
ตลาดสินค้ายางรถยนต์ในประเทศแคนาดา
ในปี 2567 ตลาดยางรถยนต์ในประเทศแคนาดามีมูลค่าประมาณ 7.84 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า กลุ่มผู้ผลิตและบริษัทข้ามชาติทั้งระดับโลกและระดับภูมิภาคยังคงลงทุน
ในแคนาดาอย่างต่อเนื่องเพื่อผลิตยางรถยนต์ทั้งสำหรับตลาดผู้ผลิตติดตั้งครั้งแรก (Original Equipment: OE) และตลาดยางทดแทน (Replacement Market) รองรับอัตราการเพิ่มขึ้นของยานพาหนะบนท้องถนน โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์นั่งส่วนบุคคล ยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเบา โดยยานยนต์อเนกประสงค์ประเภท SUV เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตเร็วที่สุดของตลาดยางในแคนาดาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
การคาดการณ์จากงานวิจัยตลาดระบุว่าในช่วงปี 2568–2573 ตลาดยางรถยนต์ของแคนาดาจะเติบโตด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณร้อยละ 4.62 โดยคาดว่าจะมีมูลค่าตลาดสูงถึงประมาณ 10.28 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2573 ซึ่งสะท้อนให้เห็นแนวโน้มความต้องการยางทั้งในส่วนการใช้งานรายบุคคลและเชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น ยางที่มีความสามารถเชื่อมต่อกับระบบ IoT (Internet of Things) และยางที่ออกแบบมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างผลิตภัณฑ์และแนวการแข่งขันของตลาด
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดยางในแคนาดา คือการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรจากนโยบาย Immigration ที่ส่งผลทางตรงและทางอ้อมต่อจำนวนยานพาหนะที่จดทะเบียนใช้งานบนท้องถนน การขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานถนน และการเติบโตของภาคโลจิสติกส์และยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ ทำให้ความต้องการยางที่มีความทนทานสูงและเหมาะสมกับสภาพการใช้งานระยะยาวมีสัดส่วนที่สูงขึ้นในตลาดทั่วไป นอกจากนี้ สภาพภูมิอากาศที่มีฤดูหนาวยาวนานและความเย็นจัดในหลายรัฐ เช่น ควิเบก (Quebec) และออนแทรีโอ (Ontario) ส่งผลให้ความต้องการยางฤดูหนาวและยางทุกสภาพอากาศยังคงสูง และเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนซื้อยางของผู้บริโภคในแต่ละปี โดยเฉพาะในรัฐ Quebec ที่มีกฎหมายบังคับให้รถยนต์ทุกคันจะต้องเปลี่ยนมาใช้ยางฤดูหนาว (ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม – 15 มีนาคม ของแต่ละปี) เพื่อความปลอดภัย และรัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia) บังคับให้รถยนต์ที่วิ่งบน Highway บางสายในรัฐต้องใช้ยางฤดูหนาว ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม- 30 เมษายน ของแต่ละปี
1. ประเภทของยางรถยนต์ในตลาดแคนาดา (Product Segmentation Report)
ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของแคนาดา ยางรถยนต์ถูกจัดแบ่งประเภทตามความเหมาะสมของสภาพอากาศและสมรรถนะการขับขี่ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละฤดูกาล โดยสามารถจำแนกออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้:
1. ยางฤดูหนาว (Winter/Snow Tires) ยางประเภทนี้ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญที่สุดในตลาดแคนาดา โดยเฉพาะในรัฐที่มีกฎหมายบังคับใช้ เช่น ควิเบก และบนทางหลวงบางสายในบริติชโคลัมเบีย ยางฤดูหนาวผลิตจากเนื้อยางสูตรพิเศษที่ยังคงความนุ่มและยืดหยุ่นได้ดีแม้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 7°C พร้อมร่องดอกยาง(Sipes) ที่ลึกและละเอียด เพื่อการยึดเกาะบนพื้นน้ำแข็งและหิมะ ข้อมูลจาก TRAC (Tire and Rubber Association of Canada) ระบุว่ายางประเภทนี้ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความปลอดภัยที่เป็นประเด็นหลัก
2. ยางทุกสภาพอากาศ (All-Weather Tires) เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว (High-Growth Segment) ในตลาดแคนาดา เนื่องจากเป็นยางที่ผสมผสานระหว่างยาง All-Season และ Winter เข้าด้วยกัน จุดเด่นคือมีสัญลักษณ์ 3-Peak Mountain Snowflake (3PMSF) ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐานการขับขี่บนหิมะตามกฎหมาย แต่ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องสลับยางเมื่อเปลี่ยนฤดูกาล เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ในเขตเมืองที่มีการกวาดหิมะบนถนนอย่างสม่ำเสมอ หรือผู้ที่ต้องการความสะดวกสะบายในการลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดเก็บและสลับยาง
3. ยางสำหรับทุกฤดูกาล (All-Season Tires) แม้จะมีชื่อว่า "All-Season" แต่ในบริบทของแคนาดายางประเภทนี้เหมาะสำหรับใช้งานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น (3-Season Tires) เนื้อยางถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อความร้อนได้ดีและรีดน้ำได้ดีในขณะฝนตก อย่างไรก็ตาม เมื่ออุณหภูมิลดต่ำลงกว่าจุดเยือกแข็ง เนื้อยางจะเริ่มแข็งตัวทำให้สูญเสียแรงเสียดทาน ยางประเภทนี้จึงมักเป็นยางมาตรฐานที่ติดมากับรถยนต์ใหม่ (Original Equipment) และนิยมใช้ในพื้นที่ที่มีฤดูหนาวไม่รุนแรง
4. ยางสมรรถนะสูงและยางเฉพาะทาง (Summer & Specialty Tires) กลุ่มนี้ครอบคลุมตั้งแต่ Summer Tires ที่เน้นการยึดเกาะถนนแห้งด้วยความเร็วสูง ซึ่งนิยมในกลุ่มรถสปอร์ตและรถหรูในช่วงฤดูร้อน ไปจนถึงยางกลุ่ม All-Terrain (AT) และ Mud-Terrain (MT) ที่เน้นการใช้งานแบบ Off-road ซึ่งมีความต้องการสูงในพื้นที่แถบชนบทและรัฐทางตะวันตก เช่น รัฐอัลเบอร์ตา (Alberta) นอกจากนี้ยังมีกลุ่มยางนวัตกรรมใหม่
อย่าง EV-Specific Tires ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักมหาศาลของแบตเตอรี่และลดเสียงรบกวนจากการเสียดสีกับพื้นถนน ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นตามยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในแคนาดา
2. ส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์สินค้ายางรถยนต์
การแข่งขันของอุตสาหกรรมตลาดยางรถยนต์ในแคนาดาถูกครอบครองสัดส่วนตลาดโดยผู้ผลิตยางระดับโลกที่มีชื่อเสียง เช่น Michelin, Goodyear, Bridgestone และ Continental โดยแบรนด์เหล่านี้มีส่วนแบ่งตลาดทั้งในกลุ่มยางระดับพรีเมียมและระดับกลาง แข่งขันกันทั้งด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีใหม่ และเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการเป็นปัจจัยหนึ่งที่สร้างแรงกดดันให้ผู้ผลิตต้องลงทุนต่อเนื่องในด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน โดยตลาดยางรถยนต์แคนาดามีผู้ผลิต/แบรนด์หลักครองส่วนแบ่ง ดังนี้
แบรนด์ผู้ผลิต (Brand) | ส่วนแบ่งตลาด | จุดแข็งเชิงกลยุทธ์ |
Michelin | 22% - 25% | เน้นนวัตกรรมยางสำหรับรถ EV และยางฤดูหนาวพรีเมียม (X-Ice Series) |
Bridgestone | 18% - 20% | เครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ และยางตระกูล Blizzak ที่เป็นเจ้าตลาดยางฤดูหนาว |
Goodyear | 15% - 17% | แข็งแกร่งในตลาดยางรถกระบะ (Light Truck) และยาง All-Season |
Continental | 10% - 12% | ผู้นำด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยและยางติดตั้งจากโรงงาน (OE) |
Others (Hankook, Toyo, Sailun) | ~25% | เน้นความคุ้มค่า (Value-for-money) และยางราคาประหยัดจากประเทศแถบเอเชีย |
แหล่งข้อมูล: Tire and Rubber Association of Canada (TRAC) | ||
ในปัจจุบัน โครงสร้างตลาดยางรถยนต์ในแคนาดาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่ม "Big 4" (Michelin, Bridgestone, Goodyear, Continental) อีกต่อไป แต่กำลังเผชิญกับการรุกรานอย่างหนักจากผู้เล่นกลุ่ม Tier 2 และ Tier 3 โดยเฉพาะแบรนด์จากเกาหลีใต้ เช่น Hankook และ Kumho ซึ่งได้สร้างกลยุทธ์เจาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านการทำสัญญายางติดรถยนต์ (Original Equipment - OE) กับค่ายรถยนต์ชั้นนำ ส่งผลให้มีสัดส่วนการเติบโตในตลาดทดแทนสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ ขณะเดียวกัน สภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นในแคนาดาได้ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในกลุ่ม Value Segment ทำให้แบรนด์ยางจากจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น Sailun (จีน) และ Westlake
(แบรนด์จีนที่มีโรงงานผลิตที่จีนและไทยเป็นหลัก และเพิ่งเปิดโรงงานที่เม็กซิโกในปี 2568) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจาก IBISWorld และรายงานการนำเข้าสินค้าชี้ให้เห็นว่า ยางในกลุ่มราคาประหยัด (Budget Tires) มีการขยายตัวของส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 5 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยพื้นฐานในราคาที่ต่ำกว่าแบรนด์พรีเมียมถึงร้อยละ 30-50
3. อุตสาหกรรมการผลิตในประเทศ
อุตสาหกรรมการผลิตยางรถยนต์ภายในแคนาดาปี 2568 มีมูลค่าอยู่ที่ระดับประมาณ 4 พันล้านเหรียญแคนาดา (ประมาณ 92,000 ล้านบาท) โดยเป็นโรงงานผู้ผลิตจากต่างประเทศมาลงทุนในแคนาดาจำนวน 3 บริษัทหลัก ได้แก่ Michelin North America Inc., Goodyear Tire & Rubber Co. และ Bridgestone Americas Inc. โดยโรงงานของ Michelin ในรัฐโนวา สโกเชีย (Nova Scotia) สามารถผลิตยางรถยนต์นั่ง (Passenger Car) และรถอเนกประสงค์ (SUV) ขณะที่ Goodyear มีโรงงานใน Ontario และ Alberta และ Bridgestone มีโรงงานผลิตใน Quebec โรงงานผลิตยางรถยนต์ในแคนาดามุ่งเน้นตอบสนองตลาดภายในประเทศเป็นหลัก ควบคู่กับการส่งออกไปยังตลาดสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลักจากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ขณะที่การส่งออกไปยังยุโรปและตลาดอื่น ๆ เป็นตลาดรอง บทบาทของการผลิตยางรถยนต์ มีความสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนประกอบยานยนต์ในแคนาดา และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์แคนาดาในภาพรวมระยะยาว
| บริษัทผู้ผลิต | ประเทศต้นสังกัด | โรงงานในแคนาดา | ประเภทสินค้ายางรถนยนต์ |
1 | Michelin North America Inc | ฝรั่งเศส | 4 โรงงาน ในเมือง Pictou County, Bridgewater, Waterville (NB), Shawinigan (QC) | Passenger car tire, Light vehicle (SUV) tire, Winter Tire |
2. | Goodyear Tire & Rubber Co. | สหรัฐอเมริกา | 2 โรงงาน ในเมือง Napanee (ON), Medicine Hat (AB) | Passenger Car tire, All season tires, Winter tires |
3. | Bridgestone Americas Inc. | ญี่ปุ่น | 1 โรงงาน ในเมือง Joliette (QC) | Passenger car tire, Light vehicle (SUV) tire (ผลิตยี่ห้อ Bridgestone & Firestone) |
4. ข้อมูลสถิติการนำเข้า-ส่งออกยางรถยนต์ของแคนาดา
4.1 การนำเข้า
4.1.1 แหล่งนำเข้าสินค้ายางรถยนต์ของแคนาดา
แคนาดานำเข้าสินค้ายางรถยนต์ในช่วงมกราคม-กันยายน 2568 จากทั่วโลกมูลค่า 2,947.14 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.30 โดยนำเข้าหลักจากสหรัฐ 1,042.86 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลง ร้อยละ 6.53) จีน 516.14 ล้านเหรียญสหรัฐ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.77) ญี่ปุ่น มูลค่า 284.6 ล้านเหรียญสหรัฐ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.42) ไทยอันดับ 5 มูลค่า 95.79 ล้านเหรียญสหรัฐ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.55)
อันดับ | ประเทศ | ล้านเหรียญสหรัฐ (ม.ค-ก.ย) | % สัดส่วน | ^% (68/67) | ||||
2566 | 2567 | 2568 | 2566 | 2567 | 2568 | |||
รวม | 2,660.49 | 2,825.68 | 2,947.14 | 100.00 | 100.00 | 100.00 | 4.30 | |
1 | สหรัฐอเมริกา | 1,039.35 | 1,115.75 | 1,042.86 | 39.07 | 39.49 | 35.39 | -6.53 |
2 | จีน | 400.93 | 453.67 | 516.14 | 15.07 | 16.06 | 17.51 | 13.77 |
3 | ญี่ปุ่น | 288.76 | 260.1 | 284.6 | 10.85 | 9.20 | 9.66 | 9.42 |
4 | เม็กซิโก | 95.4 | 84.55 | 100.66 | 3.59 | 2.99 | 3.42 | 19.05 |
5 | ไทย | 74.79 | 82.19 | 95.79 | 2.81 | 2.91 | 3.25 | 16.55 |
6 | เวียดนาม | 62.33 | 85.08 | 76.61 | 2.34 | 3.01 | 2.60 | -9.95 |
7 | เกาหลีใต้ | 62.78 | 68.09 | 73.57 | 2.36 | 2.41 | 2.50 | 8.04 |
8 | กัมพูชา | 12.89 | 39.35 | 72.3 | 0.48 | 1.39 | 2.45 | 83.76 |
9 | ฟินแลนด์ | 56.64 | 57.53 | 68.92 | 2.13 | 2.04 | 2.34 | 19.80 |
10 | อินเดีย | 58.41 | 57.37 | 67.75 | 2.20 | 2.03 | 2.30 | 18.10 |
แหล่งข้อมูล: Global Trade Atlas (ข้อมูลล่าสุด ณ เดือน ม.ค. 2569) | ||||||||
แคนาดานำเข้าสินค้ายางรถยนต์ในช่วงมกราคม-ธันวาคม 2567 จากทั่วโลกมูลค่า 3,595.28 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.37 โดยนำเข้าหลักจากสหรัฐ 1,457.44 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว ร้อยละ 6.83 จีน 573.06 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.41 ญี่ปุ่น มูลค่า 338.0 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 8.08 ไทยอันดับ 5 มูลค่า 102.19 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.29
อันดับ | ประเทศ | ล้านเหรียญสหรัฐ (ม.ค-ธ.ค) | % สัดส่วน | ^% (67/66) | ||||
2565 | 2566 | 2567 | 2565 | 2566 | 2567 | |||
รวม | 3,576.24 | 3,444.84 | 3,595.28 | 100.00 | 100.00 | 100.00 | 4.37 | |
1 | สหรัฐอเมริกา | 1,249.96 | 1,364.26 | 1,457.44 | 34.95 | 39.60 | 40.54 | 6.83 |
2 | จีน | 635.26 | 533.5 | 573.06 | 17.76 | 15.49 | 15.94 | 7.41 |
3 | ญี่ปุ่น | 451.16 | 367.74 | 338.01 | 12.62 | 10.67 | 9.40 | -8.08 |
4 | เม็กซิโก | 97.86 | 118.94 | 104.97 | 2.74 | 3.45 | 2.92 | -11.75 |
5 | ไทย | 96.9 | 99.9 | 102.19 | 2.71 | 2.90 | 2.84 | 2.29 |
6 | เวียดนาม | 85.62 | 86.78 | 101.6 | 2.39 | 2.52 | 2.83 | 17.09 |
7 | เยอรมนี | 116.28 | 93.49 | 89.73 | 3.25 | 2.71 | 2.50 | -4.01 |
8 | เกาหลีใต้ | 87.49 | 72.79 | 85.46 | 2.45 | 2.11 | 2.38 | 17.42 |
9 | อินเดีย | 83.42 | 76.09 | 75.29 | 2.33 | 2.21 | 2.09 | -1.05 |
10 | ฟินแลนด์ | 29.61 | 64.46 | 64.9 | 0.83 | 1.87 | 1.81 | 0.69 |
แหล่งข้อมูล: Global Trade Atlas (ข้อมูลล่าสุด ณ เดือน ม.ค. 2569) | ||||||||
4.1.2 ประเภทสินค้ายางรถยนต์ที่แคนาดานำเข้าจากทั่วโลก
ช่วง ม.ค.-ก.ย. 2568
อันดับ | HS Code | สินค้า | ล้านเหรียญสหรัฐ (ม.ค-ก.ย) | % สัดส่วน | ^% | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
2566 | 2567 | 2568 | 2566 | 2567 | 2568 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
4011 | รวม | 2,660.49 | 2,825.68 | 2,947.14 | 100.00 | 100.00 | 100.00 | 4.30 | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
1 | 401110 | ยางรถยนต์นั่ง | 1,173.77 | 1,258.98 | 1,343.24 | 44.12 | 44.55 | 45.58 | 6.69 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
2 | 401120 | ยางรถบรรทุก รถประจำทาง | 879.83 | 938.45 | 937.32 | 33.07 | 33.21 | 31.80 | -0.12 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
3 | 401180 | ยางพาหนะเครื่องจักรขนาดใหญ่/ก่อสร้าง เหมืองแร่ | 366.19 | 395.15 | 418.58 | 13.76 | 13.98 | 14.20 | 5.93 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
4 | 401170 | ยางรถแทรกเตอร์หรือพาหนะทางการเกษตร | 125.12 | 107.12 | 103.38 | 4.70 | 3.79 | 3.51 | -3.50 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
5 | 401190 | ยางประเภทอื่นๆ | 60.54 | 72.67 | 90.19 | 2.28 | 2.57 | 3.06 | 24.12 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
6 | 401130 | ยางสำหรับเครื่องบิน | 26.08 | 23.28 | 22.27 | 0.98 | 0.82 | 0.76 | -4.30 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
7 | 401140 | ยางรถจักรยานยนต์ | 17.49 | 17.27 | 16.86 | 0.66 | 0.61 | 0.57 | -2.40 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
8 | 401150 | ยางรถจักรยาน | 11.46 | 12.78 | 15.31 | 0.43 | 0.45 | 0.52 | 19.81 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
แหล่งข้อมูล: Global Trade Atlas (ข้อมูลล่าสุด ณ เดือน ม.ค. 2569) ช่วง ม.ค.-ธ.ค. 2567
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
4.1.3 ประเภทสินค้ายางรถยนต์ที่แคนาดานำเข้าจากไทย
ช่วงม.ค.-ก.ย. 2568
อันดับ | HS Code | สินค้า | เหรียญสหรัฐ (ม.ค-ก.ย) | % สัดส่วน | ^% | ||||
2566 | 2567 | 2568 | 2566 | 2567 | 2568 | ||||
4011 | รวม | 74,789,304 | 82,185,971 | 95,786,347 | 100.00 | 100.00 | 100.00 | 16.55 | |
1 | 401110 | ยางรถยนต์นั่ง | 32,878,179 | 40,307,041 | 42,584,847 | 43.96 | 49.04 | 44.46 | 5.65 |
2 | 401120 | ยางรถบรรทุก รถประจำทาง | 30,443,437 | 29,692,565 | 37,500,707 | 40.71 | 36.13 | 39.15 | 26.30 |
3 | 401130 | ยางสำหรับเครื่องบิน | 6,938,070 | 7,971,720 | 6,715,121 | 9.28 | 9.70 | 7.01 | -15.76 |
4 | 401190 | ยางประเภทอื่นๆ | 1,610,931 | 1,853,313 | 3,969,987 | 2.15 | 2.26 | 4.14 | 114.21 |
5 | 401150 | ยางรถจักรยาน | 1,129,355 | 644,132 | 2,054,238 | 1.51 | 0.78 | 2.14 | 218.92 |
6 | 401180 | ยางพาหนะเครื่องจักรขนาดใหญ่/ก่อสร้าง เหมืองแร่ | 1,303,625 | 1,133,815 | 1,745,061 | 1.74 | 1.38 | 1.82 | 53.91 |
7 | 401140 | ยางรถจักรยานยนต์ | 323,507 | 493,066 | 1,062,636 | 0.43 | 0.60 | 1.11 | 115.52 |
8 | 401170 | ยางรถแทรกเตอร์หรือพาหนะทางการเกษตร | 162,200 | 90,318 | 153,750 | 0.22 | 0.11 | 0.16 | 70.23 |
แหล่งข้อมูล: Global Trade Atlas (ข้อมูลล่าสุด ณ เดือน ม.ค. 2569) | |||||||||
ช่วงม.ค.-ธ.ค. 2567
อันดับ | HS Code | สินค้า | ล้านเหรียญสหรัฐ (ม.ค-ธ.ค) | % สัดส่วน | ^% | ||||
2565 | 2566 | 2567 | 2565 | 2566 | 2567 | ||||
4011 | รวม | 96.9 | 99.9 | 102.19 | 100.00 | 100.00 | 100.00 | 2.29 | |
1 | 401110 | ยางรถยนต์นั่ง | 32.15 | 43.53 | 50.14 | 33.18 | 43.58 | 49.06 | 15.17 |
2 | 401120 | ยางรถบรรทุก รถประจำทาง | 48.99 | 39.74 | 36.25 | 50.56 | 39.78 | 35.48 | -8.78 |
3 | 401130 | ยางสำหรับเครื่องบิน | 4.94 | 10.46 | 10.03 | 5.10 | 10.47 | 9.82 | -4.08 |
4 | 401190 | ยางประเภทอื่นๆ | 2.83 | 2.62 | 2.72 | 2.92 | 2.62 | 2.66 | 3.78 |
5 | 401180 | ยางพาหนะเครื่องจักรขนาดใหญ่/ก่อสร้าง เหมืองแร่ | 4.51 | 1.54 | 1.54 | 4.66 | 1.54 | 1.50 | -0.29 |
6 | 401150 | ยางรถจักรยาน | 2.38 | 1.35 | 0.8 | 2.45 | 1.35 | 0.78 | -40.64 |
7 | 401140 | ยางรถจักรยานยนต์ | 0.78 | .46 | 0.61 | 0.81 | 0.46 | 0.60 | 32.34 |
8 | 401170 | ยางรถแทรกเตอร์หรือพาหนะทางการเกษตร | 0.3 | 0.2 | 0.1 | 0.31 | 0.20 | 0.10 | -48.10 |
แหล่งข้อมูล: Global Trade Atlas (ข้อมูลล่าสุด ณ เดือน ม.ค. 2569) | |||||||||
4.2 การส่งออก
4.2.1 ตลาดส่งออกของแคนาดา
แคนาดาส่งออกสินค้ายางรถยนต์ระหว่างมกราคม-กันยายน 2568 มูลค่า 1,516.06 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 โดยส่งออกหลักไปยังสหรัฐอเมริกา มูลค่า 1,472.86 (ขยายตัวร้อยละ 3.10) สัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 97.15 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด รองลงมาได้แก่ เม็กซิโก 32.26 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลงร้อยละ 17.95) ฝรั่งเศส มูลค่า 3.22 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลงร้อยละ 33.39)
อันดับ | ประเทศ | ล้านเหรียญสหรัฐ (ม.ค-ก.ย) | % สัดส่วน | ^% (68/67) | ||||
2566 | 2567 | 2568 | 2566 | 2567 | 2568 | |||
รวม | 1,348.15 | 1,479.13 | 1,516.06 | 100.00 | 100.00 | 100.00 | 2.50 | |
1 | สหรัฐอเมริกา | 1,296.33 | 1,428.52 | 1,472.86 | 96.16 | 96.58 | 97.15 | 3.10 |
2 | เม็กซิโก | 41.63 | 39.32 | 32.26 | 3.09 | 2.66 | 2.13 | -17.95 |
3 | ฝรั่งเศส | 3.58 | 4.83 | 3.22 | 0.27 | 0.33 | 0.21 | -33.39 |
4 | บราซิล | 0.08 | 0.17 | 1.46 | 0.01 | 0.01 | 0.10 | 777.81 |
5 | ออสเตรเลีย | 0.67 | 0.27 | 1.35 | 0.05 | 0.02 | 0.09 | 395.07 |
6 | กานา | 0.04 | 0.16 | 0.93 | 0.00 | 0.01 | 0.06 | 496.74 |
7 | เยอรมนี | 0.45 | 0.36 | 0.89 | 0.03 | 0.02 | 0.06 | 149.45 |
8 | เบลเยี่ยม | 0.46 | 0.41 | 0.76 | 0.03 | 0.03 | 0.05 | 85.64 |
9 | กินี | 0.01 | 0.01 | 0.18 | 0.00 | 0.00 | 0.01 | 1,259.55 |
10 | ฟินแลนด์ | 0.08 | 0.08 | 0.18 | 0.01 | 0.01 | 0.01 | 112.22 |
แหล่งข้อมูล: Global Trade Atlas (ข้อมูลล่าสุด ณ เดือน ม.ค. 2569) | ||||||||
แคนาดาส่งออกสินค้ายางรถยนต์ระหว่างมกราคม-ธันวาคม 2567 มูลค่า 1,974.76 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.98 โดยส่งออกหลักไปยังสหรัฐอเมริกามูลค่า 1,910.11 เหรียญสหรัฐ (ขยายตัวร้อยละ 9.60) สัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 96.73 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด รองลงมาได้แก่ เม็กซิโก 51.98 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลงร้อยละ 6.70) ฝรั่งเศส มูลค่า 5.36 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลงร้อยละ 8.46) ตามลำดับ
อันดับ | ประเทศ | ล้านเหรียญสหรัฐ (ม.ค-ธ.ค) | % สัดส่วน | ^% (68/67) | ||||
2565 | 2566 | 2567 | 2565 | 2566 | 2567 | |||
รวม | 1,696.64 | 1,812.09 | 1,974.76 | 100.00 | 100.00 | 100.00 | 8.98 | |
1 | สหรัฐอเมริกา | 1,638.91 | 1,742.78 | 1,910.11 | 96.60 | 96.17 | 96.73 | 9.60 |
2 | เม็กซิโก | 45.95 | 55.72 | 51.98 | 2.71 | 3.07 | 2.63 | -6.70 |
3 | ฝรั่งเศส | 3.96 | 4.95 | 5.36 | 0.23 | 0.27 | 0.27 | 8.46 |
4 | จีน | 0.37 | 0.66 | 2.47 | 0.02 | 0.04 | 0.12 | 273.26 |
5 | ญี่ปุ่น | 2.1 | 1.39 | 0.56 | 0.12 | 0.08 | 0.03 | -59.44 |
6 | เบลเยี่ยม | 0.66 | 0.52 | 0.52 | 0.04 | 0.03 | 0.03 | -1.07 |
7 | เยอรมนี | 0.36 | 0.49 | 0.5 | 0.02 | 0.03 | 0.03 | 1.65 |
8 | ลัตเวีย | - | - | 0.34 | 0.00 | 0.00 | 0.02 | 35,927.38 |
9 | ออสเตรเลีย | 1.52 | 0.99 | 0.34 | 0.09 | 0.05 | 0.02 | -66.08 |
10 | กานา | 0.21 | .06 | 0.3 | 0.01 | 0.00 | 0.02 | 401.99 |
แหล่งข้อมูล: Global Trade Atlas (ข้อมูลล่าสุด ณ เดือน ม.ค. 2569) | ||||||||
4.2.2 ประเภทสินค้ายางรถยนต์ที่แคนาดาส่งออกไปทั่วโลก
ช่วงม.ค.-ก.ย. 2568
อันดับ | HS Code | สินค้า | เหรียญสหรัฐ (ม.ค-ก.ย) | % สัดส่วน | ^% | ||||
2566 | 2567 | 2568 | 2566 | 2567 | 2568 | ||||
4011 | รวม | 1,348.15 | 1,479.13 | 1,516.06 | 100.00 | 100.00 | 100.00 | 2.50 | |
1 | 401120 | ยางรถบรรทุก รถประจำทาง | 740.1 | 787.72 | 782.85 | 54.90 | 53.26 | 51.64 | -0.62 |
2 | 401110 | ยางรถยนต์นั่ง | 547.83 | 631.49 | 670.09 | 40.64 | 42.69 | 44.20 | 6.11 |
3 | 401180 | ยางพาหนะเครื่องจักรขนาดใหญ่/ก่อสร้าง เหมืองแร่ | 37.25 | 44.29 | 34.78 | 2.76 | 2.99 | 2.29 | -21.48 |
4 | 401190 | ยางประเภทอื่นๆ | 13.35 | 8.21 | 16.97 | 0.99 | 0.56 | 1.12 | 106.54 |
5 | 401170 | ยางรถแทรกเตอร์หรือพาหนะทางการเกษตร | 5.57 | 4.09 | 5.7 | 0.41 | 0.28 | 0.38 | 39.53 |
6 | 401150 | ยางรถจักรยาน | 2.1 | 1.79 | 3.57 | 0.16 | 0.12 | 0.24 | 99.83 |
7 | 401130 | ยางสำหรับเครื่องบิน | .96 | .9 | 1.2 | 0.07 | 0.06 | 0.08 | 33.67 |
8 | 401140 | ยางรถจักรยานยนต์ | .99 | .63 | .89 | 0.07 | 0.04 | 0.06 | 41.68 |
แหล่งข้อมูล: Global Trade Atlas (ข้อมูลล่าสุด ณ เดือน ม.ค. 2569) | |||||||||
ช่วงม.ค.-ธ.ค. 2567
อันดับ | HS Code | สินค้า | ล้านเหรียญสหรัฐ (ม.ค-ธ.ค) | % สัดส่วน | ^% | ||||
2565 | 2566 | 2567 | 2565 | 2566 | 2567 | ||||
4011 | รวม | 1,696.64 | 1,812.09 | 1,974.76 | 100.00 | 100.00 | 100.00 | 8.98 | |
1 | 401120 | ยางรถบรรทุก รถประจำทาง | 920.94 | 1,000.64 | 1,053.8 | 54.28 | 55.22 | 53.36 | 5.31 |
2 | 401110 | ยางรถยนต์นั่ง | 694.87 | 729.05 | 845.57 | 40.96 | 40.23 | 42.82 | 15.98 |
3 | 401180 | ยางพาหนะเครื่องจักรขนาดใหญ่/ก่อสร้าง เหมืองแร่ | 53.11 | 53.04 | 52.8 | 3.13 | 2.93 | 2.67 | -0.44 |
4 | 401190 | ยางประเภทอื่นๆ | 14.63 | 17.31 | 12.39 | 0.86 | 0.96 | 0.63 | -28.44 |
5 | 401170 | ยางรถแทรกเตอร์หรือพาหนะทางการเกษตร | 2.88 | 6.94 | 5.02 | 0.17 | 0.38 | 0.25 | -27.54 |
6 | 401150 | ยางรถจักรยาน | 7.45 | 2.46 | 3.12 | 0.44 | 0.14 | 0.16 | 26.94 |
7 | 401130 | ยางสำหรับเครื่องบิน | .82 | 1.54 | 1.31 | 0.05 | 0.09 | 0.07 | -15.05 |
8 | 401140 | ยางรถจักรยานยนต์ | 1.93 | 1.12 | .75 | 0.11 | 0.06 | 0.04 | -33.17 |
แหล่งข้อมูล: Global Trade Atlas (ข้อมูลล่าสุด ณ เดือน ม.ค. 2569) | |||||||||
5. กฎระเบียบการนำเข้ายางรถยนต์ (Import Regulations) ของแคนาดา
ขั้นตอนการนำเข้ายางรถยนต์สู่ประเทศแคนาดาเป็นกระบวนการที่อยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานรัฐบาลหลายระดับ ได้แก่ หน่วยงาน Transport Canada และหน่วยงาน Canada Border Services Agency (CBSA) หรือศุลกากร ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้มีหน้าที่กำหนดและตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้มีความสำคัญต่อความปลอดภัยบนท้องถนนและการคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานที่ยอมรับได้ในระดับสากล โดยเฉพาะยางสำหรับยานพาหนะที่ใช้บนถนนสาธารณะทุกประเภท
ภายใต้มาตรฐาน Canadian Motor Vehicle Tire Safety Regulations (SOR/2013-198) ซึ่งกำหนดภายใต้กฏหมาย Motor Vehicle Safety Act การนำเข้ายางที่ออกแบบมาใช้บนท้องถนนทุกประเภท เช่น ยางรถยนต์นั่ง รถบรรทุกขนาดเล็กและกลาง หรือยางที่ใช้สำหรับพาณิชย์ จะต้องมีเอกสารประกอบการนำเข้าดังนี้
1. เอกสารรับรองความสอดคล้องด้านความปลอดภัย (Safety Compliance Documents) - เป็นเอกสารสำคัญที่สุดภายใต้มาตรฐาน SOR/2013-198 ที่รับรองมาตรฐานความปลอดภัย (Compliance Declaration / Certification) ซึ่งต้องจัดทำโดยผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าที่ได้รับมอบอำนาจอย่างเป็นทางการ เอกสารนี้มีหน้าที่รับรองว่ายางที่นำเข้าได้ถูกออกแบบ ผลิต และทดสอบให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ Canadian Motor Vehicle Tire Safety Regulations และ Motor Vehicle Safety Act อย่างครบถ้วน ในเอกสารนี้ จะต้องระบุข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิตหรือผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจ รายละเอียดของยาง เช่น ประเภทยาง ขนาด รุ่น และช่วงเวลาการผลิต รวมถึงคำรับรองอย่างชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยที่บังคับใช้ในประเทศแคนาดา ซึ่งเอกสารนี้ ในเชิงปฏิบัติหมายถึงการอนุญาตให้ผู้ผลิตสามารถใช้เครื่องหมายรับรองความปลอดภัยแห่งชาติของแคนาดา (National Safety Mark: NSM) พิมพ์บนสินค้า (บนแก้มยาง) ที่เป็นสัญลักษณ์รูปใบเมเปิล (Maple Leaf) ซึ่งจะมีรหัสของบริษัทผู้ผลิตหรือเครื่องหมาย DOT (Department of Transport) ที่ได้รับการยอมรับเทียบเท่า ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยยางรถยนต์ในสหรัฐอเมริกา หรือมาตรฐานญี่ปุ่น (JIS-Japanese Industrial Standard)
![]() | |||
![]() | |||
2. เอกสารสำแดงการนำเข้า (Importer’s Declaration) - ผู้นำเข้าจะต้องจัดทำเอกสารสำแดงการนำเข้า (Declaration of Importation) ซึ่งเป็นเอกสารที่ใช้ยื่นต่อ CBSA ณ จุดผ่านพิธีการศุลกากร เอกสารนี้จะต้องระบุชื่อผู้นำเข้า ที่อยู่ในแคนาดา หมายเลขธุรกิจ (Business Number) รายละเอียดของสินค้า จำนวน และวัตถุประสงค์การนำเข้า รวมถึงคำรับรองว่าผู้นำเข้าได้ตรวจสอบและมั่นใจว่าสินค้าเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนด เอกสารนี้ถือเป็นหลักฐานทางกฎหมาย หากพบว่าสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
ผู้นำเข้าจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง
3. เอกสารการทดสอบและรายงานทางเทคนิค (Test Reports/Technical Documents) - แม้ว่ากฎหมายจะไม่กำหนดให้ต้องยื่นรายงานผลการทดสอบทุกครั้ง ณ ด่านศุลกากร แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจำเป็นต้องมี รายงานการทดสอบทางเทคนิค (Test Reports) เก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแสดงต่อ Transport Canada เมื่อมีการตรวจสอบภายหลัง (post-import compliance audit) ซึ่งรายงานดังกล่าวควรแสดงผลการทดสอบด้านสมรรถนะและความปลอดภัยของยาง เช่น ความทนทาน ความสามารถในการรับน้ำหนัก ความเร็วสูงสุดที่รองรับ การยึดเกาะถนน และคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศหนาวเย็น รายงานควรจัดทำโดยห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานสากล และต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดของแคนาดาหรือมาตรฐานที่แคนาดายอมรับ
4. เอกสารฉลากและข้อมูลบนผลิตภัณฑ์ (Labeling and Marking Information) - ยางรถยนต์ที่นำเข้าเพื่อจำหน่ายในแคนาดาต้องมีข้อมูลที่แสดงบนตัวยางอย่างชัดเจนและถาวร โดยข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามกฎหมาย เอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับฉลากและเครื่องหมายบนยางควรแสดงว่ามีการระบุขนาดยาง ดัชนีรับน้ำหนัก ดัชนีความเร็ว วันที่ผลิต และเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ การสื่อสารข้อมูลกับผู้บริโภคในแคนาดาต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านภาษา โดยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและการใช้งาน จะต้องเป็นภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายด้านภาษาทางการของแคนาดา
5. เอกสารศุลกากรและเอกสารการค้า (Customs and Commercial Documents) - นอกเหนือจากเอกสารด้านความปลอดภัยแล้ว การนำเข้ายางยังต้องใช้เอกสารศุลกากรและเอกสารการค้าทั่วไป ได้แก่ ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice) ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading หรือ Air Waybill) และใบแสดงรายการสินค้าเพื่อศุลกากร เอกสารเหล่านี้ใช้สำหรับการประเมินมูลค่าสินค้า การคำนวณภาษีศุลกากร และภาษีสินค้าและบริการ (GST/HST) ในกรณีที่ยางนำเข้าจากประเทศไทย ผู้นำเข้าอาจต้องใช้ ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามความตกลงทางการค้าที่แคนาดาเป็นภาคี
อัตราภาษีนำเข้าสินค้ายางรถยนต์
HS Code | สินค้า | อัตราภาษีนำเข้า | |
ไทย (MFN) | ประเทศคู่แข่ง | ||
4011.10 | ยางรถยนต์นั่ง | 7% | USMCA, CPTTP, FTA = 0% GPT = 7% |
4011.20 | ยางรถบรรทุก รถประจำทาง | 7% | USMCA, CPTTP, FTA = 0% GPT = 7% |
4011.30 | ยางสำหรับเครื่องบิน | 0% | 0% |
4011.40 | ยางรถจักรยานยนต์ | 0% | 0% |
4011.50 | ยางรถจักรยาน | 0% | 0% |
4011.70 | ยางรถแทรกเตอร์หรือพาหนะทางการเกษตร | 0% | 0% |
4011.70.90 | ยางรถแทรกเตอร์หรือพาหนะทางการเกษตร (อื่นๆ) | 6.5% | USMCA, CPTTP, FTA = 0% GPT = 6.5% |
4011.80 | ยางพาหนะเครื่องจักรขนาดใหญ่/ก่อสร้าง เหมืองแร่ | 0% | 0% |
| ยางพาหนะเครื่องจักรขนาดใหญ่/ก่อสร้าง เหมืองแร่ (อื่นๆ) | 0% | USMCA, CPTTP, FTA = 0% GPT = 6.5% |
4011.90.10.00 | ยางประเภทอื่นๆ ใช้ในเครื่องไฟฟ้า (HS8424.82) เครื่องขุดและเครื่องขนย้าย (HS8429.30/HS8430.69) เครื่องจักรทำสวน (HS8432/HS8433) | 0% | 0% |
4011.90.90.00 | ยางประเภทอื่นๆ | 6.5% | USMCA, CPTTP, FTA = 0% GPT = 6.5% |
แหล่งข้อมูล: Canada Border Service Agency (CBSA) | |||
6. พฤติกรรมผู้บริโภคและทิศทางแนวโน้มตลาดยางรถยนต์
จากข้อมูลเชิงพฤติกรรมผู้บริโภคที่รวบรวมโดย Tire and Rubber Association of Canada (TRAC) ในช่วงปี 2567-2568 สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นปัจจัยหลักท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน โดยข้อมูลจากสมาคม TRAC พบว่าผู้ขับขี่กว่าร้อยละ 78 เลือกติดตั้งยางฤดูหนาว ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคกว่าร้อยละ 73 ตระหนักว่าสภาพอากาศที่รุนแรงทำให้ยางประเภทนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจมากขึ้น โดยดัชนีราคายางรถยนต์และค่าบริการติดตั้งปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 1.5 ตามข้อมูลจาก Statistics Canada ส่งผลให้ผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ถึงร้อยละ 30 มีแนวโน้มชะลอการเปลี่ยนยางใหม่เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ในปี 2568
นอกจากนี้ ตลาดแคนาดายังมีทิศทางขยายตัวในกลุ่มยางสำหรับรถยนต์ SUV และรถกระบะ ซึ่งเป็นกลุ่มรถที่มียอดจำหน่ายสูงในประเทศ ควบคู่ไปกับการเติบโตของยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ผู้บริโภคเริ่มมองหาคุณสมบัติเฉพาะด้านความทนทานและการประหยัดพลังงาน ขณะเดียวกัน ยางประเภท All-Weather (ที่ใช้งานได้ดีทั้งปีรวมถึงหน้าหนาว) กำลังกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มค่าและลดความยุ่งยากในการสลับยาง สภาวะตลาดในปัจจุบันจึงเป็นการขับเคี่ยวระหว่างการรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดกับการปรับตัวตามค่าครองชีพที่สูงขึ้นของผู้บริโภค
7. ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการแข่งขันในตลาดแคนาดา (Key Competitive Drivers)
![]()
การแข่งขันในตลาดแคนาดาถูกขับเคลื่อนด้วย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า EV, การเปลี่ยนผ่านของประเภทยาง และความยั่งยืน โดยเฉพาะการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าที่ทำให้ผู้ผลิตต้องเร่งพัฒนา EV-Specific Tires เนื่องจากรถ EV มีน้ำหนักตัวรถ (Kerb/Curb Weight) มากกว่ารถสันดาปน้ำมันประมาณร้อยละ 20-30 และมีแรงบิดสูงทันทีที่ออกตัว แบรนด์ระดับพรีเมียมจึงต้องชูเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนและความทนทานของโครงสร้างยาง เช่น ซีรีส์ Pilot Sport EV ของ Michelin นอกจากนี้ ยังมีเทรนด์การเปลี่ยนผ่านจากยาง All-Season ไปสู่ยาง All-Weather (ยางที่ใช้งานได้ทุกสภาพอากาศและมีตราสัญลักษณ์ 3-Peak Mountain Snowflake) ซึ่งกำลังกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมในรัฐที่มีหิมะไม่หนาแน่นนัก เนื่องจากผู้บริโภคต้องการลดความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายในการสลับยางทุก 6 เดือน ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของ TRAC ที่ระบุว่าความต้องการยางที่รองรับสภาพอากาศหนาวเย็นนั้นยังคงเป็นปัจจัยตัดสินใจซื้ออันดับหนึ่ง (ร้อยละ 78 ของผู้ขับขี่) ขณะเดียวกันก็ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น
ปัจจุบัน ความยั่งยืนและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainability & Green Innovation) กลายเป็นสมรภูมิใหม่ของการแข่งขันเชิงกลยุทธ์ ผู้ผลิตรายใหญ่ต่างเร่งลงทุนในการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อผลิตยางที่มี Low Rolling Resistance (แรงเสียดทานต่ำ) ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้ทั้งในรถยนต์ใช้น้ำมันและรถ EV ข้อมูลจากรายงานความยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระบุเป้าหมายการใช้วัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุชีวภาพ (Bio-based materials) ให้ถึงร้อยละ 40-50 ภายในปี 2573 เนื่องจากแรงกดดันด้านกฎระเบียบสิ่งแวดล้อมในแคนาดาและการตื่นตัวของผู้บริโภค ทำให้แบรนด์ที่ไม่สามารถนำเสนอนวัตกรรม "ยางสีเขียว" อาจสูญเสียความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว
8. โอกาสทางการตลาดและข้อแนะนำ
กลุ่มสินค้า Value-for-Money: ผู้บริโภคชาวแคนาดากว่าร้อยละ 30 อ่อนไหวต่อราคา ยางรถยนต์
แบรนด์ไทยที่สามารถกำหนดระดับราคาได้ต่ำกว่าแบรนด์ระดับพรีเมียมจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป ขณะเดียวกันยังคงรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพตามเกณฑ์สากล จะมีศักยภาพสูงในการเข้าสู่ตลาดและขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศแคนาดา
การเติบโตของยางรถยนต์ไฟฟ้า (EV Tires): รัฐบาลแคนาดาได้กำหนดเป้าหมายให้รถยนต์ใหม่อย่างน้อยร้อยละ 20 ที่จำหน่ายตั้งแต่ปีโมเดล 2569 เป็นรถยนต์ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero-Emission Vehicles: ZEV) แม้ว่าการบังคับใช้อาจมีความเป็นไปได้ที่จะถูกปรับหรือเลื่อนในทางปฏิบัติ แต่ทิศทางนโยบายดังกล่าวได้ส่งสัญญาณชัดเจนถึงการเพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้าในตลาด ส่งผลให้ความต้องการยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งต้องมีคุณสมบัติทนทานต่อแรงบิดสูงและมีแรงเสียดทานต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ยาง All-Weather: เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพทางการตลาดสูง เนื่องจากตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการลดต้นทุนและความยุ่งยากในการเปลี่ยนยางตามฤดูกาล ขณะเดียวกันยังรักษามาตรฐานความปลอดภัยสำหรับสภาพอากาศหนาว ส่งผลให้เกิดโอกาสในการขยายยอดขายและส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง
มกราคม 2569
สคต. โทรอนโต