้าหมายหลัก

โอกาส

เม.ย. 2569

Cairo International Fair (CIF)

EIEC, 
New Cairo

B2B & B2C (ประชาชนทั่วไป)

ทดสอบการตอบรับรสชาติ (Sampling)  และสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง

พ.ค. 2569

Caféx & Hotelier Expo

EIEC, 
New Cairo

HoReCa (ร้านกาแฟร้านอาหารโรงแรม)

มีโอกาสในการเจรจาเพื่อนำสินค้าวางขายในคาเฟ่และสถานบันเทิงทั่วอียิปต์

มิ.ย. 2569

Fi Africa (Food Ingredients)

EIEC, 

New Cairo

ผู้ผลิต และนักอุตสาหกรรมอาหาร

เหมาะสำหรับการหาพันธมิตรผลิตแบบ  OEM  หรือส่งออกวัตถุดิบเข้มข้น

ต.ค. 2569

HACE - Hotel Expo

EIEC, 

New Cairo

ผู้จัดซื้อกลุ่มโรงแรมและธุรกิจจัดเลี้ยง

เข้าถึงเครือข่ายโรงแรมระดับนานาชาติในอียิปต์และแอฟริกาเหนือ

ธ.ค. 2569

Food Africa 2026

EIEC, 

New Cairo

ผู้นำเข้ารายใหญ่ (B2B)  จากทั่วแอฟริกา

เป็นงานสำคัญที่สุด เน้นการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และหาตัวแทนจำหน่ายหลัก

 

------------------------------------------------------

 

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไคโร

มีนาคม 2569 


 


[1] ค่าธรรมเนียมการพัฒนา (State Resource Development Fee) หรือ "Rasm Al-Tanmiya" เป็นภาษีพิเศษที่อียิปต์เรียกเก็บเพิ่มเติมจากภาษีศุลกากรปกติ เพื่อนำไปใช้เป็นงบประมาณในการพัฒนาทรัพยากรของรัฐ รวมทั้งใช้ควบคุมการนำเข้าสินค้าที่ไม่จำเป็นและเพื่อเพิ่มรายได้หมุนเวียนในประเทศ โดยอัตรานี้อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายเศรษฐกิจรายปีของกระทรวงการคลังอียิปต์ สำหรับเครื่องดื่มชูกำลัง (ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยหรือสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน) จะถูกจัดเก็บอยู่ที่ประมาณ 10% ของราคา CIF ณ ปี 2569

[2] Egypt Energy Drinks Market Size, Share, and Trends Analysis Report ของ Data Bridge Market Research

Share :
Instagram