บรรดาผู้ประกอบการทั่วประเทศเคนยาแสดงความวิตกกังวลต่อร่าง Tobacco Control (Amendment) Bill, 2024 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภาแห่งเคนยา โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ยาสูบและผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกประเภท อาทิ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า (Vapes) และถุงนิโคติน
แม้เจตนารมณ์ของร่างกฎหมายจะมุ่งเสริมสร้างการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน แต่ผู้ประกอบการภาคธุรกิจเห็นว่าบทบัญญัติบางประการอาจส่งผลกระทบต่อการค้าขายที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ ผู้ค้าปลีก ผู้ประกอบการสถานบริการ และผู้จัดจำหน่าย ได้ร่วมกันเรียกร้องให้วุฒิสภาพิจารณาชะลอการอภิปรายร่างกฎหมายดังกล่าว และเปิดโอกาสให้มีการมีส่วนร่วมของสาธารณชนอย่างทั่วถึงก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย
ร่างกฎหมาย Tobacco Control (Amendment) Bill, 2024 มีเป้าหมายเพื่อขยายขอบเขตและปรับปรุงบทบัญญัติของกฎหมายควบคุมยาสูบเดิม ปี ค.ศ. 2007 ให้ครอบคลุมและทันสมัยยิ่งขึ้น โดยกำหนดมาตรการควบคุมที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการผลิต การนำเข้า การจำหน่าย และการโฆษณาส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ยาสูบและผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่
ข้อเสนอสำคัญของร่างกฎหมาย ได้แก่
การกำหนดเงื่อนไขการออกใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการที่เข้มงวดยิ่งขึ้น
การจำกัดการโฆษณา โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
การกำหนดให้ผลิตภัณฑ์บางประเภทต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก่อนนำเข้าสู่ตลาด
นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังมีบทบัญญัติเกี่ยวกับระบบส่งผ่านนิโคตินทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า และถุงนิโคติน ซึ่งมิได้ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนในกฎหมายปี 2007 โดยฝ่ายผู้สนับสนุนเห็นว่าการปรับปรุงดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายและยกระดับการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน
ประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชน
สมาคมภาคธุรกิจหลายแห่ง รวมถึงสมาคมผู้ประกอบการบาร์ โรงแรม และผู้ค้าสุราแห่งเคนยา (Bars, Hotels and Liquor Traders Association of Kenya) แสดงความเห็นว่ากระบวนการตรากฎหมายครั้งนี้ยังขาดการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียในระดับฐานรากอย่างเพียงพอ
ผู้แทนภาคธุรกิจระบุว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากในพื้นที่นอกกรุงไนโรบีมิได้รับโอกาสอย่างเป็นธรรมในการเสนอความคิดเห็นในช่วงการมีส่วนร่วมของสาธารณชน พร้อมย้ำว่ากฎหมายที่อาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้างควรผ่านกระบวนการปรึกษาหารืออย่างครอบคลุมในทุกมณฑล
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการบางส่วนเตือนว่า หากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นไม่เป็นไปอย่าง
มีความหมาย อาจนำไปสู่การโต้แย้งทางกฎหมายในอนาคต เนื่องจากการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหลักการ
ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญของเคนยาในการตรากฎหมาย
ความกังวลต่อผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่น
อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับการถกเถียงอย่างกว้างขวาง คือข้อเสนอในการจำกัดหรือห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์นิโคตินชนิดแต่งกลิ่น ซึ่งผู้ประกอบการระบุว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีสัดส่วนสำคัญในตลาดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ค้าหลายรายเห็นว่าการยกเลิกผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นอาจไม่ทำให้อุปสงค์ลดลง หากแต่อาจผลักดันผู้บริโภคให้หันไปใช้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่เสียภาษีแทน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในหลายมณฑลยังแสดงความกังวลว่า เคนยากำลังเผชิญปัญหาการค้าสินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตอย่างผิดกฎหมายในระดับสูงอยู่แล้ว หากมีการออกข้อห้ามที่เข้มงวดโดยปราศจากกลไกการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ อาจยิ่งซ้ำเติมปัญหาและกระทบต่อรายได้ภาษีของรัฐ
