1. สถานการณ์เศรษฐกิจ
- ธนาคารกลางออสเตรเลียปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 4.35 ในเดือนพฤษภาคมและมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มอีกในเดือนมิถุนายนเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อตลอดทั้งปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6 ผลจากวิกฤตราคาน้ำมันโลก ปัจจุบันออสเตรเลียดำเนินมาตรการควบคุมการใช้น้ำมันในประเทศภายใต้แผน National Fuel Security ระยะ 2 ซึ่งเป็นระยะที่ช่วยให้เศรษฐกิจออสเตรเลียดำเนินการต่อไปได้แม้ว่าจะได้รับแรงกดดันด้านอุปทานน้ำมัน ซึ่งเป็นระดับที่น้ำมันเชื้อเพลิงยังมีใช้ได้แพร่หลายแต่ระบบเศรษฐกิจขาดสภาพคล่อง รัฐบาลทำหน้าที่ตรวจสอบระดับน้ำมันในสต็อก เร่งจัดหาแหล่งน้ำมันเพิ่มเติม กระจายสินค้าและติดตามการไหลเวียนของน้ำมันเชื้อเพลิงภายในระบบเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด รวมถึงการรักษาเสถียรภาพทั้งอุปทานและราคาในตลาด โดยในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลกลางจัดหาน้ำมันดีเซลเพื่อนำเข้าเพิ่มเติมจากเกาหลีใต้ บรูไนและมาเลเซีย รวมทั้งสิ้น 8 ลำ (น้ำมันดีเซล 450 ล้านลิตรและน้ำมันเครื่องบิน 50 ล้านลิตร) จะมาถึงออสเตรเลียในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมหรือต้นเดือนมิถุนายน 2569 รวมถึงการหาซื้อปุ๋ย 250,000 ตันจากอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงเรียกร้องให้ประชาชนซื้อเท่าที่จำเป็นและหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันโดยไม่จำเป็น ในช่วงที่รัฐบาลเร่งจัดหาแหล่งน้ำมันจากพันธมิตรเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เพียงพอและสามารถใช้มาตรการควบคุมน้ำมันให้อยู่ในระยะ 2 ต่อไปจนกว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิด ท่ามกลางการประกาศถอนตัวออกจาก OPEC (Organization of Petroleum Exporting Countries) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม เพื่ออิสรภาพในการผลิตและส่งออกน้ำมัน คาดว่า หากมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซราคาน้ำมันโลกจะลดลง
2. สถานการณ์การค้าภาพรวมของออสเตรเลีย [1]
ปี 2569 เดือนมกราคม-มีนาคม การส่งออกสินค้าของออสเตรเลีย มีมูลค่า 89,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 12.11) เป็นการส่งออกสินแร่และหัวแร่เหล็ก (ร้อยละ 26.24) ถ่านหินบิทูมินัส (ร้อยละ 25.11) ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป (ร้อยละ 17.23) เนื้อสัตว์สำหรับบริโภค (ร้อยละ 5.19) และข้าวสาลีและเมสลิน (ร้อยละ 3.36) ประเทศส่งออกหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกงและสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 13 (อะลูมิเนียมที่ยังไม่ได้ขึ้นรูป ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป ทองแดงบริสุทธิ์ เนื้อสัตว์สำหรับบริโภค และน้ำมันปิโตรเลียมดิบ)
ปี 2569 เดือนมกราคม-มีนาคม การนำเข้าสินค้าของออสเตรเลีย มีมูลค่า 83,518 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 25.63) โดยเป็นการนำเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา (ร้อยละ 15.56) น้ำมันปิโตรเลียมดิบและน้ำมันดิบที่ได้จากแร่บิทูมินัส (ร้อยละ 11.24) เครื่องโทรศัพท์สำหรับเครือข่ายเซลลูลาร์หรือเครือข่ายไร้สายอื่นๆ (ร้อยละ 11.22) รถยนต์สำหรับขนส่งบุคคลและขนส่งของ (ร้อยละ 10.82) ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป (ร้อยละ 8.36) ประเทศคู่ค้าสำคัญ คือ จีน สหรัฐอเมริกา ไทย เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ปี 2569 เดือนมกราคม-มีนาคม ออสเตรเลียได้ดุลการค้า 5,582 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 มีมูลค่า 4,467 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 64.80) (สินค้านำเข้าหลักจากไทย 5 อันดับแรกได้แก่ รถยนต์ ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป เครื่องปรับอากาศ เครื่องโทรศัพท์สำหรับเครือข่ายเซลลูลาร์หรือเครือข่ายไร้สายอื่นๆ และยางรถยนต์ใหม่) และ ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้า 2,805 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (92,565 ล้านบาท)
