
ศูนย์วิจัยของสหภาพแรงงานโลหะของตุรกี (BISAM) รายงานข้อมูล ณ เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า สำหรับแรงงานเพียงคนเดียวในตุรกีจำเป็นต้องมีรายได้ขั้นต่ำไม่น้อยกว่าเดือนละ 42,234 ลีร่าตุรกี (ประมาณ 1,020.87 เหรียญสหรัฐฯ) เพื่อให้ครอบคลุมค่าครองชีพพื้นฐาน และหากเปรียบเทียบกับเส้นความยากจนแล้ว ครอบครัวขนาด 4 คน จะต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่า 90,450 ลีร่าตุรกี (ประมาณ 2,186.33 เหรียญสหรัฐฯ) จึงจะสามารถอยู่ได้ ในขณะที่เส้นความอดอยาก (รายจ่ายขั้นต่ำที่จำเป็นสำหรับอาหารที่สมดุล) อยู่ที่ 26,149 ลีร่าตุรกี โดยการคำนวณนี้รวมค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าที่พักอาศัย สุขภาพ การเดินทาง และการศึกษา โดยมีค่าใช้จ่ายอาหารเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 871 ลีร่าตุรกี (ประมาณ 21.05 เหรียญสหรัฐฯ) อัตราค่าครองชีพในตุรกียังคงเพิ่มสูงขึ้นทุกเดือน แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อประจำปีในขณะนี้จะอยู่ที่ร้อยละ 32.95 และมีแนวโน้มลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 15 ในเดือนสิงหาคม ตามข้อมูลจากสมาพันธ์สหภาพการค้าตุรกี (Turk-Is)
อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงเส้นความอดอยากและเส้นความยากจนยังคง เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพนี้ถูกกระทบหนักที่สุดในนครอิสตันบูล โดยค่าครองชีพสำหรับครอบครัวขนาด 4 คน พุ่งขึ้นเป็น 98,735 ลีร่าตุรกี (ประมาณ 2,393 เหรียญสหรัฐฯ) ในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 43.2 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 2,136 ลีร่าตุรกี (ประมาณ 52 เหรียญสหรัฐฯ) หรือ ร้อยละ 2.2 จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งตามรายงานของสำนักงานวางแผนเมืองอิสตันบูล ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่มาจากราคาอาหาร ที่พักอาศัย การขนส่ง และพลังงานที่สูงขึ้น และจำนวนค่าครองชีพใหม่นี้สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำรายเดือนของตุรกีที่ 22,104 ลีร่าตุรกี (ประมาณ 535.83 เหรียญสหรัฐฯ) ถึง 4.5 เท่า และแซงหน้าอัตราเงินเฟ้อทั้งในระดับประเทศและในอิสตันบูล ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 32.9 และ 40.9 ตามลำดับ
ข้อคิดเห็นจากสำนักงานฯ
อิสตันบูลถือเป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุดในตุรกีและในยุโรป และเป็นที่อยู่อาศัยของชาวตุรกีมากกว่า 16 ล้านคน และชาวต่างชาติกว่า 500,000 คน ตามตัวเลขอย่างเป็นทางการ จากรายงานของ Deutsche Bank ธนาคารของเยอรมนีระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มหานครแห่งนี้ได้ประสบกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ติดอันดับเมืองชั้นนำของโลกในแง่ของการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า โดยในช่วงหลายปีมานี้ บรรดานักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนตุรกีต่างให้ความเห็นว่า ตุรกีไม่ได้เป็นหมุดหมายทางการท่องเที่ยวที่ราคาถูกอีกต่อไป ทั้งค่าอาหาร ค่าโรงแรมที่พัก ค่าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ค่าขนส่งสาธารณะต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ตุรกีกำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจอยู่อย่างหนัก ในมิติของประชาชนที่ใช้ชีวิตในตุรกีนั้นก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้คนหันมาใช้มาตรการรัดเข็มขัดกันมากยิ่งขึ้น โดยปัจจัยหลักๆ มาจากค่าครองชีพที่แพงขึ้นหลายเท่าตัวในขณะที่อัตราค่าแรงขั้นต่ำนั้นส่วนทางกับค่าใช้จ่ายประจำที่แต่ละคนต้องเผชิญ ถึงแม้ว่าจะมีรายงานว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศกลับไม่ได้ลดลงตามไปด้วย และที่สำคัญก็คือปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าตุรกีในตอนนี้ได้เริ่มส่งผลชัดเจนขึ้น เมื่อนักศึกษาจบใหม่และแรงงานที่มีคุณภาพของตุรกีเริ่มออกหางานในต่างประเทศมากยิ่งขึ้นอย่างเป็นปรากฏการณ์ โดยเฉพาะสายงานแพทย์ วิศวกรรมและไอที ทำให้นอกจากตุรกีจะต้องพบกับปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่นิ่งแล้ว ปัญหาสมองไหลของคนรุ่นใหม่ก็อาจส่งผลกระทบกับระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาวด้วยเช่นกัน