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย
สำหรับผู้ค้าปลีกรายย่อยจำนวนมาก ผลิตภัณฑ์ยาสูบและนิโคตินเป็นแหล่งรายได้ประจำที่สำคัญ ผู้ประกอบการระบุว่าการเพิ่มเงื่อนไขด้านใบอนุญาต ต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมาย และความเป็นไปได้ของการห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์บางประเภท อาจทำให้กำไรลดลง และอาจส่งผลให้ร้านค้าบางแห่งต้องปิดกิจการ
ภาคธุรกิจยังเตือนว่า หากยอดจำหน่ายสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายลดลง ย่อมส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในภาคค้าปลีกและการบริการ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนมาตรการป้องกันการจำหน่ายแก่ผู้เยาว์และการคุ้มครองสุขภาพประชาชน แต่ต้องการกฎระเบียบที่มีความเหมาะสมและสามารถปฏิบัติได้จริง
ท่าทีต่อการพิจารณาของวุฒิสภา
กลุ่มผู้ประกอบการเรียกร้องให้วุฒิสภาพิจารณาชะลอการอภิปรายร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นในหลายมณฑลทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อย ผู้จัดจำหน่าย และผู้บริโภค ได้มีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจยืนยันว่ามิได้คัดค้านการกำกับดูแล หากแต่เรียกร้องให้มีความสมดุลระหว่างเป้าหมายด้านสาธารณสุขกับข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจและการดำรงชีพของประชาชนจำนวนมากที่ประกอบกิจการในตลาดที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ขณะที่วุฒิสภายังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ผลลัพธ์ของกระบวนการนี้ย่อมมีนัยสำคัญต่อทิศทางการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ยาสูบและนิโคตินของประเทศเคนยาในระยะยาว ไม่ว่าจะผ่านการแก้ไขเพิ่มเติม การขยายการรับฟังความคิดเห็น หรือการประกาศใช้กฎหมายในท้ายที่สุด
ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับนี้สะท้อนถึงความสำคัญของกระบวนการตรากฎหมายที่เปิดกว้างและมีส่วนร่วม โดยคำนึงถึงทั้งการคุ้มครองสุขภาพสาธารณะและการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการและแรงงานชาวเคนยาหลายพันรายในระบบการค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเพิ่มต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายและความไม่แน่นอนทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ค้าปลีกและผู้จัดจำหน่ายรายย่อยอาจได้รับผลกระทบมากกว่ารายใหญ่ เนื่องจากข้อกำหนดด้านใบอนุญาตและต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน หากการควบคุมเข้มงวดโดยไม่มีกลไกบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ จะเพิ่มความเสี่ยงของอุปสงค์บางส่วนจะไหลไปสู่ตลาดนอกระบบ ซึ่งอาจบั่นทอนรายได้ภาษีของรัฐและสร้างการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในระบบการค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย การเข้าสู่ตลาดเคนยาในช่วงที่กฎหมายยังอยู่ระหว่างการพิจารณาควรดำเนินด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ ผู้ประกอบการควรประเมินความคุ้มค่าทางธุรกิจภายใต้หลายสมมติฐาน ไม่ยึดติดกับกรอบกฎหมายเดิม และควรเตรียมงบประมาณเผื่อความล่าช้าในการขึ้นทะเบียนหรือการขออนุญาต หากพอร์ตสินค้ามีผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่น ควรพิจารณาปรับโครงสร้างสินค้าให้มีทางเลือกที่สอดคล้องกับแนวโน้มการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกจำกัดในอนาคต
นอกจากนี้ ตลาดเคนยากำลังเข้าสู่ยุคการกำกับดูแลที่เข้มข้นขึ้นในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานคุณภาพ ความโปร่งใสของแหล่งที่มา และเอกสารรับรองความปลอดภัย เนื่องจากในสภาพแวดล้อมที่รัฐเพิ่มการกำกับดูแล สินค้าที่สามารถแสดงหลักฐานด้านคุณภาพและความรับผิดชอบต่อสังคมได้ชัดเจน จะมีความได้เปรียบเชิงความน่าเชื่อถือมากกว่า ขณะเดียวกัน ควรหลีกเลี่ยงการเร่งสต็อกสินค้าปริมาณมากก่อนความชัดเจนของกฎหมาย และวางโครงสร้างสัญญาทางธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ
---------------------------------------------------------
แหล่งที่มา : https://businesstoday.co.ke/inside-tobacco-control-amendment-bill/
จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี
กุมภาพันธ์ 2569