สถานการณ์การส่งออกสินค้าของออสเตรเลียในเดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่า 31,883 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 9.06) โดยเป็นผลมาจากการส่งออกสินแร่และหัวแร่เหล็ก (ร้อยละ 25.15) ถ่านหินบิทูมินัส (ร้อยละ 25.00) ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป (ร้อยละ 16.78) เนื้อสัตว์สำหรับบริโภค (ร้อยละ 5.97) ข้าวสาลีและเมสลิน (ร้อยละ 3.08) และ ประเทศส่งออกหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกงและสหรัฐอเมริกา สำหรับประเทศไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 13 (ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป อะลูมิเนียมที่ยังไม่ได้ขึ้นรูป ทองแดงบริสุทธิ์ เนื้อสัตว์สำหรับบริโภค และน้ำมันปิโตรเลียมดิบ)
สำหรับการนำเข้าสินค้าของออสเตรเลียในเดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่า 29,173 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ขยายตัวร้อยละ 34.01) โดยเป็นการนำเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา (ร้อยละ 19.30) น้ำมันปิโตรเลียมที่ได้จากแร่ บิทูมินัส (ดีเซล) (ร้อยละ 12.71) เครื่องโทรศัพท์สำหรับเครือข่ายเซลลูลาร์หรือสำหรับเครือข่ายไร้สายอื่นๆ (ร้อยละ 11.43) รถยนต์สำหรับขนส่งบุคคลและขนส่งของ (ร้อยละ 10.99) ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป (ร้อยละ 7.97) ประเทศคู่ค้าสำคัญ คือ จีน สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน ไทยและญี่ปุ่น ซึ่งในเดือนมีนาคม 2569 ออสเตรเลียได้ดุลการค้าที่ 2,710 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 4 (รถยนต์ ทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป เครื่องปรับอากาศ เครื่องจักรสำหรับการรับการเปลี่ยนและการส่ง หรือการสร้างเสียง ภาพหรือข้อมูลอื่นๆ และยางรถยนต์ใหม่)
เป้าหมายส่งออก | มูลค่าการค้ารวม (ล้าน US$) | มูลค่าการส่งออก (ล้าน US$) | มูลค่าการนำเข้า (ล้าน US$) | |||||||
ปี 2025 (%) | ปี 2026 (%) | ปี 2025 | ปี 2026 | ปี 2025 | ปี 2026 | ปี 2025 | ปี 2026 | |||
| ม.ค-มี.ค. | +/- (%) |
| ม.ค-มี.ค. | +/- (%) |
| ม.ค-มี.ค. | +/- (%) | ||
0.0 (-2.5) | 1.0 | 17,364.37 (-2.59) | 6,671.77 | 51.64 | 12,041.35 (-2.5) | 4,378.24 | 54.46 | 5,323.02 (-2.79) | 2,293.53 | 46.53 |
[2] Source: ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากร
4. การค้าระหว่างไทยและออสเตรเลียเดือนมีนาคม ปี 2569 [2]
การส่งออกสินค้าไทยไปออสเตรเลียเดือนมีนาคม ปี 2569 มีมูลค่า 1,562.28 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (49,993 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 60.48 เป็นการเพิ่มขึ้นของสินค้ารถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ อาหารทะเลกระป๋อง เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์รักษาผิวและผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป แต่การส่งออกเครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ยาง และเม็ดพลาสติกลดลง
การนำเข้าสินค้าของไทยจากออสเตรเลียเดือนมีนาคม ปี 2569 มีมูลค่า 788.01 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (25,216 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.49 เป็นการเพิ่มขึ้นของการนำเข้าเครื่องเพชรพลอย อัญมณี สินแร่โลหะอื่นๆ เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ถ่านหินและเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ แต่การนำเข้าสินค้าก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดิบ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช นมและผลิตภัณฑ์นมและผัก ผลไม้ ลดลง
..............................................................................................................
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครซิดนีย์